BH (NEUTRAL, ราคาเป้าหมาย 195 บาท): ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ => เป็นบวกเรื่องเป้ารายได้ที่จะเติบโตได้ใน 2Q26 แต่เรามองว่ามีความท้าทายเรื่องการขยาย EBITDA margin
ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์
1. แนวโน้มใน 2Q26
ผู้บริหารคาดการณ์การเติบโตของรายได้ใน 2Q26 ไว้ที่ประมาณ 2% (+/-) ซึ่งถือว่าดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 1Q26 ที่ +1.4% YoY BH จะให้ความสำคัญกับการขยาย EBITDA margin จากการเน้นเรื่องความซับซ้อนของการรักษา (Revenue intensity) อย่างไรก็ดี เรามองว่าการขยาย EBITDA margin มีความท้าทายจากฐานสูงที่ 41% ใน 2Q25 ท่ามกลางรายได้ที่โตน้อย
2. แนวโน้มการกลับมาของตลาดผู้ป่วยตะวันออกกลาง (22% ของรายได้ใน 1Q26)
BH เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลาย 1Q26 ต่อเนื่องมายังต้น 2Q26 หลังจบช่วงรอมฎอน อย่างไรก็ดี บริษัทกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
3. การจ่ายเงินของประเทศกาตาร์
จำนวนวันเก็บหนี้ (AR days) ใน 1Q26 เพิ่มขึ้นเป็น 71.7 วัน ส่วนใหญ่มาจากบัญชีลูกหนี้ของผู้ป่วยจากกาตาร์ BH เผยว่า ไม่ได้เกิดจากปัญหาความสามารถในการจ่ายเงิน แต่เกิดจากการเปลี่ยนกระบวนการจัดการเคลมไปสู่ระบบดิจิทัลผ่านบริษัทประกันภายนอกที่เริ่มใช้ช่วงปลายปี 2025 ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน BH คาดว่าจะได้รับเงินชำระบางส่วนในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม และกระบวนการจะราบรื่นขึ้นในอนาคต
4. การขยายไปยังประเทศบังกลาเทศ
BH มีแผนเปิดคลินิกในบังกลาเทศภายในช่วงปลาย 3Q26 หรือต้น 4Q26 โดยใช้โมเดลเดียวกับคลินิกในย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา บังกลาเทศเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่ โดยสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยจากบังกลาเทศ คือ อันดับ 4 ของ BH (ราว 5-8% ของรายได้รวม) ซึ่งเดินทางเข้ามารักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูง เช่น โรคหัวใจ ศัลยกรรมประสาท และโรคมะเร็ง กลยุทธ์ คือ จะมีแพทย์ประจำอยู่ที่คลินิก และจะมีทีมแพทย์เฉพาะทางจากกรุงเทพฯ เดินทางไปให้คำปรึกษาเป็นระยะ ความท้าทายคือ ข้อกำหนดทางกฎหมายของบังกลาเทศไม่อนุญาตให้แพทย์ต่างชาติประจำการถาวร จึงต้องใช้การจดทะเบียนนิติบุคคลท้องถิ่นเพื่อขอใบอนุญาตชั่วคราวให้แพทย์จากไทย
5. กลยุทธ์การบริหารสินค้าคงคลัง
โรงพยาบาลได้เตรียมความพร้อมรับมือภาวะขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยการสำรองสต็อกสินค้าที่จำเป็นไว้สำหรับ 3 เดือน และสินค้าทั่วไป 1 เดือน และมีการเจรจาตกลงราคา (Lock price) กับคู่ค้าล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี เพื่อลดผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนการขนส่ง
มุมมองของเรา
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 ไว้ (-3% YoY) เราคาดว่ากำไร 2Q26 จะอ่อนตัวลง (-YoY และ -QoQ) จากผลกระทบของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่จะเข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง และการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้ป่วยไทย เราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของความต้องการใช้บริการที่อันไว้จากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางในช่วง 2H26 ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ปรับตัวดีขึ้น