
จีน หนึ่งในผู้เล่นหลักของวงการเทคโนโลยีระดับโลก ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนา AI, 5G, หรือ FinTech ส่งผลให้จีนคือผู้นำด้านตลาดเทคโนโลยีในเอเชีย และหุ้นสาย Tech ของจีนมีศักยภาพสูงเพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในตลาดการลงทุนทั่วโลก
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการมองหามุมมองใหม่ในการลงทุนในเทคโนโลยี จีนมีหุ้นหลายตัวที่ไม่เพียงแค่โดดเด่นในระดับเอเชีย แต่ยังผงาดเป็นผู้นำในตลาดโลก และนี่คือ 10 อันดับหุ้นเทคจีนที่น่าจับตามองที่สุดแห่งยุคนี้

ช่วงปีที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งยุคทองของการลงทุนในหุ้นเทคจีน เพราะตลาดเทคโนโลยีในประเทศจีนมีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์หรือ AI, ยานยนต์ไฟฟ้า (Electronic Vehicle: EV) และอีคอมเมิร์ซ หากพิจารณาจากอัตราการเติบโตในครึ่งปีแรกของปี 2025 หุ้นเทคที่น่าจับตามองที่สุดแห่งยุค มีดังนี้
ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม TikTok เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม AI และสื่อสังคมออนไลน์ มียอดผู้ใช้งาน (users) เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นผู้พัฒนา DeepSeek AI จนสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้แก่วงการเทคโนโลยี แต่ทั้งนี้ ByteDance ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ใดไว้เลย นักลงทุนทั่วไปจึงไม่สามารถลงทุนผ่านตลาดได้
เจ้าของนวัตกรรมด้านยานยนต์อัตโนมัติ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 จากยอดส่งมอบรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นถึง 126% YoY หรือ 429,445 คัน ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่เน้นพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง
ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก โดยในปี 2025 มียอดส่งมอบรถยนต์อยู่ที่ 4,550,036 คันจากทั่วโลก หรือ เติบโตขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับปี 2024 จุดแข็งของ BYD อยู่ที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่แข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำในตลาด NEV และการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ
ผู้นำตลาดสมาร์ตโฟนในจีนและระดับโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 13.1% ในปี 2025 ขณะที่ยอดขายในไตรมาส 3 ปี 2025 เติบโตขึ้น 22.3% YoY หรือ 113.1 พันล้านหยวน นอกจากนี้ยังมีความสำเร็จในการเข้าสู่ตลาดรถ EV พร้อมการเติบโตใน Hardware Ecosystem ที่ทำให้บริษัทขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเบอร์หนึ่งของจีน ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการพัฒนา AI และธุรกิจคลาวด์ที่เติบโตขึ้น รวมทั้งการฟื้นตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซด้วย
Meituan ครองส่วนแบ่งตลาดบริการส่งอาหารในจีนเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วนราว 69% - 70% แม้ปัจจุบันบริษัทจะเผชิญกับสถานการณ์การแข่งขันดุเดือด จนทำให้ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025 ขาดทุนเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2022 แต่ด้วยจุดแกร่งทางธุรกิจที่เข้าใจในเรื่องของบริการระดับท้องถิ่น จึงทำให้เป็นตัวเลือกการลงทุนอันดับต้นๆ สำหรับอุตสาหกรรมนี้
หุ้นเทคจีนยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจหลากหลายด้าน รายได้ไตรมาส 3 ปี 2025 เพิ่มขึ้น 15% YoY หนุนจากการเพิ่มการใช้ AI ประยุกต์เข้าสู่ธุรกิจ ธุรกิจที่โดดเด่นของ Tencent Holdings คือ ธุรกิจเกมและโซเชียลมีเดีย อีกทั้งยังเติบโตจาก WeChat Ecosystem แอปพลิเคชันแชตคู่ใจคนจีนทั่วประเทศ
NetEase โดดเด่นในธุรกิจเกมและยังได้รับการยอมรับจากนักวิเคราะห์ว่าเป็นหุ้นเทคจีนที่มีศักยภาพสูงอีกตัวหนึ่ง ทั้งยังน่าจับตามองด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเกม รวมทั้งการบริหารแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ
อัตราการเติบโตของ PDD มีความน่าสนใจ จากรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2025 ที่เพิ่มขึ้น 9% YoY และกำไรที่เพิ่มขึ้น 14% YoY จุดแข็งของธุรกิจอยู่ที่การขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและมีราคาที่เหมาะสม ซึ่งช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ในหลายประเทศ
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโครงสร้างโลจิสติกส์ครบวงจร เป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์ Bernstein ให้การยอมรับว่า Outperform สะท้อนถึงอนาคตการเติบโตอันสดใส อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซจากรัฐบาลจีนโดยตรง

การที่หุ้นเทคโนโลยีจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดขึ้นได้เพราะได้รับแรงผลักดันจากหลายปัจจัยสำคัญ ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ดังนี้
การพัฒนาเทคโนโลยี AI ของจีนกำลังก้าวกระโดด โดยเฉพาะการเปิดตัว DeepSeek ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ช่วยลดต้นทุนการประมวลผลได้ถึง 40% ด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่าง Mixture-of-Expert (MoE) และ Reinforcement Learning ที่ทำให้จีนสามารถแข่งขันกับเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการนำ AI ไปใช้ในธุรกิจต่าง ๆ เช่น Alibaba, Baidu, Tencent, และ Xiaomi เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย
รัฐบาลจีนได้เพิ่มงบวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็น 3.61 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 497.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพิ่มขึ้น 8.3% จากปีก่อน และคิดเป็น 2.68% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ OECD ช่วยเสริมสร้างนวัตกรรมและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ
ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทจีนครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% ในปี 2024 และคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ 25% ของยอดขายรวมภายในปี 2025 โดย BYD ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดนี้ สามารถทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแซงหน้า Tesla ด้วยยอดขายกว่า 2.25 ล้านคันทั่วโลก (ข้อมูลยอดขายรถ EV ปีงบประมาณ 2025) สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

เพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนใน BABA23 หุ้นเทคจีน Alibaba และ XIAOMI23 ที่น่าจับตามองได้สะดวกขึ้น InnovestX จึงดำเนินการออก DR23 ซึ่งเป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) เพื่อให้นักลงทุนไทยที่สนใจสามารถเข้าไปลงทุนในบริษัทเทคชั้นนำของจีนได้โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ
อยากลงทุน DR หุ้นจีนเพื่อทำกำไรได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น สามารถลงทุนได้ผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ที่ให้คุณเปิดพอร์ตหุ้นได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ ลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบรับการลงทุนของนักลงทุนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
สามารถดาวน์โหลดแอป InnovestX และสมัครสมาชิกได้ฟรี ทั้ง App Store, Google Play Store และ Huawei Gallery เพื่อเริ่มต้นลงทุนในทุกทรัพย์สินได้อย่างมั่นใจวันนี้
คำเตือน
*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
*ข้อมูลอัปเดตวันที่ 18 กรกฎาคม 2568
ข้อมูลอ้างอิง: