
Sun Pharma บริษัทยาอันดับ 1 ของอินเดีย เข้าซื้อกิจการ Organon ของสหรัฐฯ เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจจากยา Generic สู่ยาเฉพาะทางและนวัตกรรมระดับสูง โดยมุ่งเน้นการขยายเข้าสู่ตลาด Biosimilars และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสุขภาพสตรีติดอันดับโลก พร้อมใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของ Organon เพื่อรุกตลาดจีนอย่างรวดเร็ว แม้ต้องรับภาระหนี้ก้อนใหญ่แต่ดีลนี้สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทอินเดียในการทำ M&A ระดับโลกด้วยระดับ Valuation ที่น่าดึงดูดและเกิด Synergy ที่ชัดเจน
ดีลประวัติศาสตร์ของอินเดีย! Sun Pharma เข้าซื้อกิจการ Organon ของสหรัฐ
นี่ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนนอกประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทจากอินเดียในรอบหลายปี และเป็นการซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดของ Sun Pharma ในรอบกว่าทศวรรษ นับตั้งแต่การซื้อ Ranbaxy ในปี 2015
รายละเอียดของดีล
บริษัทผู้ซื้อ: Sun Pharmaceutical Industries Ltd. (บริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย) เน้นกลุ่มยาด้านผิวหนัง (Dermatology), จักษุวิทยา (Ophthalmology) และยาด้านโรคมะเร็งผิวหนัง
บริษัทที่ถูกซื้อ: Organon & Co. เป็นบริษัทยาจากสหรัฐที่แยกตัวออกมาจาก Merck & Co. ในปี 2021 โดยเน้นไปที่สุขภาพของผู้หญิงเป็นหลักเช่น Nexplanon (ยาฝังคุมกำเนิด) และ Elonva (ยากระตุ้นการตกไข่สำหรับการทำแท้งหรือมีบุตรยาก)
มูลค่าการซื้อขาย: ประมาณ 1.175 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (Enterprise Value) ด้วยราคาเสนอซื้อ 14 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยเป็นการจ่ายด้วย เงินสดทั้งหมด
Sun Pharma ซื้อ Organon ทำไม?
1) เข้าสู่ยาชีววัตถุที่คล้ายคลึง Biosimilars เป็นครั้งแรก
Sun Pharma แทบไม่มีธุรกิจ Biosimilars เลย การซื้อ Organon จะทำให้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในกลุ่ม biosimilar ทันที ซึ่งเป็น segment ที่เติบโตเร็วมากเมื่อสิทธิบัตรของยาต้นแบบเริ่มหมดอายุ
2) ขึ้นเป็นผู้เล่นใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มสุขภาพของผู้หญิงระดับโลก
จากรายได้รวม $12.4 พันล้าน จะกลายเป็นผู้เล่นที่ใหญ่ Top 25 ของบริษัทยาทั่วโลกและ Top 3 ใน Women's Health ซึ่งเป็นส่วนของธุรกิจที่ Sun Pharma อ่อนมาก
3) ต้องการเข้าตลาดจีน
ผู้บริหารของ Sun Pharma ยอมรับตรงๆ ว่าสัดส่วนในจีนของบริษัทแทบจะไม่มีนัยสำคัญ แต่ Organon มีฐานธุรกิจที่จีนแข็งแกร่ง ซื้อครั้งนี้คือซื้อระบบขนส่งสินค้าและสร้างองค์ความรู้ด้านกฎระเบียบในจีนไปในตัว
4) ก่อให้เกิด Synergies $350M
คาดว่าจะเกิด synergies มากกว่า $350 ล้านใน 2-4 ปีข้างหน้า จากทั้งยอดขาย (เพิ่มยอดขาย Organon brands ผ่านเครือข่าย Sun โดย Sun ระบุว่าเมื่อรวมกันจะครอบคลุมใน 150 ประเทศ และ 18 ตลาดที่รายได้เกิน 100 ล้านดอลลาร์/ปี) และการประหยัดจากต้นทุน
ในด้าน Valuation และหนี้สิน
• หุ้น Organon ปรับขึ้น ~90% ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว (รวมช่วงที่ข่าว deal รั่ว) สะท้อนว่าก่อนมีข่าว ราคาหุ้นถูกกดต่ำมากจากภาระหนี้
• ดีลนี้ EV/Revenue อยู่ที่ 1.9x (เทียบกับดีลในอุตสาหกรรมที่ 3-5x) และ EV/EBITDA ที่ 6.2x (เทียบกับดีลในอุตสาหกรรมที่ 10-15x) ทำไม Valuation ถึงต่ำ? Organon มีหนี้ถึง $8.8 พันล้าน บนรายได้ $6.2 พันล้าน — Net Debt/EBITDA ~4.3x ซึ่งสูงมาก ทำให้ตลาดให้ราคาหุ้นต่ำ แม้ธุรกิจจริงจะยังสร้างกระแสเงินสดได้ดี Sun Pharma จึงได้ธุรกิจมาในราคาที่ว่าถูก แต่ก็รับหนี้ก้อนใหญ่มาด้วย
• โดยประเมินว่า Net Debt/EBITDA หลังจากดีลอยู่ราว 2.3x ซึ่งยังไม่น่ากังวลมากในมุมเครดิตของตราสารหนี้คุณภาพดี (Investment Grade)
เราเรียนรู้อะไรจากดีลนี้?
1) บริษัทยาขนาดใหญ่กำลังปรับตัวจากการผลิตยาเลียนแบบราคาถูก (Generics) ไปสู่ยาทั้งกลุ่มนวัตกรรมและยาเฉพาะทางที่มีมูลค่าสูงขึ้นเพื่อสร้างการเติบโต
2) Organon ถูกกดราคาเพราะหนี้สูง ทั้งที่ธุรกิจมี EBITDA margin ~31%) แข็งแกร่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อที่มี งบดุลที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามาซื้อในราคาถูก การที่บริษัท Grünenthal และบริษัท Private Equity หลายรายสนใจ Organon ด้วย สะท้อนว่าสินทรัพย์ของ Organon มีมูลค่าชัดเจน และทำให้ Sun Pharma ต้องจ่ายเบี้ยพิเศษเพื่อชนะในดีลนี้
3) บริษัทอินเดียพร้อมแล้วที่จะแข่งกับตะวันตกในตลาดโลก ดีลนี้ยกระดับการซื้อกิจการนอกประเทศของบริษัทจากอินเดีย ซึ่งปีนี้ไปถึง $16 พันล้าน — เพิ่ม 212% จากปีก่อน เทียบได้กับดีลประวัติศาสตร์อย่าง Tata-Corus ($12.9B, 2007)
4) แทนที่จะสร้างฐานในตลาดที่เข้ายากอย่างจีนด้วยตัวเอง การซื้อกิจการที่มีเครือข่ายพร้อมอยู่แล้วพร้อมด้วยโครงสร้างการขายเชิงพาณิชย์ในจีนเป็นวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า