• มีตติ้งโทนการประชุมเป็นบวก
• คงคำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมายวิธี DCF ที่ 40 บาท
• ในช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน SSS ในประเทศไทยสำหรับ B2B & B2C ยังคงเติบโตอยู่ในระดับ low single digit YoY (แม้รวมผลกระทบจากการลดการขายสินค้าบิ๊กล๊อตบุหรี่ของ B2B ไปตั้งแต่เดือนต.ค. 2024 แล้วก็ตาม)
• ในส่วนของ margin นั้น ผลจากการลดสินค้าที่มีกำไรต่ำ และเพิ่มสินค้ากำไรสูง (Fresh food) ทำให้บริษัทยังคงตั้งเป้า GPM ในปี 2025 เติบโต 50bps YoY (25bps จาก organic และ 25bps จาก synergy รวมกิจการ) นอกจากนี้ บริษัทมองว่า SG&A/sales จะเริ่มปรับตัวลดลงชัดเจนตั้งแต่ 2Q25 จาก 1) การเติบโตของรายได้ omnichannel สูงกว่าค่าใช้จ่าย 2) ได้รับ synergy จากการรวมกิจการเข้ามา
• ในส่วนของ synergy ใน 4Q24 บริษัทเริ่มได้รับ synergy จากการรวมกิจการอยู่ที่ 400 ลบ. (1/3 มาจาก commercial trade และ 2/3 มาจากการลดค่าใช้จ่าย SG&A เช่น ค่าคนและค่าระบบ) ทั้งนี้ ในปี 2025-26 ผู้บริหารยังคงเป้า synergy 5200 ลบ. ซึ่งครึ่งหนึ่งจะมาจาก GPM ที่เพิ่มขึ้น (จะเห็นชัดเจน 2H25) และอีกครึ่งหนึ่งจากการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ (จะทยอยเห็นตั้งแต่ต้นปี 2025-ปลายปี 2025)
• ผู้บริหารให้ความชัดเจนเรื่องแผนการลงทุนว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงจากแผนเดิม โดยจะเน้นแผนปรับธุรกิจ Mall ให้มี synergy กับธุรกิจปัจจุบัน (เช่นทำ town center ติดกับธุรกิจ discounter/wholesaler ต่อไป และอาจปรับธุรกิจให้มีความเหมาะสม เช่น การทำ club model ที่มีการจ่ายค่าสมาชิกบางส่วนซึ่งเห็นการประสบความสำเร็จในต่างประเทศ สำหรับ Habitat project) และแผนการทำธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่งต่อไป แผนการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต ถ้ามี จะเน้นการลงทุนใน ASEAN เป็นหลัก โดยจะศึกษาประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดี มีประวัติการเติบโตของธุรกิจที่ลงทุนที่ดี มี ROI ที่ดี (P/E ในการเข้าซื้อกิจการ ต้องน้อยกว่า/เท่ากับ P/E CPAXT) เช่น ธุรกิจ discounter & mall รวมถึง Supermarket ในประเทศมาเลเซีย โดยบริษัทให้ความชัดเจนว่าไม่มีความสนใจในการลงทุนธุรกิจ convenience store