ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 20/10/2023

blog_list_heading
20 ต.ค. 2566;
172
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้ ​ 

สัปดาห์นี้ตลาดปรับตัวลดลงจาก (1) ความกังวลในภาวะสงครามตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยกองทัพอิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศเข้าสู่ฉนวนกาซา รวมถึงปิดล้อมต่อเนื่อง รวมถึงเหตุระเบิดโรงพยาบาลในฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 500 ราย โดยทางการอิสราเอลกล่าวว่า กองทัพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลดังกล่าว แต่เหตุระเบิดเป็นผลมาจากกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ ที่ยิงจรวดใส่โรงพยาบาลเอง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลจอร์แดนยกเลิกแผนการจัดประชุมสุดยอด 4 ฝ่าย ระหว่าง ผู้นำสหรัฐ จอร์แดน อียิปต์ และปาเลสไตน์ เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งร่วมกัน ขณะที่ (2) ตัวเลขเศรษฐกิจจีนปรับตัวดีขึ้นเกินคาด โดย GDP ในไตรมาส 3/66 ขยายตัว 4.9% ต่อปี (1.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน) แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดที่ 4.6% ทำให้หลายฝ่ายมองว่า GDP จีนจะขยายตัวได้ 5.0% ในปีนี้  นอกจากนั้น ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย. ขยายตัว 4.5% เท่ากับเดือน ส.ค. และสูงกว่าคาดที่ 4.3% ขณะที่ยอดค้าปลีกขยายตัว 5.5% สูงกว่าเดือนก่อนที่  4.6% และสูงกว่าคาดที่ 4.9% อย่างไรก็ตาม ยอดการลงทุนสินทรัพย์ถาวร ขยายตัว 3.1% ต่ำกว่าคาดที่ 3.2% ด้านอัตราว่างงานเดือน ก.ย.ลดลงสู่ระดับ 5% จาก 5.2% ในเดือน ส.ค. ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า ตัวเลขเศรษฐกิจจีนทีดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการเงิน ทั้งนี้ ก่อนหน้าการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ทางธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ประกาศเพิ่มสภาพคล่องครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 โดยเพิ่มเงินสุทธิ 2.89 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ เข้าสู่ระบบการเงินผ่านเงินกู้นโยบายระยะเวลา 1 ปี (One-year Policy Loan) และอัดฉีดเงินกว่า 1.34 แสนล้านหยวนผ่านการซื้อคืนพันธบัตรผ่านช่องทางตลาดการเงิน (Open-market Operations) ซึ่งมาตรการทางการจีนต่าง ๆ ทำให้ภาคการบริโภคดีขึ้นบ้าง (3) ยอดค้าปลีกสหรัฐขยายตัวเกินคาดที่ 0.7% ต่อเดือนและ 3.8% ต่อปี ขยายตัวต่อเนื่องจาก 0.8% ต่อเดือนและ 2.9% ต่อปี ตามลำดับ ผลจากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้การใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นตาม โดยเฉพาะด้านอาหาร ยานยนต์ และค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง (4) เงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐเดือน ก.ย. ขยายตัว 3.7% เท่ากับเดือนก่อน แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 3.8% เล็กน้อย ผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิง ทำให้เงินเฟ้อการขนส่งเพิ่มขึ้น 2.4% แต่เงินเฟ้อจากภาคบริการชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ พัฒนาการเงินเฟ้อภาคบริการเริ่มลดลงต่อเนื่อง แต่เงินเฟ้อจากภาคการผลิต เช่น เงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) และเงินเฟ้อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เริ่มเพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่า แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทานเริ่มกลับมา (5) ตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับสูงทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น โดยผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐพุ่งขึ้นทะลุ 4.9% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ตอกย้ำท่าทีของ Fed ว่าจะตรึงดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน หลัง Christopher Waller สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ระบุยังจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการ ประชุมเดือน พ.ย. แต่อาจเพิ่มขึ้นหลังจากนั้น 

ตลาดหุ้นโลก 

•สัปดาห์นี้ตลาดปรับตัวลดลงจากความกังวลในภาวะสงครามตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และรุนแรงขึ้น รวมถึงเหตุระเบิดโรงพยาบาลในฉนวนกาซา จนทำให้ความพยายามของ ปธน. ไบเดนที่เดินทางไปตะวันออกกลางเพื่อลดความตึงเครียดทางสงครามไม่สัมฤทธิ์ผล ด้านตัวเลขเศรษฐกิจจีนปรับตัวดีขึ้นเกินคาด ผลจากการอัดฉีดมาตรการการเงินของรัฐบาล ด้านยอดค้าปลีกสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือน ก.ย. จากการใช้จ่ายด้านอาหารและยานยนต์ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง จนทำให้ความกังวลในการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้มีมากขึ้น

ตลาดหุ้นไทย

•สัปดาห์นี้ตลาดปรับตัวลดลงจากความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ขณะที่ (1) ส.อ.ท. ระบุขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในอิสราเอล แต่ หากขยายวงกว้างจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกยานยนต์ โดยการส่งออกไปยัง ต.อ. กลางคิดเป็น 16% ของการส่งออกรถยนต์รวม (2) ธปท. ระบุอัตราเข้าพักโรงแรมโดยเฉลี่ยเดือน ก.ย. 66 อยู่ที่ 46% ลดลงจากเดือนก่อนจากการเปิดภาคเรียนของบางประเทศ (3) นายกฯ เดินทางเยือนจีน พบ 10 บริษัทยักษ์ใหญ่จีน เช่น ผิงอัน อาลีบาบา เพื่อชักจูงให้มาลงทุนในไทย

ตลาดพันธบัตร

•ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นรุนแรงมาอยู่ที่ 4.97% หลังตัวเลขยอดค้าปลีกออกมาดีเกินคาดมาก ทำให้ความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มีมากขึ้น ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.25% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี ลดลงที่ -0.28 bps
•ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นที่ 3.36% ตามการตึงตัวของสภาพคล่องโลก ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ทรงตัวที่ 2.58% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 5.26 พันล้านบาท

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

•ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับเพิ่มจากราคาปิดวันศุกร์ที่ 13 ต.ค. ที่ 90.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 93.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความกังวลในภาวะสงครามตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และรุนแรงขึ้น ด้านราคาทองคำ (spot) ปรับเพิ่มขึ้นรุนแรงมาที่ 1,960.3 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

•ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 106.6 จุด  หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีจนทำให้ความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยมีมากขึ้น ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยที่ 149.74 เยน ด้านค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงที่ 1.05 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 36.42 บาท ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ขณะที่เงินหยวนอ่อนลงเล็กน้อยที่ระดับ 7.32 หยวน 

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม  WealthWeekend_231020_T 

กลับด้านบน