ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา
  10. กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

ถึงเวลาอินเดียเฉิดฉาย! เปิดเหตุผลที่ทำให้หุ้นอินเดียน่าลงทุน

blog_list_heading
InnovestX
31 มี.ค. 2567;
837
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

    เปิดเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นอินเดียกลายมาเป็นตลาดหุ้นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง มาดูกันว่า หุ้นอินเดียน่าสนใจอย่างไรบ้าง

ตอบข้อสงสัย ทำไมหุ้นอินเดียถึงน่าสนใจสำหรับนักลงทุน

เชื่อว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นักลงทุนหลายท่านอาจได้ยินข่าวเกี่ยวกับการเติบโตของตลาดหุ้นอินเดีย อันเนื่องมาจากการปฏิรูปทางเศรษฐกิจภายในประเทศกันมาบ้างไม่น้อย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลให้อินเดียกลายเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก จนกล่าวได้ว่า สปอตไลต์การลงทุน กำลังหมุนไปส่องสว่างที่อินเดีย

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดหุ้นอินเดีย บทความนี้เราจะพามาดูเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นอินเดีย กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของนักลงทุน ติดตามกันได้เลย

ภาพตัวอย่างกราฟตลาดหุ้นอินเดีย

ทำไมตลาดหุ้นอินเดียถึงน่าสนใจ ?

เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า ในช่วงเวลาระหว่างปี 2565-2573 เศรษฐกิจอินเดียมีโอกาสโตถึง 6-7% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค โดยการเติบโตนี้ มีผลมาจากแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งในหลายด้าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายของประชากรในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากราคาสินค้าและน้ำมันที่ปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์จาก มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ยังได้วิเคราะห์ว่า หลังจากที่เศรษฐกิจในอินเดียหดตัวมานานหลายสิบปีก่อนหน้า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอินเดียมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และตัวเลข GDP อาจเติบโตได้อย่างมั่นคง จนสามารถแตะระดับ 36% ได้ภายในปี 2570 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาจากระดับต่ำกว่า 28% ในปี 2564

จากตัวเลขเหล่านี้ ทำให้ตลาดหุ้นอินเดียเริ่มกลายเป็นที่จับตาในบรรดานักลงทุนทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่า หากการลงทุนในอินเดียเริ่มขยายตัว ก็จะกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจอินเดียเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

มูลค่าตลาดหุ้นที่แซงหน้าศูนย์กลางทางการเงินของเอเชีย

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า หลังจากตลาดหุ้นปิดการซื้อขายในวันที่ 22 มกราคม 2567 มูลค่า Market Cap. ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นอินเดียรวมกันแล้วอยู่ที่ 4.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับมูลค่า Matket Cap. ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงที่มีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ 4.29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ส่งผลให้อินเดียทะยานขึ้นเป็นตลาดหุ้นขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นครั้งแรกที่สามารถแซงหน้าตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียได้ในที่สุด

โดยสิ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นอินเดียดำเนินไปได้อย่างคึกคักเช่นนี้ เกิดจากการที่อินเดียหันมาวางตัวเองในฐานะ "ทางเลือกใหม่ในการลงทุน" ที่นอกเหนือไปจากประเทศมหาอำนาจอย่างจีน จึงทำให้อินเดียสามารถดึงดูดนักลงทุนรายย่อยได้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตได้เร็วที่สุดในปัจจุบัน

การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียได้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ ด้วยการออกนโยบายสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ การสนับสนุนการผลิตภายในประเทศ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจภายในประเทศ ซึ่งนโยบายเหล่านี้ล้วนทำให้ประเทศอินเดียมีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการทำธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุนเริ่มขยาย ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้น และรัฐบาลเองก็เก็บภาษีได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2567 ยังเป็นช่วงเวลาที่อินเดียจะมีการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนี้ นายนเรนทรา โมที (Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ได้มีการเสนอมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างแข็งขัน ส่งผลให้บริษัทต่างชาติแห่แหนเข้ามาลงทุนในอินเดียอย่างต่อเนื่อง

ความได้เปรียบด้านประชากร

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นอินเดียกลายมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ก็คือการที่อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในโลก ส่งผลให้อินเดียมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องมาจากการที่คนหนุ่มสาวมีโอกาสได้เข้าถึงการศึกษาเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นกลุ่มประชากรที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย

เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

นอกจากความมุ่งมั่นในการผลักดันเศรษฐกิจในประเทศ อีกหนึ่งจุดแข็งที่น่าสนใจของอินเดียก็คือ ความตั้งใจที่จะยกระดับประเทศให้ก้าวสู่สังคมดิจิทัล ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้แนวคิด Faceless, Paperless, Cashless ซึ่งแนวคิดนี้ เป็นแนวคิดที่พาให้การชำระเงินด้วยระบบดิจิทัลในอินเดียเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ประกอบกับการพึ่งพาเทคโนโลยี AI, Big Data, Blockchain และเทคโนโลยี Cloud

ทำให้ระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลกลายมาเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงวิธีการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ผนวกกับความกระตือรือร้นของภาคเอกชน ส่งผลให้ปัจจุบันนี้ บริการด้านการเงินดิจิทัลของอินเดียไต่ขึ้นไปอยู่แถวหน้าในระดับโลกเป็นที่เรียบร้อย

ก่อนลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียต้องรู้อะไรบ้าง ?

จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นอินเดียในช่วงปีนี้ อาจทำให้นักลงทุนหลายคนสนใจที่จะเข้าไปคว้ากำไรในดินแดนภารตะกันอยู่ไม่น้อย แต่ก่อนที่จะเริ่มลงทุนในหุ้นอินเดีย มีเรื่องอะไรบ้างที่ควรรู้ เราสรุปไว้ให้แล้ว

ดัชนีหุ้นอินเดีย (Index)

ตลาดหุ้นอินเดียมีดัชนีที่นักลงทุนเฝ้าติดตามอยู่ด้วยกัน 3 ดัชนีหลัก ได้แก่ Nifty 50, BSE, และ Sensex Index มาดูกันว่าดัชนีเหล่านี้คืออะไร

● ดัชนี Nifty 50 คือ ดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัวแรกในตลาด

● ดัชนี Sensex คือ ดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 30 ตัวแรกในตลาด

● ดัชนี BSE คือ ดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ 30 ตัวแรกในตลาด นักลงทุนจะใช้ดัชนีหลักเหล่านี้ ในการติดตามความเคลื่อนไหวและผลตอบแทนที่จะได้รับจากหุ้นที่มีการซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

ราคาหุ้นอินเดีย

เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้ว ราคาหุ้นอินเดียในปัจจุบันนี้ถือว่าค่อนข้างสูง แต่ด้วยความที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตได้ดี จึงทำให้ตลาดหุ้นอินเดียยังสามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ในระดับที่น่าสนใจอยู่

จังหวะในการลงทุน

สืบเนื่องมาจากราคาหุ้นอินเดียที่ค่อนข้างสูงกว่าประเทศอื่น ดังนั้น นักลงทุนที่สนใจเข้าไปทำกำไรในตลาดหุ้นอินเดียในช่วงนี้ จึงควรรอจังหวะที่เหมาะสม เช่น ช่วงที่ตลาดปรับฐานลดลง แล้วค่อยทยอยเข้าสะสมทีละน้อย

คว้าโอกาสลงทุนก่อนใคร เพื่อสร้างผลตอบแทนให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต ซื้อหุ้นต่างประเทศหรือ ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศได้ง่าย ๆ ที่ InnovestX แอปพลิเคชันที่ให้คุณเข้าถึงการลงทุนทั่วโลกได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว สามารถเลือกลงทุนในหุ้นจากบริษัทชั้นนำกว่า 10,000 บริษัท จาก 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลก ด าวน์โหลดแอปฯ และเปิดบัญชีลงทุนได้เลย

คำเตือน *การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

ข้อมูลอ้างอิง:

1. ‘ตลาดหุ้นอินเดีย’ มาแรง มูลค่าแซงหน้าตลาดฮ่องกง สู่ท็อป 4 ของโลก. สืบค้นวันที่ 21 มีนาคม 2567 จาก https://www.bangkokbiznews.com/world/1109800

2. India Becomes the World's Fourth Largest Stock Market. สืบค้นวันที่ 21 มีนาคม 2567 จาก https://www.bloomberg.com/news/videos/2024-01-23/india-becomes-the-world-s-fourth-largest-stock-market-video

3. เศรษฐกิจอินเดียจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกภายในปี 2030. สืบค้นวันที่ 21 มีนาคม 2567 จาก https://www.ditp.go.th/en/post/156537

4. อินเดียไร้เงินสด นวัตกรรมการเงินดิจิทัล และการเติบโตของฟินเทค. สืบค้นวันที่ 21 มีนาคม 2567 จาก https://www.prachachat.net/finance/news-1441004

 

หัวข้ออื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
กลับด้านบน