
1. หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแรง นำโดย Tech ด้าน Bond Yield ปรับตัวลดลง ตลาดรอดูข้อมูล CPI สหรัฐฯ คืนนี้
2. ผู้นำ EU เร่งปฏิรูป single market ปรับกฎระเบียบเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ตั้งเป้ากำหนดแผนเดือนมีนาคม
3. อินเดียรายงานเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ที่ 2.75% ภายใต้ชุดข้อมูล CPI ฐานใหม่ปี 2024 สูงกว่าคาด 2.4% เล็กน้อย
4. ราคาน้ำมันร่วง 2.7% หลัง IEA ลดประมาณการอุปสงค์ ด้านทรัมป์ส่งสัญญาณเจรจากับอิหร่านต่อ กดดันหุ้นพลังงานระยะสั้น
5. Hermès เผยงบ 4Q25 ยอดขายโตทะลุเป้าจากความต้องการกระเป๋า Birkin สูงขึ้น เป็นบวกต่อการเติบโตของบริษัท
6. Hua Hong รายงานกำไรต่ำกว่าประมาณการ พร้อม guidance ต่ำกว่าคาดใน 1Q26 มองเป็นลบต่อ Hua Hong
7. Unilever รายงานยอดขายดีกว่าคาด จากสินค้ากลุ่มความงาม พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืน 1.5 พันล้านยูโร เป็นบวกต่อหุ้น
8. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยเพิ่มขึ้นมาที่ 52.8 จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นบวกต่อ CPALL CPAXT BJC
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
13 February 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ โดย S&P 500 ลง 1.13% และ Nasdaq ร่วง 1.79% นำโดยแรงขายหุ้น Tech จากความกังวลเรื่อง AI Disruption และการขาดแคลนชิป Memory นักลงทุนระมัดระวังก่อนข้อมูล CPI วันศุกร์ ด้าน Bond Yield 10 ปีของสหรัฐฯปรับลงแรงมาอยู่ที่ 4.106% ขณะที่ค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากความเชื่อมั่นในนโยบายการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น ฝั่งราคาน้ำมันและทองคำปรับตัวลง
2. ผู้นำ EU ประชุมที่เบลเยียมเห็นพ้องเร่งปรับปรุง single market เพื่อเพิ่มความสามารถในแข่งขัน โดยเร่งสร้าง savings and investment union หรือการเปลี่ยนเงินออมมาสู่การลงทุน ให้แล้วเสร็จภายในมิถุนายน ปรับกฎการควบรวมกิจการเพื่อสร้างบริษัทยุโรปที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงระดับโลก (European champions) นอกจากนี้ยังเน้นแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานสูงที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน โดยคณะกรรมาธิการประกาศนโยบายเพิ่มเติมในการประชุมเดือนมีนาคม 2026
3. เงินเฟ้อผู้บริโภคของอินเดียเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 2.75% YoY เทียบกับตลาดคาดการณ์ราว 2.4% แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย RBI ที่ 2–6% และต่ำกว่าเป้ากลาง 4% ทั้งนี้มีการปรับการคำนวณดัชนีใหม่อิงข้อมูลการบริโภคล่าสุดทำให้สัดส่วนอาหารในตะกร้า CPI ลดลงชัดเจน ขณะที่น้ำหนักหมวดที่อยู่อาศัยและบริการต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าของ RBI ยังสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นในอนาคต
4. ราคาน้ำมัน Brent ปิดที่ $67.52/บาร์เรล ลง 2.71% และ WTI ที่ $62.84/บาร์เรล ลง 2.77% หลัง IEA ลดประมาณการอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2026 และคาดการณ์อุปทานส่วนเกินอยู่ระดับ 3.7-3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน หาก OPEC+ เดินตามแผนการผลิตเดิม ขณะที่ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านคลี่คลายหลังทรัมป์ระบุจะเจรจากับอิหร่านต่อ แม้ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานมีโอกาสถูกกดดันในระยะสั้น
5. Hermès เผยงบ 4Q25 ยอดขายโตทะลุเป้าในทุกภูมิภาคจากความต้องการกระเป๋า Birkin ที่สูงต่อเนื่องและอำนาจในการปรับขึ้นราคาสินค้าที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้บริษัทรักษาอัตรากำไรไว้ได้ในระดับสูง แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบด้านภาษีหรืออัตราแลกเปลี่ยนก็ตาม เรามองเป็นบวกต่อการเติบโต
6. Hua Hong รายงานรายได้ 4Q25 ใกล้เคียงคาด แต่กำไรต่ำกว่าประมาณการ และยังขาดทุนจากการดำเนินงานมากกว่าคาด ด้าน guidance 1Q26 ต่ำกว่าตลาดคาด สะท้อนยังตามหลังเพื่อนในธีม AI อย่างไรก็ดีบริษัทคาด margin ฟื้นต่อจาก product mix พร้อมอัตราใช้กำลังการผลิตสูงและแผนขยายต่อเนื่อง แต่ภาพรวมเรามองเป็นลบระยะสั้นต่อ Hua Hong
7. Unilever รายงานยอดขายดีกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากสินค้ากลุ่มความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านในอินเดียและจีน รวมถึงความสำเร็จของแบรนด์หลักอย่าง Dove และ Vaseline นอกจากนี้บริษัทยังประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.5 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและพยุงราคาหุ้น
8. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยขยับขึ้นสู่ 52.8 หลังจากเดือนก่อนหน้าทรงตัวที่ 51.9 โดยมีแรงหนุนมาจากการคลี่คลายปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา บรรยากาศการเลือกตั้งที่ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ มองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก CPALL CPAXT BJC โดยเฉพาะหลังทราบผลการเลือกตั้งทำให้มี Upside ทางอ้อมจาก “คนละครึ่งพลัส”
ประเด็นที่ต้องติดตาม: CPI (YoY) ของสหรัฐฯ เดือน ม.ค. คาดการณ์ที่ 2.5% ก่อนหน้าที่ 2.7%