สรุปสาระสำคัญ
ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐาน และปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการลง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม เป็นธรรม และไม่เป็นภาระเกินสมควร
โดยครอบคลุมรายการค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ได้แก่
- ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related) ได้แก่ ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหว และมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด (dormant account)
- ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related) ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต
- ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related) ได้แก่ ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงินที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต การฝากเช็ค และการรับชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (commission in lieu of exchange) และค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
- ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้แก่ ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee) ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) กรณีสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา และค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (cancellation fee)
โดยการปรับต่าง ๆ จะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ช่วงเดือน ก.ค. - ต.ค. 2569 เพื่อให้ผู้ให้บริการมีระยะเวลาในการปรับระบบงาน โดย ธปท. คาดว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรของธนาคารพาณิชย์ไม่เกิน 1.5-2% จากปัจจุบันที่ภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ มีกำไรเฉลี่ยต่อปีประมาณ 2.8 แสนล้านบาท
ความเห็น: จากการที่ได้สอบถามธนาคารหลายแห่ง ธนาคารแจ้งว่าผลกระทบค่อนข้างจำกัด โดยธนาคารเน้นการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth management และ Bancassurance ซึ่งคาดว่าจะสามรถชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะหายไปจากมาตรการนี้ได้ โดยเราคาดว่าธนาคารที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ KBANK เนื่องจากมีสัดส่วนของสินเชื่อ SME สูงที่สุด ซึ่งต้องมีการปรับค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ SME ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน