Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 23 ก.พ. 2569

23 Feb 26 7:10 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ขณะที่ Bond yields ปรับตัวสูงขึ้น หลังศาลสูงตัดสินการขึ้นภาษีของทรัมป์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
2. ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าโลกเป็น 15% หลังศาลฯ ตัดสินการขึ้นภาษีก่อนหน้าไม่ถูกต้อง สร้างความไม่แน่นอนให้การค้าโลก 
3. ทรัมป์กำลังพิจารณาโจมตีอิหร่าน ขีดเส้น 10–15 วันตัดสินใจยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ แนะลงทุนกองทุน DAOL-DEFENSE
4. นายกฯ เยอรมนีหวังภาระภาษีจะลดหลังศาลสูงสหรัฐยกเลิกภาษีของทรัมป์ แต่เตือนความไม่แน่นอนยังคงเป็นกดดันเศรษฐกิจ
5. คณะเจรจาการค้าของอินเดียชะลอเยือนวอชิงตัน หลังทรัมป์ขึ้น global tariff เป็น 15% ทำดีลการค้าชั่วคราวเสี่ยงสะดุด
6. GDP สหรัฐฯไตรมาสที่ 4 ชะลอตัวแรงสู่ระดับ 1.4% ต่ำกว่าคาดที่ 3.0% กดดันโดยปิดหน่วยงานรัฐ-บริโภคอ่อนแอ 
7. Core PCE เดือนธ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% MoM มากกว่าคาดที่ 0.3% MoM มีโอกาสให้เฟดคงดอกเบี้ยนานขึ้น
8. สมาคมผู้ผลิตยางฯ มองราคายางพาราในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มยาง NER STA STGT TEGH

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
23 February 2026

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกหลังศาลสูงสุดตัดสิน 6-3 ยกเลิกภาษีนำเข้าของทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์ประกาศภาษีนำเข้ารอบใหม่ 10% และปรับขึ้นสู่ระดับ 15% ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย S&P 500 +0.69% และ Nasdaq +0.9% ขณะที่ STOXX 600 ทำจุดสูงสุดใหม่ ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 4 ชะลอตัวเหลือ 1.4% และ PCE พุ่งสูงกว่าคาด ทองคำพุ่ง 1.92% แตะ $5,095/ออนซ์ จากความต้องการ safe-haven ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน


2. ทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกที่ 15% ทันที การขึ้นภาษีนี้มีผลได้สูงสุด 150 วัน โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่าประเทศอื่น “เอาเปรียบสหรัฐมาหลายทศวรรษ” ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ทำเนียบขาวยังหาช่องทางอื่น เช่น Section 122 และ Section 301 ในการเดินหน้าแนวทางกีดกันการค้า ขณะที่ประเด็น “คืนภาษี” เดิมที่อาจสูงกว่า 175,000 ล้านดอลลาร์ ยังค้างคาและอาจส่งผลต่อการคลังและตลาดตราสารหนี้ นอกจากนี้ยังสร้างความไม่แน่นอนให้กับการค้าโลก


3. ทรัมป์ระบุกำลังพิจารณาโจมตีแบบจำกัดต่ออิหร่าน โดยเป้าหมายคือเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ภายในกรอบเวลา 10–15 วัน ขณะที่สหรัฐเสริมกำลังทหารในตะวันออกกลาง ทั้งนี้หากความขัดแย้งลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันอาจดันราคาน้ำมันสูงขึ้นอีกมาก และอาจหนุนให้หุ้นกลุ่ม Defense ให้รับแรงหนุน โดยเราแนะนำลงทุนผ่าน DAOL-DEFENSE หรือกองทุนทางเลือก Global X Defense Tech ETF (SHLD)


4. นายกฯ เยอรมนี Merz คาดว่าภาระต่อบริษัทเยอรมันจะลดลงหลังศาลสูงสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ของทรัมป์ แต่เตือนว่าความไม่แน่นอนเป็นกดดันเศรษฐกิจ เขาจะประสานงานกับ EU เพื่อจัดท่าทีร่วมก่อนเดินทางไปสหรัฐ โดยเน้นว่าภาษีเหล่านี้ส่งผลเสียต่อทุกฝ่าย แม้ศาลจะยกเลิกภาษีส่วนใหญ่ แต่ภาษีในบางอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ เหล็ก และอลูมิเนียมยังคงอยู่ ขณะที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีทั่วไปเป็น 15% ทำให้ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ 


5. อินเดียตัดสินใจเลื่อนการเดินทางของคณะเจรจาการค้าไปวอชิงตัน หลังศาลฎีกาสหรัฐชี้ว่ามาตรการภาษีแบบกว้างของทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย ตามมาด้วยทรัมป์ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก10% ก่อนจะเพิ่มเป็น 15% ในเวลาต่อมา ทั้งนี้สหรัฐ–อินเดียบรรลุกรอบข้อตกลงไปแล้วเมื่อ 6 ก.พ. อย่างไรก็ตามเมื่อทรัมป์ประกาศภาษีใหม่ ส่งผลให้สินค้าจากอินเดียจึงจะไม่ถูกเก็บ 18% ตามดีลเดิมอีกต่อไป ทำให้อินเดียต้องการเวลาทบทวนข้อตกลง ซึ่งอาจสร้างความไม่แน่นอนด้านการค้าต่อไป


6. เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวเพียง 1.4% แบบ annualized ในไตรมาส 4 ปี 2025 ชะลอลงจาก 4.4% ในไตรมาส 3 และต่ำกว่าตลาดคาดที่ 3.0% โดยสำนักงบประมาณสภาคองเกรส (CBO) ประเมินว่าการปิดหน่วยงานรัฐยาว 43 วัน กดดัน GDP ไตรมาสนี้ราว 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ทำให้ภาพรวมดูอ่อนแรงกว่าศักยภาพจริง ขณะที่รายงานสะท้อน “K-shaped economy” ที่ครัวเรือนรายได้สูงยังใช้จ่ายได้ดี แต่รายได้ต่ำเจอภาวะค่าครองชีพสูงจากภาษีนำเข้าและค่าจ้างชะลอ 


7. ขณะที่ core PCE (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่ม 0.4% MoM เทียบกับที่ตลาดคาดเพียง 0.3% และดันเงินเฟ้อพื้นฐานขึ้นมา 3.0% YoY จาก 2.8% สะท้อนแรงเงินเฟ้อยังคงปรับตัวลดลงยากและอยู่เหนือเป้าหมายของเฟดที่ 2% กดดันให้เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยนานกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามตลาดยังคงให้น้ำหนักการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งถัดไปในช่วงเดือน มิ.ย. - ก.ค. นี้

 

8. สมาคมประเทศผู้ผลิตยางฯ (ANRPC) มองราคายางพาราในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการทั่วโลกที่สูงกว่าปริมาณการผลิตต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยเฉพาะจากอุตฯ ยานยนต์ที่ขยายตัวใน จีน, EU และ US ขณะที่การผลิตของไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกมีแนวโน้มทรงตัว และอินโดนีเซียลดการผลิตลง มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มยาง NER STA STGT TEGH


ประเด็นที่ต้องติดตาม: ถ้อยแถลงของ Lagard ประธาน ECB

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5