Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 4 ก.พ. 2569

4 Feb 26 7:30 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. แรงขายหุ้นเทคฯ กดดันตลาดสหรัฐฯ ขณะที่เม็ดเงินหมุนสู่หุ้นวัฏจักร–ขนาดเล็ก สะท้อนภาวะ Rotational Bull Market

2. ราคาทองคำและแร่เงินฟื้นตัวแรง นักลงทุนช้อนซื้อหลังราคาปรับฐาน เราประเมินว่าระยะสั้นยังผันผวน แนะนำทยอยซื้อที่แนวรับ

3. EU เสนอจับมือสหรัฐด้านแร่ยุทธศาสตร์ สกัดอิทธิพลจีน มองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่ม Rare Earth สหรัฐฯ และยุโรป

4. รูปีแข็งค่า–หุ้นอินเดียพุ่ง หลังสหรัฐฯ ลดภาษีศุลกากรเหลือ 18% นักลงทุนคลายกังวลความเสี่ยงการค้า แนะสะสมกองทุน K-INDX

5. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดหน่วยงานรัฐบาล

6. Nintendo กำไร FY3Q26 โตต่ำกว่าคาด ระยะสั้นแนะระมัดระวังหลังราคาหน่วยความจำยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อมาร์จิ้น

7. PayPal รายงานผลประกอบการ 4Q25 ต่ำกว่าคาด และประกาศเปลี่ยนตัว CEO กะทันหัน เราแนะหลีกเลี่ยงลงทุนใน PayPal

8. PepsiCo, Mondelez, และ Chipotle รายงานผลประกอบการ 4Q25 ที่ดีกว่าคาด แต่ให้แนวโน้มกำไรปี 2026 ที่ระมัดระวัง

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
4 February 2026

 

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลงจากระดับใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังแรงขายในหุ้นเทคฯขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ กดดันดัชนี S&P 500 ลดลง 0.8% และ Nasdaq 100 ร่วง 1.6% ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนีกลับปรับขึ้น สะท้อนการหมุนเงินลงทุนจากหุ้นเติบโตสู่หุ้นวัฏจักรและหุ้นขนาดเล็ก ดัชนี Russell 2000 เพิ่มขึ้น 0.3% ตลาดมองว่าการลงทุนในธีม AI ที่ครองตลาดมาหลายปีเริ่มแตกแขนง โดยนักลงทุนเลือกผู้ชนะเป็นรายบริษัทมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลเรื่องต้นทุนลงทุน AI และมูลค่าหุ้นเทคฯที่ตึงตัว ภาพรวมตลาดยังถูกมองว่าเป็น “rotational bull market” ซึ่งเงินทุนไหลไปยังหุ้น value และหุ้นที่อิงเศรษฐกิจจริงมากขึ้น แม้ความผันผวนระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และ AI disruptions

 

2. ราคาทองคำและแร่เงินดีดตัวขึ้นแรง โดยได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนที่เข้าช้อนซื้อหลังจากที่ราคาทรุดตัวลงอย่างหนัก ราคาทองคำสปอตพุ่งขึ้นถึง 6% สู่ระดับเกือบ 4,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แร่เงินทะยานขึ้นกว่า 10% กลับมายืนเหนือ 87 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนทองคำยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความคาดหวังต่อนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และบทบาทในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังมีความผันผวน นักลงทุนจึงควรทยอยซื้อสะสมตามแนวรับที่ 4,780 และแนวรับที่สองบริเวณ 4,520-4,650 เพื่อบริหารความเสี่ยง

 

3. สหภาพยุโรป (EU) เตรียมเสนอความเป็นหุ้นส่วนด้านแร่ยุทธศาสตร์ (critical minerals) ให้กับสหรัฐฯ เพื่อจำกัดอิทธิพลของจีนในห่วงโซ่อุปทานโลก โดย EU พร้อมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับสหรัฐ เพื่อจัดทำ Strategic Partnership Roadmap ภายใน 3 เดือน ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งพัฒนาแหล่งจัดหาแร่ที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยลดการพึ่งพาจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดหาหลักในตลาดโลก ข้อเสนอของ EU ครอบคลุมการพัฒนาโครงการร่วม กลไกรับประกันราคา การสร้างซัพพลายเชนที่ปลอดภัย และการกักตุนแร่เชิงยุทธศาสตร์ ทั้งนี้ EU ย้ำว่าความร่วมมือจะต้องเคารพอธิปไตยของกันและกัน ท่ามกลางความตึงเครียดก่อนหน้าจากประเด็นกรีนแลนด์ ประเด็นดังกล่าวมองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มแร่หายาก (Rare Earth) สหรัฐฯ และยุโรป

 

4. ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวขึ้นแรง หลังสหรัฐฯ ประกาศลดภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียเหลือ 18% โดยดัชนี NSE Nifty 50 พุ่งขึ้นสูงสุดราว 5% ระหว่างวัน ซึ่งเป็นการปรับขึ้นแรงที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี ก่อนปิดตลาดบวก 2.6% ค่าเงินรูปีแข็งค่าราว 1.4% สู่ระดับประมาณ 90.27 ต่อดอลลาร์ ถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018 ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอินเดียปรับตัวดีขึ้นตามกระแสเงินทุนไหลกลับ โดยนักวิเคราะห์จาก Societe Generale และ HSBC คาดว่ารูปีมีโอกาสกลับมาแข็งค่าสู่ระดับ 87-88 ต่อดอลลาร์  เราประเมินว่าข้อตกลงการค้าดังกล่าวช่วยลดปัจจัยกดดันหลักที่ฉุดตลาดอินเดียมาตลอดหลายเดือน และช่วยให้ตลาดหุ้นอินเดียลดการ underperform เทียบกับภูมิภาคได้ แนะสะสมกองทุน K-INDX

 

5. วานนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดหน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ให้กลับมาทำงานตามปกติได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ แต่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิได้รับงบประมาณขยายเวลาไป 2 สัปดาห์ (13 ก.พ. 69) มองการยุติชัตดาวน์ช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นโลกและไทย

 

6. Nintendo กำไร FY3Q26 โตต่ำกว่าคาด แม้ยอดขายรวมโตแรง และยอดขายเครื่อง Switch 2 สูงกว่าคาดเล็กน้อย แรงกดดันหลักมาจากมาร์จิ้นที่แคบลง จากต้นทุนหน่วยความจำพุ่ง และผลกระทบภาษีนำเข้าสหรัฐ ด้าน Guidance ผู้บริหารคงประมาณการทั้งปีไว้เท่าเดิม เรามองว่าในระยะยาวดีมานด์และ ecosystem ยังไม่เสีย อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นแนะระมัดระวังหลังราคาหน่วยความจำยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อมาร์จิ้น

 

7. PayPal รายงานผลประกอบการ 4Q25 ต่ำกว่าคาด และประกาศเปลี่ยนตัว CEO กะทันหัน เนื่องจาก บอร์ดบริหารไม่พอใจในแผนฟื้นฟูกิจการที่ล่าช้า ธุรกิจหลักอย่าง Branded Checkout ที่เติบโตเพียง 1% ชะลอตัวลงอย่างมาก นอกจากนี้ ปรับลดแนวโน้มคาดการณ์กำไรปี 2026 และยกเลิกเป้าหมายระยะยาวปี 2027 ส่งผลให้หุ้น PayPal ร่วงลงถึง 19% ทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 9 ปี เราแนะหลีกเลี่ยงลงทุนใน PYPL หลังการฟื้นฟูใช้เวลานานกว่าคาด แนวโน้มไม่สดใส กลุ่ม Payment เราชอบ V และ MA ที่สุด

 

8. PepsiCo, Mondelez, และ Chipotle รายงานผลประกอบการ 4Q25 ที่ดีกว่าคาด อย่างไรก็ดี ทั้งสามบริษัทเผชิญยอดขายที่ลดลงในบางส่วนจากการขึ้นราคาสินค้า (Pepsico ปรืมาณขายในอเมริกาเหนือลดลง 2-4%, Mondelez ปริมาณการขาย (Volume/Mix) ลดลง 4.8%,  Chipotle ยอดขายสาขาเดิมลดลง 2.5% ) ซึ่งสะท้อนถึงภาวะผู้บริโภคเริ่มรับภาระราคาไม่ไหว ด้วยเหตุนี้ ทั้งสามบริษัทให้แนวโน้มกำไรปี 2026 ที่ระมัดระวัง เน้นไปที่การรักษาฐานลูกค้าและการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กรเป็นหลัก เรามองว่ากลุ่ม F&B จะเผชิญแรงกดดันมาร์จิ้น จากการขึ้นราคาสินค้าที่ทำได้ยากมากขึ้นและต้องยอมลดราคาหรือเพิ่มงบการตลาดเพื่อรักษา Market Share เราแนะอยู่ในหุ้นที่มีกระแสเงินสดสูงและมีนโยบายคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นอย่าง PEP KO
 
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Inflation Rate YoY Flash ของยุโรป เดือน ม.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 1.8% จากก่อนหน้าที่ 1.9% และ ISM Services PMI  ของสหรัฐฯ เดือน ม.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 54.3 จากก่อนหน้าที่ 54.4

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5