DR23

ลงทุน AI ครึ่งปีหลัง 2026 จาก DR23 : เจาะ 3 ธีม AI ที่เหมาะกับนักลงทุนแต่ละสไตล์

21 Jul 26 5:08 PM
Wealth1
สรุปสาระสำคัญ

แม้หุ้น AI หลายตัวจะปรับขึ้นมาแล้ว แต่การเติบโตของ AI ยังขับเคลื่อนโดยการลงทุนด้าน Data Center, Cloud และ AI Infrastructure ที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้พัฒนา AI แต่ครอบคลุมทั้ง Ecosystem นักลงทุนจึงควรเลือกธีมที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของตนเอง

 

3 ธีมการลงทุนของ DR23

1. Mega Cap AI Leaders – AI ถูกนำไปใช้งานจริงผ่าน Big Tech
หุ้น: GOOG23 (Alphabet), AMZN23 (Amazon), NVDA23 (NVIDIA), BABA23 (Alibaba), TENCENT23 (Tencent)

 

2. Early Innovation – เทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อน AI ในอีก 5–10 ปี 
หุ้น: SPACEX23 (SpaceX), GEV23 (GE Vernova), IONQ23 (IonQ), MP23 (MP Materials), OKLO23 (Oklo)

 

3. AI Infrastructure & Semiconductor – ได้ประโยชน์จาก AI CapEx และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (เหมาะกับผู้เชื่อมั่น AI ระยะยาว)
หุ้น: TSEMI23 (Tower Semiconductor), FABRINET23 (Fabrinet), SYNP23 (Synopsys), LITE23 (Lumentum), SMIC23 (SMIC)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้กลายเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของโลก จากการเปิดตัว Generative AI สู่การเร่งลงทุนด้าน Data Center และ AI Infrastructure ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ AI Ecosystem อย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้หุ้นที่เกี่ยวข้องหลายบริษัทปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น

อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาหุ้นในหลายกลุ่มปรับตัวขึ้นมาแล้ว นักลงทุนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า

 

“AI ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่?”

 

แต่ในความเป็นจริง คำถามที่สำคัญกว่าอาจเป็น

 

“หากยังเชื่อว่า AI จะเป็นเมกะเทรนด์ในระยะยาว ควรเลือกลงทุนในส่วนใดของ AI?”

 

เนื่องจาก AI ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยบริษัทเพียงรายเดียว แต่เป็น Ecosystem ที่ประกอบด้วยผู้เล่นหลากหลาย ตั้งแต่ผู้ออกแบบและผลิตชิป ผู้ให้บริการ Cloud และ Data Center ผู้พัฒนา AI Model ไปจนถึงธุรกิจที่กำลังวางรากฐานของเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น Quantum Computing พลังงานนิวเคลียร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

 

ดังนั้น แม้จะมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของ AI เหมือนกัน นักลงทุนก็สามารถเลือกลงทุนได้หลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยขับเคลื่อนของธุรกิจที่เชื่อมั่น ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคน

 

InnovestX จึงแบ่งธีมการลงทุนใน AI ออกเป็น 3 แนวทาง ซึ่งสะท้อนมุมมองการลงทุนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่บริษัทผู้นำของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีแห่งอนาคต ไปจนถึงธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ AI เพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกธีมที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของตนเอง

 

Theme 1: Mega Cap AI Leaders

 

theme1.jpg

 

ทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ผู้ที่ได้เปรียบมักเป็นบริษัทที่มีทั้งเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และฐานลูกค้าพร้อมอยู่แล้ว และ AI ก็ไม่ต่างกัน

 

หนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนการเติบโตของ AI ได้ดีที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ใช้งาน แต่คือ เม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI CapEx) ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่

 

Alphabet ปรับเพิ่มงบลงทุนปี 2026 เป็นประมาณ 1.8 - 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Amazon วางแผนลงทุนราว 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Tencent เตรียมเพิ่มงบลงทุนด้าน AI เกือบ 2 เท่า ในช่วงครึ่งปีหลัง สะท้อนว่าการแข่งขันด้าน AI ยังอยู่ในช่วง “เร่งลงทุน” มากกว่าช่วงชะลอตัว

 

เป็นเพราะความต้องการใช้ Cloud และ AI Infrastructure ยังแข็งแกร่ง โดย Google Cloud มี Backlog เพิ่มเกือบเท่าตัวสู่ 4.62 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้เติบโต 63% YoY และ Operating Margin ขยายจาก 17.8% เป็น 32.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็น

ประวัติการณ์ สะท้อนทั้งการเติบโตและความสามารถในการทำกำไร อีกทั้งการคลี่คลายข้อจำกัดด้านพลังงานและระบบระบายความร้อนของ Data Center ยังช่วยเร่งการขยาย AI Infrastructure ของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ธีมนี้นับว่าเป็นหัวใจหลักของโลก AI เพราะเป็นทั้ง ด่านแรกในการรับรู้รายได้ พร้อมทั้งเป็นผู้กำหนดเทรนด์ AI ผ่านผลิตภัณฑ์และแผนการลงทุนได้ด้วยตนเอง

 

เหมาะสำหรับ

นักลงทุนที่ต้องการใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตหลัก ผ่านบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega Cap) ที่มี Full-Stack AI Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่ชิป Cloud Data Center AI Model ไปจนถึงบริการที่ผู้ใช้งานใช้งานจริง และมีความผันผวนโดยทั่วไปต่ำกว่าหุ้น AI ขนาดเล็ก

 

DR23 ในธีมนี้: GOOG23, AMZN23, NVDA23, BABA23 ,TENCENT23

 

 

Theme 2: Early Innovation

 

theme2-1.png

 

เมื่อพูดถึง AI หลายคนมักนึกถึง ChatGPT หรือชิปประมวลผล แต่หาก AI เติบโตต่อไปในอีก 5-10 ปี สิ่งที่จะเติบโตตามอาจไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์

 

AI ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ต้องพึ่งพาแร่หายากมากขึ้น และในอนาคตอาจอาศัย Quantum Computing เพื่อยกระดับการประมวลผล นั่นจึงทำให้ธุรกิจอย่าง อวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ Quantum Computing และ Rare Earth เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น

 

ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งการเข้าจดทะเบียนของ SpaceX การสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์และห่วงโซ่อุปทานแร่หายากของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึง IonQ ที่เริ่มเห็นรายได้เชิงพาณิชย์และสัญญาภาครัฐเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเริ่มเปลี่ยนจากแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง

 

สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการส่งมอบและรับรู้รายได้ แต่บริษัทเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์ เทคโนโลยีที่จะเป็นรากฐานของ AI และระบบโครงสร้างพื้นฐานของโลกอนาคต

 

เหมาะสำหรับ

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ต้องการโอกาสเติบโตจากธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และเชื่อว่าการสร้างผลตอบแทนระยะยาวอาจเริ่มจากการลงทุนก่อนที่อุตสาหกรรมจะเติบโตเต็มที่

 

DR23 ในธีมนี้: SPACEX23, GEV23, IONQ23, MP23, OKLO23

 

 

Theme 3: AI Infrastructure & Semiconductor

 

theme3-1.jpg

 

อีกหนึ่งแนวคิดที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน คือ การลงทุนในธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ AI แทนการคาดการณ์ว่า AI Model หรือบริษัทใดจะเป็นผู้ชนะ

 

เพราะไม่ว่าผู้เล่นรายใดจะครองตลาด สุดท้ายทุกคนยังต้องพึ่งพา ชิปประมวลผล โรงงานผลิตชิป ซอฟต์แวร์ออกแบบชิป ระบบสื่อสารความเร็วสูง และ Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI Ecosystem

 

ภาพในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 สะท้อนว่าความต้องการ AI Infrastructure ยังคงแข็งแกร่ง โดย Tower Semiconductor ประกาศลงทุน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายกำลังการผลิตในญี่ปุ่น พร้อมได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลิต Silicon Photonics รองรับความต้องการของ AI Data Center และการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Fabrinet และ Lumentum ได้รับอานิสงส์จากความต้องการอุปกรณ์ Optical Interconnect ที่เติบโตควบคู่กับการขยาย Data Center ส่วน Synopsys เดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจสู่รายได้แบบ Royalty-based ซึ่งอาจช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

 

นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่ Big Tech เพิ่มการลงทุนด้าน AI บริษัทในห่วงโซ่ AI Infrastructure และ Semiconductor Supply Chain ก็มีโอกาสได้รับประโยชน์ตามไปด้วย

 

เหมาะสำหรับ

นักลงทุนที่เชื่อว่าการเติบโตของ AI จะผลักดันความต้องการชิป ระบบเครือข่าย และ Data Center ในระยะยาว และต้องการลงทุนในธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการขยาย AI CapEx มากกว่าการเลือกผู้ชนะเพียงรายเดียว

 

DR23 ในธีมนี้: TSEMI23, FABRINET23, SYNP23, LITE23, SMIC23

 

 

แล้วคุณเหมาะกับธีมไหน?

 

หากคุณเชื่อว่า

Theme ที่อาจเหมาะ

Big Tech จะยังเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ของ AI

Mega Cap AI Leaders

เทคโนโลยีแห่งอนาคตจะเป็นคลื่นการเติบโตรอบถัดไป

Early Innovation

โครงสร้างพื้นฐานจะเติบโต ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะของ AI

AI Infrastructure & Semiconductor

 

AI อาจเป็นธีมการลงทุนเดียวกัน แต่สิ่งที่นักลงทุนกำลังลงทุนอาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางคนเลือกลงทุนในผู้นำของอุตสาหกรรม บางคนเลือกลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต ขณะที่บางคนเลือกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องใช้

 

ท้ายที่สุด การลงทุนใน AI ไม่ได้มีคำตอบเดียว สิ่งสำคัญไม่ใช่การตามหาหุ้นที่ร้อนแรงที่สุด แต่คือการเลือก ธีมการลงทุนที่สอดคล้องกับมุมมอง ระดับความเสี่ยง และเป้าหมายการลงทุนของตนเอง เพราะเมื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม นักลงทุนก็มีโอกาสยึดมั่นกับแผนการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น แม้ตลาดจะเผชิญความผันผวนระหว่างทาง

 

 

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5