
Global X Asia Semiconductor ETF (3119.HK) เป็นกองทุน ETF ที่จดทะเบียนซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง บริหารโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) ภายใต้แบรนด์ Global X
กองทุนนี้ลงทุนในบริษัทเอเชียที่อยู่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่บริษัทออกแบบชิปที่ไม่มีโรงงานผลิตเอง (fabless) โรงงานรับจ้างผลิตชิป (foundry) ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป (semiconductor production equipment) ไปจนถึงผู้ผลิตวัสดุ สำหรับผลิตชิป (semiconductor materials)
แทนที่นักลงทุนจะเลือกซื้อหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เอเชียทีละตัว กองทุนนี้รวมผู้เล่นสำคัญทั่วทั้ง ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ไว้ในการลงทุนครั้งเดียว โดยกองทุนมีเป้าหมายให้ผลตอบ แทนใกล้เคียงกับดัชนี FactSet Asia Semiconductor Index ก่อนหักค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่าย
จุดสำคัญของกองทุนคือการให้นักลงทุนเข้าถึงกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาค ที่เป็นหัวใจของห่วงโซ่การผลิตชิปโลก ทั้งผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ในเกาหลีใต้ โรงงานรับจ้างผลิตชิปชั้นนำในไต้หวัน และผู้ผลิตเครื่องจักรกับวัสดุผลิตชิปในญี่ปุ่น ได้ในกองทุนเดียวที่ซื้อขายได้สะดวกผ่านตลาดหุ้น
Global X เป็นผู้ออกกองทุน ETF ที่เน้นการลงทุนตามธีม (thematic ETF) ซึ่งถูก Mirae Asset Global Investments เข้าซื้อกิจการในปี 2018 ปัจจุบันกองทุน Asia Semiconductor ETF บริหารโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) โดยกองทุนเริ่มจัดตั้งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2021 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฮ่องกงเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 ซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ภายใต้รหัส 3119
กองทุนมีค่าใช้จ่ายรวมต่อปี (ongoing charges) อยู่ที่ 0.68% และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (NAV) ประมาณ 911 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2026
โดยกองทุนถือหุ้นจริงในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เอเชียราว 40 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 99.8% ของพอร์ต ที่เหลือเป็นเงินสด และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลปีละครั้งตามดุลพินิจของ ผู้จัดการกองทุน โดยปกติในเดือนพฤษภาคม
พอร์ตของกองทุนกระจายการลงทุนใน 4 ตลาดหลักของเอเชีย โดย ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2026 น้ำหนักการลงทุนสูงสุดอยู่ที่ไต้หวัน 32.3% รองลงมาคือเกาหลีใต้ 26.6% ญี่ปุ่น 23.3% และจีน 17.6% ที่เหลือเป็นเงินสด 0.2% ซึ่งสะท้อนว่ากองทุนครอบคลุมผู้เล่นเซมิคอนดักเตอร์สำคัญเกือบทั้งภูมิภาค
เมื่อแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม พอร์ตกระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ถึง 91.0% ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) 3.7% กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrials) 2.6% กลุ่มสุขภาพ (Health Care) 1.7% และกลุ่มวัสดุ (Materials) 0.9% สะท้อนว่ากองทุนเน้นหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชิปเป็นหลัก
สำหรับหุ้น Top 10 ของกองทุน ประกอบไปด้วยผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ อย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics บริษัทออกแบบชิป ของไต้หวันอย่าง MediaTek โรงงานรับจ้างผลิตชิปอันดับหนึ่งของโลกอย่าง TSMC ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป ของญี่ปุ่นอย่าง Tokyo Electron และ Advantest รวมถึง Sony Group, Kioxia Holdings บริษัทชิป AI ของจีนอย่าง Cambricon Technologies และผู้ให้บริการประกอบและทดสอบ ชิปอย่าง ASE Technology Holding

โอกาสของกองทุนผูกอยู่กับการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจของ เทคโนโลยี AI การประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) ศูนย์ข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั่วไป โดยเอเชียถือเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปของโลก โดยเฉพาะไต้หวันและเกาหลีใต้ ที่ครองส่วนแบ่งการผลิตชิปขั้นสูงและหน่วยความจำ ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านเครื่องจักร และวัสดุผลิตชิป และจีนกำลังเร่งพัฒนาห่วงโซ่การผลิตชิปภายในประเทศ
การที่กองทุนถือหุ้นครบทั้งผู้ผลิตหน่วยความจำ โรงงานรับจ้างผลิตชิป ผู้ผลิตเครื่องจักร และผู้ให้บริการประกอบและทดสอบชิป ทำให้นักลงทุนได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ ความต้องการชิปในภาพรวม ไม่ว่าผู้ชนะในแต่ละรอบเทคโนโลยีจะเป็นบริษัทใด ซึ่งเหมาะกับ นักลงทุนที่ต้องการลงทุนตามธีมเซมิคอนดักเตอร์เอเชียแบบกระจายความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักของกองทุนคือความผันผวนของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม ที่เป็นวัฏจักร (cyclical) ขึ้นอยู่กับรอบการลงทุน ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการแข่งขันที่รุนแรง มูลค่าหุ้นในกลุ่มนี้จึงเหวี่ยงแรงทั้งขาขึ้นและขาลง ดังเห็นได้จาก ผลตอบแทนปี 2022 ที่ติดลบกว่า 34% นักลงทุนจึงควรรับความผันผวนระยะสั้นได้ และมองการลงทุนเป็นระยะยาว
นอกจากนี้ กองทุนยังกระจุกตัวในไม่กี่ประเทศและไม่กี่บริษัท โดยหุ้นอันดับต้น ๆ อย่าง SK Hynix, Samsung Electronics, MediaTek และ TSMC รวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูง ของพอร์ต อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ของเอเชียตะวันออก มาตรการควบคุม การส่งออกเทคโนโลยีชิป และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
เนื่องจากกองทุนซื้อขาย เป็นดอลลาร์ฮ่องกงแต่ทรัพย์สินอ้างอิงอยู่ในสกุลเงินเอเชีย หลายสกุล รวมถึงความเสี่ยงที่ราคาซื้อขายในตลาดอาจสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ของกองทุน (premium หรือ discount)
สนใจลงทุนในกองทุน Global X Asia Semiconductor ETF (3119) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน
คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน