
1. หุ้นโลกปรับขึ้นหนุนโดยบริษัทเทคฯ หลัง Nvidia รายงานยอดขายดีกว่าคาด ทองคำขึ้นต่อตามความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์
2. IMF เรียกร้องให้สหรัฐฯ ลดการขาดดุลทางการคลัง คาดการณ์เศรษฐกิจเติบโตมั่นคงในปี 2026 แต่เงินเฟ้อยังไม่แน่นอน
3. ทรัมป์เตรียมจัดประชุมกับบริษัทด้านดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ในวันที่ 4 มี.ค. อาจเพิ่มต้นทุนพลังงานของกลุ่ม AI
4. OPEC+ พิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 137,000 bpd ในเดือนเมษายน มีโอกาสกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน
5. นายกฯ Merz ของเยอรมนีเยือนจีนเพื่อฟื้นความสัมพันธ์ ท่ามกลางปัญหาการขาดดุลการค้าที่พุ่งสูง 90 พันล้านยูโร
6. NVDA รายงานผลประกอบการ 4Q แข็งแกร่งกว่าคาด โดยรายได้เติบโต 73% YoY เรามองบวกต่อ NVDA และกลุ่มซัพพลายเชน
7. กนง. ไทยลดดอกเบี้ย สู่ 1.00% มองเป็นบวกต่อไฟแนนซ์, อสังหา, โรงไฟฟ้า, ค้าปลีก, สื่อสาร, ท่องเที่ยว และ REITs
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
26 February 2026
1. ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้น โดยตลาดสหรัฐฯ ปิดบวก ดัชนี S&P 500 +0.81%, Nasdaq +1.26% หลัง Nvidia รายงานรายได้ Q4 เพิ่ม 73% ที่ $68.1 พันล้าน สูงกว่าประมาณการที่ $66.2 พันล้าน ขณะที่หุ้นกลุ่ม software ได้แรงหนุนจากการพัฒนา AI plug-ins ใหม่ ลดความกังวลต่อ AI Disruption ด้าน STOXX 600 ทำ record high ขึ้น 0.69% ทองคำขึ้น 0.4% ที่ $5,168 ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลภูมิรัฐศาสตร์
2. IMF เรียกร้องให้สหรัฐฯ ลดการขาดดุลทางการคลัง ขณะคาดการณ์เศรษฐกิจเติบโตมั่นคงในปี 2026 แต่เส้นทางเงินเฟ้อยังไม่แน่นอน โดย IMF ระบุว่า การขาดดุลทางการคลังของสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับ 7-8% ของ GDP ในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของรัฐมนตรีคลัง Scott Bessent มากกว่าสองเท่า และหนี้รัฐบาลรวมจะพุ่งแตะ 140% ของ GDP ภายในปี 2031
3. ทำเนียบขาวเตรียมจัดประชุมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านดาต้าเซ็นเตอร์และ AI อย่าง Microsoft, Meta Platforms และ Anthropic ในวันที่ 4 มี.ค. เพื่อเซ็น “Rate Payer Protection Pledge” ข้อตกลงคุ้มครองผู้บริโภคจากต้นทุนค่าไฟที่สูงขึ้น เพราะการขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยมองว่า บริษัทเทคฯ ควรสร้างโรงไฟฟ้าเองเพื่อเลี้ยงดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ให้ภาระต้นทุนถูกผลักไปยังครัวเรือนผู้ใช้ไฟฟ้า มีโอกาสให้ต้นทุนพลังงานของศูนย์ข้อมูลสูงขึ้น
4. OPEC+ มีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 137,000 bpd ในเดือนเมษายน เพื่อรองรับ peak demand ช่วงฤดูร้อนและราคาที่ปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน โดยจะมีการประชุม 1 มีนาคม ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเตรียมแผนเพิ่มผลิตฉุกเฉินหากอิหร่านถูกโจมตี ราคา Brent crude ซื้อขายใกล้ $71 ต่อบาร์เรล ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ $72.50 การเพิ่มผลิตจะช่วยซาอุฯและ UAE ฟื้นส่วนแบ่งตลาดท่ามกลางการคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน มีโอกาสกดดันราคาน้ำมันและหุ้นกลุ่มพลังงาน
5. นายกเยอรมนี Friedrich Merz เยือนปักกิ่งครั้งแรกพร้อมคณะธุรกิจ เพื่อรีเซ็ตความสัมพันธ์กับจีนท่ามกลางการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้น 4 เท่าตั้งแต่ปี 2020 เป็น 90 พันล้านยูโร Merz เน้นความร่วมมือที่เป็นธรรมและแก้ไขปัญหาการผลิตส่วนเกินของจีน ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เน้นความสำคัญของการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ จีนสั่งซื้อเครื่องบิน Airbus 120 ลำ และทั้งสองฝ่ายลงนามความตกลง 5 ฉบับครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การป้องกันโรคสัตว์ และความร่วมมือด้านกีฬา
6. NVDA รายงานผลประกอบการ 4Q แข็งแกร่งกว่าคาด โดยรายได้เติบโต 73% YoY และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ $1.76 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงถึง 75.2% บริษัทให้คาดการณ์แนวโน้ม 1Q ดีกว่าคาดโดยมองรายได้สูงถึง $38bn จากความต้องการชิป Blackwell และ Vera Rubin รวมถึงคำสั่งซื้อจาก Meta และกลุ่ม Cloud รายใหญ่ เราคาดราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อจากงบและคาดการณ์ที่ออกมาดี และเชื่อว่าส่งผลบวกเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่มซัพพลายเชน อาทิ AVGO, ARM, MU, AMAT และ LRCX
7. วานนี้กนง. มีมติ 4-2 ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25bps สู่ 1.00% เพื่อหนุนเศรษฐกิจฟื้น มองเป็นบวกต่อหุ้นที่มีหนี้สูง พึ่งพากำลังซื้อ และปันผลสูงอย่างกลุ่มไฟแนนซ์, อสังหา, โรงไฟฟ้า, ค้าปลีก, สื่อสาร, ท่องเที่ยว และ REITs แต่เป็นลบต่อกลุ่มธนาคารที่จะมี NIM แคบลง และกลุ่มประกันจากแนวโน้มผลตอบแทนลงทุนที่ลดลง
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ คาดการณ์ที่ 2.17 แสนราย ก่อนหน้าที่ 2.06 แสนราย