Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 16 ก.พ. 2569

16 Feb 26 7:30 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวในกรอบแคบ สภาพคล่องเบาบางจากวันหยุด Lunar New Year และวัน Presidents’ Day ในสหรัฐฯ

2. GDP ญี่ปุ่น Q4/2025 โตเพียง 0.2% ต่ำคาด หนุนนายกฯ Sanae Takaichi ในการเร่งใช้นโยบายการคลังเพิ่มเติม

3. สหรัฐฯเพิ่มชื่อ Alibaba, Baidu, BYD และ TP-Link เข้าบัญชีสนับสนุนกองทัพจีน มีแนวโน้มกดดัน Sentiment หุ้นจีนระยะสั้น

4. สี จิ้นผิง เรียกร้องให้จีนผลักดันอุปสงค์ในประเทศ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ โดยเน้นกระตุ้นการบริโภค-ลงทุน

5. มาครงเตรียมพบโมดีในอินเดีย กระชับความร่วมมือ AI และกลาโหม หลังอินเดียอนุมัติดีลอาวุธ $4 หมื่นล้าน

6. IMF ลดคาดการณ์เติบโต ศก. ไทยปี 2569 ลงสู่ 1.6% (จาก 2.1%) จากแรงกดดันจากภายนอกที่เพิ่มขึ้น บริโภคในประเทศยังอ่อนแอ

7. กระทรวงการคลังไทยอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการที่ใกล้เคียงกับ “ช็อปดีมีคืน” มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มค้าปลีกไทย

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
16 February 2026

 

1. ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยดัชนี Topix ลดลง 0.4% ขณะที่ S&P 500 futures บวก 0.2% ท่ามกลางแรงหนุนจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอลง โดย CPI เดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ต่ำสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หนุนความคาดหวังว่า Fed อาจเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 2 ปี ลดลง 5 bps ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้านราคาทองคำลดลง 0.6% ที่ 5,014 ดอลลาร์/ออนซ์ น้ำมัน WTI ทรงตัว ขณะที่ Bitcoin เคลื่อนไหวแถว 68,800 ดอลลาร์ ตลาดเผชิญสภาพคล่องเบาบางจากวันหยุด Lunar New Year และวัน Presidents’ Day ในสหรัฐฯ 

 

2. เศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาส 4/2025 ขยายตัว 0.2% (annualized) ต่ำกว่าคาดการณ์ตลาดที่ 1.6% หลังหดตัวแรงในไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวที่เปราะบาง การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่การลงทุนภาคธุรกิจโต 0.2% และการลงทุนที่อยู่อาศัยพุ่ง 4.8% จากฐานต่ำก่อนหน้า ภาคท่องเที่ยวจากจีนชะลอลง ส่งผลให้การส่งออกสุทธิไม่ช่วยหนุน GDP แม้การส่งออกสินค้าเพิ่มต่อเนื่อง ข้อมูลดังกล่าวหนุนท่าทีของนายกฯ Sanae Takaichi ในการเร่งใช้นโยบายการคลังเพิ่มเติม ด้านนักวิเคราะห์จาก Bloomberg มองว่าความอ่อนแอส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว และไม่น่าทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ชะลอแผนปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

 

3. กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพิ่มชื่อ Alibaba, Baidu, BYD และ TP-Link เข้าบัญชีบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกองทัพจีน (1260H list) การเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความผันผวนต่อหุ้น โดย ADR ของ Alibaba และ Baidu ปรับตัวร่วงในตลาดนิวยอร์กก่อนลดช่วงขาดทุน  แม้ว่า Alibaba และ Baidu ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่รายชื่อนี้ยังคงเป็นสัญญาณเตือนนักลงทุนและอาจนำไปสู่ข้อจำกัดทางการค้าเพิ่มเติม โดยรายชื่อมีมากกว่า 130 บริษัท ประเด็นนี้มีแนวโน้มกดดันต่อ Sentiment หุ้นจีนในระยะสั้น

 

4. ปธน.สี จิ้นผิง เรียกร้องให้จีนยึดอุปสงค์ในประเทศเป็นแรงขับหลักของการเติบโต โดยประสานการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน พร้อมใช้ศักยภาพของตลาดจีนขนาด 1.4 พันล้านคนอย่างเต็มที่ ตามสุนทรพจน์ที่เผยแพร่ผ่านวารสารพรรคคอมมิวนิสต์ จีนขยายตัว 5% ในปีที่ผ่านมา โดยการส่งออกระดับสูงเป็นประวัติการณ์ช่วยชดเชยการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนที่ชะลอลง โดยรัฐบาลเตรียมเพิ่มรายได้และเงินบำนาญขั้นพื้นฐาน สนับสนุนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ควบคู่การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่และนวัตกรรม ขณะที่ยืนยันคงระดับขาดดุลและการใช้จ่ายภาครัฐในระดับ “จำเป็น” โดยไม่เร่งมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในปี 2026

 

5. ปธน. Emmanuel Macron เตรียมเข้าร่วมงาน India AI Impact Summit ที่กรุงนิวเดลี และพบกับนายกฯ Narendra Modi ขณะสองประเทศกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและกลาโหม การเยือนเกิดขึ้นหลังอินเดียอนุมัติดีลจัดซื้ออาวุธมูลค่า $40,000 ล้าน รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 114 ลำ และขีปนาวุธ SCALP หลายร้อยลูก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเตรียมต่ออายุความตกลงความร่วมมือกลาโหมอีก 10 ปี และหารือจัดตั้งบริษัทร่วมผลิตขีปนาวุธ Hammer สะท้อนความพยายามของอินเดียในการกระจายแหล่งจัดหาอาวุธและยกระดับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์นอกเหนือจากผู้จัดหารายเดิม มองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นอินเดีย จากการกระจายความสัมพันธ์ทางการค้าและพันธมิตร

 

6. IMF ลดคาดการณ์เติบโต ศก. ไทยปี 2569 ลงสู่ 1.6% (จาก 2.1%) จากแรงกดดันจากภายนอกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การบริโภคในประเทศยังอ่อนแอ พร้อมแนะนำการดำเนินนโยบายการคลังแบบมุ่งเป้าผสานกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุง ศก. ที่กำลังชะลอตัว

 

7. แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังไทยเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ “ช็อปดีมีคืน” แต่ตอบโจทย์การกระตุ้นการซื้อสินค้า Made in Thailand ด้วย โดยอาจกำหนดเกณฑ์สัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศไม่ต่ำกว่า 40% เบื้องต้น มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า (HMPRO, GLOBAL, CRC) และอาจมี Upside เชิงฤดูกาลจากฤดูร้อนที่กำลังเข้ามา
 
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Industrial Production MoM เดือน ธ.ค. ของยุโรป คาดว่าจะออกมาที่ -1.2% จากก่อนหน้าที่ 0.7%

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5