Digital Assets

เมื่อ Bitcoin กลายเป็นตัวเลือกใหม่ของโลกการลงทุน เราควรมี Bitcoin กี่ % ในพอร์ต?

22 May 26 3:24 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ

Bitcoin กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “สินทรัพย์เก็งกำไร” สู่ “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในโลกการลงทุน ท่ามกลางความกังวลว่าเงินที่รัฐบาลออก (Fiat) กำลังสูญเสียมูลค่าจากการพิมพ์เงินและหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

จุดเด่นสำคัญของ Bitcoin คือ มีจำนวนจำกัดสูงสุดเพียง 21 ล้านเหรียญ สามารถโอนข้ามโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มีหน่วยงานใดควบคุม ทำให้เริ่มถูกมองเป็น “Store of Value” ในโลกดิจิทัล

 

ปัจจุบันเม็ดเงินจากสถาบันเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin มากขึ้น ผ่าน Spot Bitcoin ETF บริษัทจดทะเบียน และกองทุนระดับโลก ขณะที่หลายประเทศเริ่มถือ Bitcoin เป็น Strategic Reserve

 

สถาบันการเงินอย่าง BlackRock, J.P. Morgan และ Fidelity Investments เริ่มแนะนำให้นักลงทุนถือ Bitcoin ราว 1–5% ของพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการเติบโตระยะยาว

 

“คำถามจึงไม่ใช่ Bitcoin ลงทุนได้หรือไม่
แต่คือ นักลงทุนจะมองข้าม Asset Class นี้ได้จริงหรือ?”

 

ปัญหาของระบบการเงินเดิม: เงินกำลังสูญเสียมูลค่า

 

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกพิมพ์เงินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการกับวิกฤตต่าง ๆ

 

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ “มูลค่าของเงิน Fiat ค่อย ๆ ลดลง” กล่าวคือ กำลังซื้อ (Purchasing Power) ลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มูลค่าที่แท้จริงถูกกัดกร่อนจากการขยายตัวของเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นในระบบ ขณะเดียวกัน หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็เพิ่มขึ้นทะลุ 37 ล้านล้านดอลลาร์ และยังไม่มีสัญญาณของการชะลอตัว

 

ภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสหรัฐฯ แต่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

 

จึงทำให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหา
“สินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายรัฐบาล”
และสามารถช่วยป้องกันการเสื่อมค่าของเงินได้

 

WhatsApp-Image-2026-05-22-at-14.30.33.jpeg

Source : Visual Capitalist  Datastream

 

Bitcoin คือนวัตกรรมทางการเงินที่เกิดมาเพื่อแก้ Pain Point นี้

 

Bitcoin ถูกออกแบบบนแนวคิดที่แตกต่างจากเงิน Fiat อย่างชัดเจน โดยมีจุดเด่นสำคัญ 3 เรื่อง

  • Fixed Supply

Bitcoin มีจำนวนจำกัดสูงสุดเพียง 21 ล้านเหรียญ ไม่มีใครสามารถพิมพ์เพิ่มได้

  • Borderless

สามารถโอนข้ามโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาปิดทำการ

  • Decentralized

ไม่มีรัฐบาล บริษัท หรือบุคคลใดควบคุม Bitcoin ได้ ทุกอย่างทำงานผ่านระบบของ Blockchain และ Protocol

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Bitcoin จึงเริ่มถูกมองเป็น “Store of Value” หรือสินทรัพย์เก็บมูลค่าในโลกดิจิทัล

 

ChatGPT-Image-May-21,-2026,-11_21_17-AM.png

 

จาก “สินทรัพย์เก็งกำไร” สู่ “สินทรัพย์ระดับสถาบัน”

 

หากเปรียบ Bitcoin กับอินเทอร์เน็ตในยุคเริ่มต้น ช่วงแรกอาจถูกมองเป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่สำหรับคนกลุ่มเล็ก ๆ

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างพื้นฐานเริ่มพัฒนา การใช้งานเริ่มแพร่หลาย และสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

 

จุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้แก่

 

  • Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ได้รับการอนุมัติ เปิดทางให้เม็ดเงินสถาบันเข้าถึง Bitcoin ได้ง่ายขึ้น
  • บริษัทจดทะเบียนทั่วโลกกว่า 191 แห่ง เริ่มถือ Bitcoin บนงบดุล
  • สถาบันการเงินระดับโลก เช่น BlackRock และ J.P. Morgan เริ่มพูดถึงการจัดสรร Bitcoin ในพอร์ต
  • Infrastructure สำคัญ เช่น Layer 2, Stablecoin และ Custody ถูกพัฒนาเพื่อรองรับการใช้งานระดับสถาบัน

 

จากเดิมที่ Bitcoin ถูกมองเป็นสินทรัพย์ของสายเทคโนโลยี วันนี้กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนสู่การเป็น “Alternative Asset” ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในโลกการลงทุน

 

จุดเปลี่ยน-btc.png

 

 

Supply ของ Bitcoin มีจำกัด แต่ Demand จากสถาบันกำลังเพิ่มขึ้น

 

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Bitcoin คือ มีจำนวนจำกัดสูงสุดเพียง 21 ล้านเหรียญ

 

ปัจจุบันเกือบ 18% ของ Bitcoin Supply ถูกถือครองโดยกลุ่มสถาบันและหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น

  • Spot Bitcoin ETFs
  • บริษัทจดทะเบียน
  • ประเทศต่าง ๆ
  • กองทุน DeFi
  • บริษัทเหมืองขุด Bitcoin

 

ภาพนี้สะท้อนว่า Bitcoin กำลังถูก “สะสมระยะยาว” มากขึ้น และทำให้จำนวนเหรียญที่หมุนเวียนในตลาดลดลงต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน Demand กลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันและเม็ดเงินขนาดใหญ่ ผ่านทั้ง ETF และการจัด Bitcoin เข้าไปในพอร์ตการลงทุน

 

นอกจากนี้ หลายประเทศเริ่มถือ Bitcoin ในลักษณะ Strategic Reserve มากขึ้น เช่น

  • United States
  • United Kingdom
  • Bhutan
  • El Salvador

 

การที่รัฐบาลระดับประเทศเริ่มถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตลาด

 

เมื่อ “Supply มีจำกัด” แต่ “Demand เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง” จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่า Bitcoin อาจมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินโลกในระยะยาว

 

 

สถาบันการเงินระดับโลก แนะนำถือ Bitcoin กี่ % ของพอร์ต?

 

btc-allocation1.jpeg

 

ในอดีต Bitcoin เคยถูกมองเป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไรที่มีความผันผวนสูง

 

แต่ปัจจุบันคำถามสำคัญไม่ใช่
“Bitcoin ลงทุนได้ไหม?”


แต่กลายเป็น
“ควรถือ Bitcoin กี่ % ของพอร์ต?”

 

BlackRock: แนะนำถือประมาณ 1–2%

 

BlackRock มองว่า Bitcoin สามารถช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของพอร์ตได้ แม้จะถือเพียงสัดส่วนเล็ก ๆ

แนวทางของ BlackRock:

  • ถือ Bitcoin ราว 1–2% ของพอร์ต
  • ใช้เป็นสินทรัพย์เสริมเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน
  • ช่วยกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์แบบเดิม

 

J.P. Morgan: ถือได้ แต่ไม่ควรเยอะเกินไป

 

J.P. Morgan มีมุมมองระมัดระวังมากกว่า โดยมองว่า Bitcoin ยังมีความผันผวนสูง

 

  • พอร์ต Conservative → อาจไม่ต้องถือ
  • พอร์ตทั่วไป → ถือราว 2%
  • พอร์ตที่รับความเสี่ยงสูง → ราว 3–4%

J.P. Morgan มองว่า Bitcoin เหมาะเป็น “สินทรัพย์เสริม” เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตระยะยาว มากกว่าการถือในสัดส่วนใหญ่

 

 

Fidelity Investments: นักลงทุนอายุน้อยถือได้มากขึ้น

 

Fidelity มองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์เติบโตระยะยาวที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง แม้จะมีความผันผวนมากก็ตาม

  • แนะนำถือ Bitcoin ราว 2–5% ของพอร์ต
  • นักลงทุนอายุน้อยที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจถือได้ถึง 7.5%

 

Bank of America: เริ่มเปิดทางให้ลูกค้าลงทุน Bitcoin ETF

 

Bank of America เริ่มเปิดทางให้ที่ปรึกษาการลงทุนสามารถแนะนำ Spot Bitcoin ETF ให้ลูกค้าได้มากขึ้น สะท้อนการยอมรับ Bitcoin ในระบบการเงินดั้งเดิม

  • แนะนำ Crypto Allocation ราว 1–4%
  • เน้นลงทุนผ่าน Spot Bitcoin ETF
  • มองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่เริ่มน่าสนใจมากขึ้น

 

Bitwise: ถือเพียงเล็กน้อย ก็อาจช่วยพอร์ตได้

 

Bitwise มองว่า การเพิ่ม Bitcoin หรือ Crypto เพียงเล็กน้อยในพอร์ต สามารถช่วยเพิ่มผลตอบแทนและปรับ Risk/Reward ของพอร์ตให้ดีขึ้นได้

  • แนะนำถือ Bitcoin/Crypto ราว 1–5% ของพอร์ต

 

 

ทำไมนักลงทุนถึงควรมี Bitcoin อยู่ในการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก

 

ในโลกที่เงินถูกพิมพ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหา “สินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด” มากขึ้น และ Bitcoin คือหนึ่งในสินทรัพย์ที่ถูกจับตามองที่สุด

 

Bitcoin มีจำนวนสูงสุดเพียง 21 ล้านเหรียญ
ขณะที่ความต้องการจากกองทุน บริษัท และสถาบันการเงินระดับโลกกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

แม้ Bitcoin ยังมีความผันผวนสูง แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว การมี Bitcoin อยู่ในพอร์ตบางส่วน อาจไม่ใช่แค่ “โอกาสลงทุน” แต่คือการเตรียมตัวสำหรับโลกการเงินยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

 

เพราะหากไม่อยากให้มูลค่าของเงินที่เราหามาค่อย ๆ ลดลงตามเงินเฟ้อและการพิมพ์เงิน การมีสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Bitcoin ไว้บางส่วน อาจช่วยเพิ่ม “ความมั่นคง” และโอกาสเติบโตของความมั่งคั่งในระยะยาวได้

 

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5