ETFs

ลงทุน SpaceX ก่อน IPO ผ่าน ETF พร้อมชุดหุ้นที่ได้รับอานิสงค์

20 May 26 4:36 PM
Wealth1
สรุปสาระสำคัญ

กระแสข่าวการ IPO ของ SpaceX ที่อาจเกิดขึ้นวันที่ 12 มิ.ย. 2026 กำลังถูกจับตาจากนักลงทุนทั่วโลก หลังมีการประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง $1.5–1.75 ล้านล้านดอลลาร์ และอาจระดมทุนได้มากถึง $7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น

 

ทางเลือกลงทุน “SpaceX ทางอ้อม” ผ่าน ETF

 

เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยอาจเข้าถึงหุ้น IPO ได้จำกัด ETF ที่มี Exposure ต่อ SpaceX ผ่านโครงสร้าง SPV อย่าง NASA และ XOVR จึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น

  • NASA เน้นลงทุนใน Space Economy ทั้ง Ecosystem ตั้งแต่จรวด ดาวเทียม ระบบสื่อสาร ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ
  • XOVR ให้น้ำหนัก SpaceX สูงกว่า พร้อมผสมธีม AI และ Big Tech อย่าง NVIDIA และ Meta Platforms

 

ETF และหุ้นธีมอวกาศที่น่าจับตา

 

นอกจากนี้ ETF อย่าง ARKX และ UFO รวมถึงหุ้นธีมอวกาศ เช่น Rocket Lab และ Intuitive Machines ก็อาจได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ Space Economy ระยะยาวเช่นกัน

ช่วงนี้ SpaceX กลับมาเป็นชื่อที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา หลังมีรายงานว่าอาจเตรียม IPO วันที่ 12 มิ.ย. 2026 และอาจกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้น ด้วยประมาณการมูลค่าบริษัทราว $1.5–1.75 ล้านล้านดอลลาร์และอาจระดมทุนผ่านตลาดหุ้นได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์

 

คำถามที่นักลงทุนรายย่อยหลายคนอยากรู้คือ

 

เราจะซื้อหุ้น SpaceX ที่ราคา IPO ได้ไหม?

 

ความจริงคือ หุ้น IPO ระดับโลกแบบนี้มักถูกจัดสรรให้สถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ก่อน พอรายย่อยเข้าถึงได้ ราคาก็อาจผันผวนสูงแล้ว

 

นี่จึงทำให้ ETF ที่มี Exposure ต่อ SpaceX ทางอ้อม เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะ NASA ETF และ XOVR ETF

 

แต่ก่อนลงทุน ต้องเข้าใจก่อนว่า

 

เราไม่ได้ซื้อ “หุ้น SpaceX โดยตรง”
แต่กำลังซื้อ “กองทุนที่มี SpaceX เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต”

โดยเป็นการลงทุนผ่าน ETF ที่ถือ SpaceX ผ่านโครงสร้าง SPV (Special Purpose Vehicle)

 

 

ลงทุน SpaceX ก่อน IPO ผ่าน ETF ได้อย่างไร?

 

แม้ SpaceX จะยังเป็นบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่นักลงทุนปัจจุบันสามารถ “ลงทุนทางอ้อม” ได้ผ่าน ETF ที่ถือ SpaceX ผ่านโครงสร้าง SPV (Special Purpose Vehicle)

 

SPV คือบริษัทหรือกองทุนเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อถือหุ้น SpaceX โดยเฉพาะ เมื่อ ETF เข้าไปลงทุนใน SPV นักลงทุนที่ถือ ETF จึงได้รับ Exposure ต่อมูลค่าของ SpaceX ทางอ้อม โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึง Private Market ด้วยตนเอง

 

ปัจจุบัน ETF ที่ลงทุนใน SpaceX ผ่าน SPV และซื้อขายได้จริงในตลาดสหรัฐฯ ยังมีไม่กี่กอง โดยกองที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ NASA ETF และ XOVR ETF

 

 

1. NASA (Tema Space Innovators ETF)

 

Tema Space Innovators ETF (NASA) เป็น Active ETF ธีมอวกาศของ Tema ETFs ที่จดทะเบียนบน NYSE เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 โดยมี SpaceX (SPV Exposure) ราว 6.72% ของพอร์ต ทำให้เป็นหนึ่งในไม่กี่ ETF ที่นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึง SpaceX ผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้

 

nasa-etf.jpeg

 

NASA ลงทุนทั้ง Ecosystem ของอุตสาหกรรมอวกาศ

 

จุดเด่นของ NASA ETF คือ ไม่ได้เป็นกอง SpaceX เพียงอย่างเดียว แต่เป็นกองที่ลงทุนใน Space Economy ทั้ง Ecosystem

ตั้งแต่จรวด ดาวเทียม ระบบสื่อสาร การนำทาง การสำรวจโลกจากอวกาศ ไปจนถึงบริการที่ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ

 

 

แล้วในพอร์ต NASA ETF ถืออะไรอยู่บ้าง?

อ้างอิงจากข้อมูลของกองทุน ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2026 มีทั้งหมด 37 Holdings

 

Top 5 Holdings 

 

บริษัท

สัดส่วน

ธุรกิจหลัก

Rocket Lab (RKLB)

11.20%

ผู้ให้บริการปล่อยจรวดขนาดเล็ก Electron และพัฒนาจรวด Neutron รองรับดาวเทียมขนาดใหญ่ พร้อมผลิต Spacecraft Components ให้ลูกค้าภาครัฐและเอกชน

SpaceX (SPV Exposure)

6.72%

บริษัทอวกาศเอกชนชั้นนำของโลก พัฒนาจรวด Falcon และ Starship พร้อมดำเนินธุรกิจดาวเทียม Starlink ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วโลก

Filtronic (FTC)

6.19%

ผู้ผลิต RF Components และระบบสื่อสารความถี่สูงสำหรับดาวเทียม เป็นซัพพลายเออร์หลักให้ SpaceX ในโครงการ Starlink และลูกค้าด้านกลาโหม

Planet Labs PBC

6.14%

ผู้ให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมรายวันครอบคลุมทั่วโลก นำข้อมูลไปใช้ในด้านเกษตรกรรม ความมั่นคง การเงิน และการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Intuitive Machines (LUNR)

5.67%

บริษัทเทคโนโลยีอวกาศที่มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานบนดวงจันทร์ พัฒนายานลงจอด ระบบสื่อสาร และบริการโลจิสติกส์อวกาศ ร่วมงานกับ NASA โครงการ Artemis

 

โดยสรุปแล้ว หากเชื่อว่าเศรษฐกิจอวกาศจะเติบโตทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ SpaceX เพียงบริษัทเดียว NASA ETF อาจตอบโจทย์มากกว่า เพราะกองทุนกระจายการลงทุนครอบคลุมหลายส่วนของอุตสาหกรรมอวกาศ ตั้งแต่จรวด ดาวเทียม ระบบสื่อสาร ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ

 

 

2. XOVR — ERShares Private-Public Crossover ETF

 

XOVR เป็น Active ETF จาก ERShares ที่จดทะเบียนบน Nasdaq ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2017 โดยมี SpaceX (SPV Exposure) สูงราว 21.03% ของพอร์ต ทำให้เป็น ETF ที่ให้ SpaceX Exposure สูงที่สุดในบรรดา ETF ที่ซื้อขายได้ในตลาดปัจจุบัน

กองทุนลงทุนทั้ง หุ้นจดทะเบียน และ Private Equity ในกองเดียว โดยคัดเลือกบริษัทสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการผ่านกรอบ Entrepreneur Factor

 

xovr-etf.jpeg

 

XOVR ลงทุนทั้งหุ้นในตลาด และบริษัทเอกชนนอกตลาด

 

จุดเด่นคือ XOVR ให้สัดส่วน SpaceX สูงกว่า NASA และถือเป็นหนึ่งใน ETF ที่มี Exposure ต่อ SpaceX สูงที่สุดในตลาดปัจจุบัน

แต่ XOVR ไม่ได้เป็นกองอวกาศล้วน ๆ

 

พอร์ตยังถือหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง NVIDIA, Alphabet, Meta และ Astera Labs ทำให้กองนี้มีลักษณะเป็น SpaceX + AI + Big Tech Growth มากกว่า

 

แล้วในพอร์ต XOVR ถืออะไรอยู่บ้าง?

อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2026 กองทุนมีทั้งหมด 33 Holdings

 

Top 5 Holdings

 

บริษัท

สัดส่วน

ธุรกิจหลัก

SpaceX (SPV Exposure)

21.03%

บริษัทอวกาศเอกชนชั้นนำของโลก พัฒนาจรวด Falcon และ Starship พร้อมดำเนินธุรกิจดาวเทียม Starlink ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วโลก

NVIDIA Corp.

10.56%

ผู้นำด้านการผลิต GPU สำหรับ AI และ Data Center เจ้าของแพลตฟอร์ม CUDA ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม และผู้พัฒนาชิป H100/B200 ที่ขับเคลื่อน AI ทั่วโลก

Alphabet Inc.

7.15%

บริษัทแม่ของ Google ครอบคลุมธุรกิจ Search, YouTube, Google Cloud และการวิจัย AI ผ่าน DeepMind เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีรายได้โฆษณาออนไลน์สูงที่สุดในโลก

Meta Platforms Inc.

4.82%

เจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ WhatsApp  พร้อมลงทุนหนักด้าน AI และ AR/VR ผ่านแผนก Reality Labs

Astera Labs Inc.

3.97%

บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่พัฒนาชิปเชื่อมต่อสำหรับ Data Center และ AI Infrastructure โดยช่วยให้ GPU, CPU, Memory และระบบเครือข่ายส่งข้อมูลกันได้เร็วขึ้น ลดคอขวดของระบบ AI ขนาดใหญ่ เช่น AI Server และ AI Cluster ของ Hyperscaler

 

โดยสรุปแล้ว NASA คือการลงทุนใน Space Economy ทั้งระบบส่วน
XOVR คือการให้น้ำหนักกับ SpaceX มากกว่า พร้อมได้ธีม AI, Cloud, Data Center และเทคโนโลยีเติบโตควบคู่ไปด้วย

 

 

เปรียบเทียบผลตอบแทน

 

ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ NASA เพิ่งจัดตั้งเมื่อ 30 มีนาคม 2026 มีอายุเพียงประมาณ 1 เดือน ขณะที่ XOVR มีประวัติยาวกว่า 8 ปีตั้งแต่ปี 2017 ทำให้การเปรียบเทียบผลตอบแทนในระยะยาวทำได้เฉพาะฝั่ง XOVR เท่านั้น

 

รายการ

NASA

XOVR

ผลตอบแทน 1 ปี

23.26%
(จดทะเบียน 30/03/2026)

5.9%

ผลตอบแทน 3 ปี

15.29%

ผลตอบแทน 5 ปี

2.02%

 

 

จุดต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง NASA vs XOVR

 

จุดต่างสำคัญระหว่าง NASA ETF และ XOVR ETF

แม้ทั้งสองกองจะให้ Exposure ต่อ SpaceX ผ่านโครงสร้าง SPV เหมือนกัน แต่แนวคิดการลงทุนของทั้งสองกองแตกต่างกันค่อนข้างชัด

 

  • NASA เน้น “อุตสาหกรรมอวกาศทั้งระบบ”
    กระจายไปหลายบริษัทในธีมจรวด ดาวเทียม การสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ

 

  • XOVR เน้น “SpaceX Exposure สูงกว่า”
    แต่พอร์ตผสมกับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ทำให้ได้ทั้ง Space Economy และ AI / Tech Growth

 

ถ้าอยากได้กองที่สะท้อนธีมอวกาศแบบกว้างกว่า → NASA
ถ้าอยากได้ SpaceX Exposure มากกว่า และรับความกระจุกตัวได้สูงกว่า → XOVR

 

หัวข้อ

NASA

XOVR

ธีมหลัก

Space Economy

Entrepreneurial / นวัตกรรม

SpaceX Exposure

~6.72% (SPV)

~21.03% (SPV)

จำนวน Holdings

37 หุ้น

33 หุ้น

AUM

~$280 ล้าน

~$460 ล้าน

ค่าธรรมเนียม

0.87%

0.75%

Market Cap โฟกัส

Mid / Small Cap

Large Cap

วันจัดตั้ง

30 มี.ค. 2026

7 พ.ย. 2017

ประเภท

Active ETF

Active ETF

 

กองไหนเหมาะกับใคร?

 

NASA เหมาะกับผู้ลงทุนที่

  • เชื่อว่าเศรษฐกิจอวกาศจะเติบโตระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่จรวด ดาวเทียม ระบบสื่อสาร ไปจนถึงบริการต่อยอดจากอวกาศ
  • ต้องการ Exposure ต่อ SpaceX แบบเข้าถึงได้ง่ายกว่า Private Market ผ่านการลงทุนใน ETF ที่ซื้อขายได้ในตลาดหุ้น
  • รับได้ว่ากองทุนมีการกระจุกตัวในธีมอวกาศและเทคโนโลยี พร้อมความผันผวนจากกองทุนใหม่ที่มีลักษณะเป็น active management และ non-diversified structure
  • มองกองทุนนี้เป็นการลงทุนเสริมของพอร์ต เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตจากธีมเศรษฐกิจอวกาศในระยะยาว

 

XOVR เหมาะกับผู้ลงทุนที่

  • ต้องการ Exposure ต่อ SpaceX ในสัดส่วนสูง ผ่าน ETF ที่สามารถซื้อขายได้ในตลาดหุ้นทั่วไป
  • เชื่อว่า SpaceX จะเป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญของเศรษฐกิจอวกาศระยะยาว และเป็นธีมหลักของการลงทุน
  • สนใจลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง NVIDIA, Meta และ Palantir ควบคู่ไปกับธีมอวกาศ
  • รับได้ว่ากองทุนมีการกระจุกตัวสูง จึงอาจมีความผันผวนมากกว่ากองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วไป

 

ทั้ง NASA ETF และ XOVR ETF อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนที่

  • คาดหวังให้ราคากองทุนเคลื่อนไหวตาม SpaceX แบบทันที เหมือนการถือหุ้น SpaceX โดยตรง
  • กังวลเรื่องการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์นอกตลาด ซึ่งอาจมีความโปร่งใสน้อยกว่าหุ้นจดทะเบียนทั่วไป
  • ต้องการกองทุนดัชนีแบบ Passive ที่กระจายการลงทุนกว้าง และมีค่าธรรมเนียมในระดับต่ำ
  • รับความผันผวนจากกองทุนธีมเฉพาะทาง หรือโครงสร้างพอร์ตที่กระจุกตัวสูงได้ค่อนข้างจำกัด

 

สุดท้าย การลงทุนใน SpaceX ผ่าน ETF อาจไม่ใช่การลงทุนใน SpaceX โดยตรง แต่เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงธีม Space Economy ได้ง่ายขึ้น ผ่านตลาดหุ้น

 

 

ETF อื่นที่อาจได้รับอานิสงส์จากกระแส SpaceX IPO

(ไม่มี SpaceX อยู่ในพอร์ต แต่ลงทุนใน Space Ecosystem)

 

1. ARK Space & Defense Innovation ETF (ARKX)

 

ARK Space & Defense Innovation ETF เป็น Active ETF ของ ARK Invest ที่เน้นลงทุนใน Space & Defense Innovation ครอบคลุม Ecosystem ที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจอวกาศ เช่น ดาวเทียม ระบบสื่อสาร การบินอัตโนมัติ AI หุ่นยนต์ Defense Tech และเทคโนโลยีสนับสนุนอุตสาหกรรมอวกาศ

 

ARKX ครอบคลุมทั้ง Space และ Defense

 

ARKX ลงทุนในธีม Space & Defense Innovation ครอบคลุมทั้งดาวเทียม ระบบสื่อสาร AI หุ่นยนต์ Defense Tech และเทคโนโลยีสนับสนุนอุตสาหกรรมอวกาศ

 

กองนี้ไม่ได้ถือ SpaceX โดยตรง แต่ได้ธีม Space + Defense + AI ในกองเดียว

 

อีกทั้งกองทุนมีน้ำหนักสูงในกลุ่ม Industrials และ Technology พร้อมเน้นธีมอนาคต เช่น Reusable Rockets, Humanoid Robots และ Next Generation Cloud

 

ARKX เหมาะกับนักลงทุนที่

  • เชื่อใน Mega Trend ระยะยาวของ Space Economy, AI และ Defense Technology
  • ต้องการพอร์ตเชิง Growth ที่มีโอกาสเติบโตสูงกว่าตลาดทั่วไป
  • รับความผันผวนได้มากกว่ากองทุนหุ้นโลกทั่วไป เพราะกองทุนกระจุกตัวในธีมอนาคตค่อนข้างสูง

 

 

2. Procure Space ETF (UFO)

 

UFO เป็น ETF ธีมอวกาศแบบ Pure-play ที่เน้นบริษัทที่มีรายได้เกี่ยวข้องกับ Space Economy โดยตรง เช่น ดาวเทียม การสื่อสารผ่านอวกาศ ระบบภาพถ่ายจากอวกาศ และโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ

 

อีกทั้ง UFO เป็น Passive ETF ที่อิงดัชนี S-Network Space Index ซึ่งกำหนดให้ 80% ของน้ำหนักลงทุนอยู่ในบริษัทที่สร้างรายได้จากธุรกิจอวกาศจริง

 

UFO เป็น Passive ETF ที่มีการลงทุนแบบ Pure-play ในธีมอวกาศ

 

UFO เหมาะกับนักลงทุนที่

  • ต้องการลงทุนตรงในธีม Space Economy ระยะยาว
  • เชื่อว่าธุรกิจดาวเทียม การสื่อสารอวกาศ และโครงสร้างพื้นฐานอวกาศจะเติบโตในอนาคต
  • ต้องการ Exposure ที่ "ตรงธีมอวกาศ" มากกว่า ETF เทคโนโลยีทั่วไป แต่ยอมรับความผันผวนสูงจากหุ้นขนาดกลางและธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเติบโตได้

 

 

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Space Economy ที่น่าจับตา

 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึง Space Economy โดยตรงโดยไม่ผ่าน ETF หุ้นกลุ่มนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่กระจายอยู่ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การปล่อยจรวด วัสดุการบิน โครงสร้างพื้นฐานดาวเทียม ไปจนถึงการสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งล้วนได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศ และอาจถูก re-rate ตามกระแส SpaceX IPO ที่ทำหน้าที่เป็นตัวตั้งราคาให้ทั้งกลุ่ม

 

บริษัท

กลุ่ม

ภาพรวมธุรกิจ

Rocket Lab (RKLB)

Launch & Space Systems

บริการปล่อยจรวดและผลิต Spacecraft Components ครบวงจร

Hexcel (HXL)

Aerospace Materials

ผู้ผลิตวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงสำหรับจรวด เครื่องบิน และดาวเทียม

MDA Space (MDA)

Satellite & Infrastructure

โครงสร้างพื้นฐานอวกาศจากแคนาดา ผู้พัฒนา Canadarm สำหรับ NASA

Avio (AVIO)

Launch Systems

ผู้พัฒนาเครื่องยนต์จรวด Vega ของยุโรป ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้านอวกาศของ EU

Intuitive Machines (LUNR)

Lunar Exploration

ภารกิจสำรวจดวงจันทร์และ Space Infrastructure ร่วมงานกับ NASA โครงการ Artemis

 

โดยสรุปแล้ว บทความนี้ได้พาทำความรู้จักกับ ETF ที่มี SpaceX อยู่ในพอร์ตจริงอย่าง NASA และ XOVR รวมถึง ETF และหุ้นที่อาจได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ Space Economy ตั้งแต่ธุรกิจจรวด ดาวเทียม ระบบสื่อสาร Defense ไปจนถึง AI และโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ ซึ่งอาจได้รับอานิสงค์จากกระแส SpaceX IPO

 

 

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

 

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5