Meeting tone: Slightly positive จาก LANNA ที่จะได้ผลบวกจากราคาถ่านที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า ต้นทุนถ่านหินที่ SCCC ใช้ผลิต cement ที่เพิ่มขึ้น
ผู้บริหารมองว่าจากประเด็นสงคราม US-อิหร่าน ที่เกิดขึ้น ทำให้ Energy supply disruption และทำให้ Coal price ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยผู้บริหารมองว่าจะ net positive impact ต่อ SCCC group เนื่องจาก LANNA (SCCC ถือ 61.4%) มียอดขายถ่านหิน 9-10 ล้านตันต่อปี ขณะที่ SCCC ใช้ถ่านหินประมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี โดยรวม SCCC group จะได้ผลบวกจากราคาถ่านที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า ต้นทุนถ่านหินที่ SCCC ใช้ผลิต cement
สรุปประเด็นสำคัญรายประเทศ
🔸🇹🇭 ไทย (สัดส่วน 58% ของ EBITDA): คาด demand cement ชะลอตัวลงเล็กน้อย 0.6% ในปี 2026 เนื่องจากดีมานด์ที่อยู่อาศัยซบเซา ความเข้มงวดของสินเชื่อ และราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้จะมีการใช้จ่ายภาครัฐช่วยพยุง แต่คาดว่ารายได้จะสามารถเพิ่มขึ้นได้จาก ฐาน ASP ที่เพิ่มขึ้น
🔸🇻🇳 เวียดนาม (9% ของ EBITDA): เศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง (ปี 2025 GDP ยังโตถึง 8%) โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและ FDI ในภาคการผลิต ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากการแก้กฎหมายและมาตรการสินเชื่อ แต่การแข่งขันราคายังอยู่ระดับสูง
🔸🇱🇰 ศรีลังกา: ยังคงถูกกระทบโดยไซโคลน Ditwah (ปลายปี 2025) ทำให้การฟื้นตัวดีเลย์ไป 6-9 เดือน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันและการลดลงของเงินโอนจากแรงงานในตะวันออกกลาง (ซึ่งสูงถึง 60% ของทั้งหมด)
🔸🇧🇩 บังกลาเทศ: การเลือกตั้งที่ผ่านมาช่วยเรื่องความมั่นคง แต่เศรษฐกิจยังเปราะบางต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการส่งออกที่ถูกกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รวมถึงความผันผวนของค่าเงินจากการพึ่งพาเงินโอนจากตะวันออกกลาง
🔸🇰🇭 กัมพูชา: การเติบโตถูกกดดันจากการพึ่งพานำเข้าพลังงานและแรงตึงเครียดบริเวณชายแดนไทยที่กระทบต่อการท่องเที่ยวและการส่งออก ส่วนการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักแต่เริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้น
โครงการ Solar project 84MW ที่ SCCC ร่วมกับ BGRIM (SCCC ถือ 75%) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วงปลายปีนี้ จะมี Cost saving ให้กับ SCCC ประมาณ 270 ล้านบาทต่อปี (บนสัดส่วน 75% ของ SCCC)
เรายังคงแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 200 บาท อิง 14.5X PE หรือ -0.5 SD ของ 10-year PE mean