ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}
17 ม.ค. 2567;
129
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

us

NII และ NIM เริ่มลดลง....กลุ่มธนาคารใหญ่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค

กลุ่มธนาคารสหรัฐฯ อย่าง Wells Fargo & Co (WFC), Citigroup (C), Bank of America (BAC) เผยผลประกอบการ 4Q23 โดยรายได้ NII และกำไร NIM ในภาพรวมลดลงหลังได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการตั้งสำรองและมีผลขาดทุนเครดิตเพิ่ม อย่างไรก็ดี WFC BAC และ JPM ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค พร้อมมองว่าการบริโภคยังคงมีความยืดหยุ่นอยู่มากซึ่งจะช่วยหนุนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ

มุมมองของ InnovestX

ภาพรวมงบช่วง 4Q23 ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ธนาคารหลางแห่งต่างประสบปัญหาทางการเงินและอยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง โดยค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลักมาจากการเติมเงินเข้ากองทุนประกันเงินฝากของรัฐบาล (DIF) ซึ่งได้รับผลกระทบจากธนาคาร Silicon Valley และผู้ให้กู้อีก 2 รายล้มเหลวในปีที่แล้ว ด้วยภาพนี้จึงทำให้ธนาคารมีการปรับลดต้นทุน โดยเริ่มจาก BAC ในปีก่อนที่มีการปรับลดพนักงานลงจนต่อเนื่องมาถึงปีนี้ที่ WFC และ C ปรับลดตามส่งผลให้ในปี 23 ที่ผ่านมาพนักงานธนาคารทั้งสามแห่งลดลงกว่า 17,700 คน

ในปีนี้ 2024 เราคาดว่าการเติบโตของกลุ่มธนาคารมีทิศทางชะลอตัวลงต่อเนื่องผลกระทบจากแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ที่จะส่งผลให้ 1) รายได้ในส่วนเงินฝากของธนาคารชะลอตัวลงจากปีก่อนที่มีการเติบโตสูงจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง 2) ความต้องการสินเชื่อที่จะชะลอตัวลงในช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ยังคงมีแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวลงในช่วง 1H23 เป็นตัน อย่างไรก็ดีเชื่อว่าผลประกอบการจะยังคงมีแรงชดเชยจากส่วนธุรกิจ IB ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นได้หลังแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยช่วยเพิ่มความคาดหวังของนักลงทุนต่อตลาดหุ้นได้ สะท้อนได้จากค่าธรรมเนียม IB ในช่วง 4Q23 ที่เป็นจุดสว่างของ BAC โดยเพิ่มขึ้น 7% ด้าน JPMorgan เพิ่มขึ้น 13%

ในส่วนมุมมองการลงทุน เรามองว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารมีการปรับตัวขึ้นรับประเด็นความคาดหวังในการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯไปแล้ว โดยราคาหุ้น BAC WFC C มีการปรับตัวขึ้นราว 30% ในช่วงสองเดือนท้ายของปี 23 จนทำให้ Valuation ของกลุ่มธนาคาทั้งสามแห่งอยู่ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ขณะที่ในช่วงนี้ยังคงมีการขายทำกำไรออกมาต่อเนื่องตามภาพผลประกอบการที่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ซึ่งโดยปกติหุ้นกลุ่มธนาคารจะเคลื่อนไหวตามภาพเศรษฐกิจ ทำให้เรามองว่าอาจรอให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้มีการปรับตัวลงตามภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงใน 1H24 ก่อนและค่อยหาจังหวะการเข้าลงทุนในช่วงที่ภาพเศรษฐกิจเข้าสู่จุดต่ำสุดซึ่งในตอนนั้นที่เรามองว่าน่าจะให้ Risk Reward ที่คุ้มค่า พร้อมคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงครึ่งปีหลัง 24

ในกลุ่มนี้เราชอบ WFC และ BAC ที่มีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีและฐานะทางการเงินแกร่ง

 
ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก  US Banking_Offshore Stock 240117_T

กลับด้านบน