
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยหุ้นเทคฯ หลังตลาดเริ่มคลายความกังวลจาก AI ขณะที่รอข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
2. หุ้นญี่ปุ่นทำนิวไฮหลัง Takaichi ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ประเมินหนุนหุ้นญี่ปุ่นขนาดเล็ก แนะลงทุนผ่าน ASP-JPSMALL
3. รัฐบาลจีนสั่งธนาคารลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ มีโอกาสสร้างความผันผวนให้กับตลาดตราสารหนี้ในระยะถัดไป
4. น้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% หลังสหรัฐฯ เตือนเรือหลีกเลี่ยงน่านน้ำอิหร่าน กระทบอุปทาน หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
5. Samsung เตรียมเป็นเจ้าแรกของโลกที่ Mass Production HBM4 ให้ NVIDIA เป็นบวกต่อ Samsung และ Sk Hynix
6. ON Semiconductor รายงานกำไร 4Q25 ดีกว่าคาด ธุรกิจ AI มีแนวโน้มโตต่อเนื่อง เป็นบวกกับ Nvidia, TSMC
7. STMicro บรรลุข้อตกลงกับ AWS ในการจัดหาชิปและระบบจัดการพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นบวกต่อ STMicro และ Amazon
8. รมว.คลังไทยยืนยันจะเดินหน้า “คนละครึ่งพลัส” และดันโครงการ “Thailand FastPass” บวกต่อค้าปลีกและนิคมอุตสาหกรรม
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
10 February 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดย S&P 500 +0.47%, Nasdaq +0.90% หุ้นเทคโนโลยีฟื้นตัวต่อเนื่องหลังถูก Sell-off จากความกังวลเรื่อง AI โดย Software Services Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% ขณะที่นักลงทุนรอข้อมูล Nonfarm Payrolls และ CPI ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ตลาดคาดการณ์ Fed จะลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ด้านราคาเงินพุ่ง 6.3% ไปที่ $82.86/ออนซ์ ทองคำและน้ำมันปรับตัวขึ้น ดอลลาร์อ่อนค่า 0.8% ตามเยนที่แข็งค่าขึ้น
2. ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่ Nikkei ปิดที่ 56,363 (+3.9%) หลัง Takaichi ชนะเลือกตั้ง ได้ที่นั่งระดับ Supermajority ที่ 316 ที่นั่ง ทำให้มีอำนาจในการขับเคลื่อนวาระเศรษฐกิจ–การคลังและความมั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งฝ่ายค้าน เราประเมินการชนะอย่างถล่มทลายของ Takaichi จะส่งผลบวกต่อหุ้นญี่ปุ่น โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กที่มีรายได้จากภายในประเทศซึ่งมีการปรับประมาณการกำไรขึ้นมาอย่างโดดเด่น สามารถลงทุนผ่านกองทุน ASP-JPSMALL
3. รัฐบาลจีนสั่งให้ธนาคารพาณิชย์ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (concentration risk) และความผันผวนของตลาด Bloomberg รายงานว่าเจ้าหน้าที่จีนสั่งให้ธนาคารจำกัดการซื้อและลดสัดส่วนการถือครอง แต่คำสั่งนี้ไม่ใช้กับการถือครองของรัฐ การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณค่อยๆ กระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ มากกว่าเป็นการเร่งเทขายในทันที แต่ยังมีโอกาสสร้างความผันผวนให้กับตลาดตราสารหนี้ในระยะถัดไป
4. กระทรวงคมนาคมสหรัฐเตือนเรือสัญชาติอเมริกันให้หลีกเลี่ยงน่านน้ำอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก หนุนให้ราคาน้ำมัน Brent ปิดที่ $69.04/บาร์เรล (+1.5%) WTI ที่ $64.36 (+1.3%) โดยตลาดกังวลความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านอาจกระทบอุปทาน ขณะที่ EU เสนอแบนน้ำมันรัสเซีย และอินเดียเริ่มลดการซื้อน้ำมันรัสเซียจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความตึงตัวต่ออุปทานน้ำมันอีก โดยราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
5. Samsung เตรียมเป็นเจ้าแรกของโลกที่ Mass Production HBM4 ในเดือน ก.พ. นี้ สำหรับชิป Vera Rubin ของ Nvidia และมีรายงานว่า Micron อาจหลุดโผซัพพลายเออร์หลัก ของ Nvidia ในช่วงแรก เนื่องจากติดปัญหาด้านความเร็ว ความเคลื่อนไหวนี้ชี้ให้เห็นว่า Samsung กำลังกลับมาครองความเป็นผู้นำในตลาด AI Memory เหนือคู่แข่ง เป็นบวกกับ Samsung และ Sk Hynix แต่เป็นลบกับ Micron ในระยะสั้น
6. ON Semiconductor รายงานกำไร 4Q25 ดีกว่าคาดที่ 0.64 ดอลลาร์ แม้รายได้ลดลง 11% อยู่ที่ 1.53 พันล้านดอลลาร์ ตลาดรถยนต์และอุตสาหกรรมเริ่มทรงตัวแต่ฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดประเมิน จุดแข็งคือธุรกิจ AI Data Center ที่คาดว่าจะโตต่อเนื่องในไตรมาสหน้า โดยรวมยังมีแรงกดดันจากแนวโน้มรายได้ 1Q26 ที่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย รายได้จาก Data Center ยังเติบโตดีเป็นบวกกับ Nvidia, TSMC
7. STMicroelectronics บรรลุข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับ AWS เพื่อจัดหาชิปเชื่อมต่อความเร็วสูงและระบบจัดการพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โดย AWS ได้รับวอร์แรนต์ซื้อหุ้น STMicro สัดส่วน 2.7% เพื่อแลกกับการรับประกันปริมาณการผลิตในระยะยาว ดีลนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากตลาดรถยนต์ที่ซบเซาและสนับสนุนเป้าหมายรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ 500 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 มองเป็นบวกต่อ STMicro และ Amazon
8. รมว.คลัง ไทยยืนยันว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างแน่นอน แต่ต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน คาดว่าจะกระตุ้นการบริโภคในประเทศเหมือนรอบก่อนที่เงินสะพัดกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน โครงการ “Thailand FastPass” ที่เล็งเร่งรัด 80 โครงการลงทุนมูลค่ารวมราว 4.8 แสนล้านบาท มองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (TNP CPAXT CPALL) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. (MoM) คาดการณ์ที่ 0.4% ก่อนหน้าที่ 0.6%