
1. ดัชนี Futures สหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้น ตลาดติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป
2. Blue Owl จำกัดสิทธิ์การไถ่ถอนเงินรายไตรมาส สร้างความกังวลต่อ Private Credit กดดันหุ้นในกลุ่มอ่อนตัวลง
3. สหรัฐฯ เจรจาขายน้ำมันเวเนซุเอลาให้อินเดีย เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซีย ภายใต้ข้อตกลงการค้าใหม่
4. ตลาดจับตา Core PCE เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป หลัง CPI ล่าสุดออกมาชะลอตัว
5. คาด GDP สหรัฐฯ Q4 ชะลอมาอยู่ที่ระดับ 2.8% QoQ จาก 4.4% ในไตรมาสก่อน หนุนโดยการบริโภคและขาดดุลการค้าที่ลดลง
6. SET ปิด -0.95% เผชิญแรงขายจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่สูงขึ้น ขณะที่เห็นแรงซื้อเข้ากลุ่มธนาคาร
1. ดัชนี Futures หลักสหรัฐฯ ปรับขึ้นเล็กน้อย ฟื้นตัวขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่มีแรงกดดันจากกังวลในตะวันออกกลางและงบบริษัทที่ไม่โดดเด่น โดยเฉพาะ Walmart ที่มี Outlook ไม่สดใส ทั้งนี้ตลาดติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ อาทิ PCE และ GDP ไตรมาสที่ 4/2025 ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ พร้อมแนวโน้มทิศทางของดอกเบี้ยในระยะถัดไป
2. ความกังวลเพิ่มขึ้นในตลาดเครดิตเอกชนหลัง Blue Owl Capital จำกัดสิทธิ์การไถ่ถอนเงินออกรายไตรมาส ส่งผลให้หุ้น Blue Owl และกลุ่ม Ares, Blackstone อ่อนตัว สะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและคุณภาพสินเชื่อเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสัญญาณเตือนคล้ายช่วงวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นในอดีต
3. สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอินเดียเรื่องการขายน้ำมันเวเนซุเอลา เพื่อช่วยให้อินเดียกระจายแหล่งน้ำมันดิบออกจากรัสเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าระหว่างกาลที่ลดภาษีสินค้าอินเดียเหลือ 18% โดยมีเงื่อนไขให้อินเดียหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย ทั้งนี้โรงกลั่นของอินเดียรวมถึง IOC, HPCL, BPCL และ Reliance Industries ได้สั่งซื้อน้ำมันเวเนซุเอลาแล้ว
4. ตลาดรอดูดัชนี PCE รายเดือน โดยคาด Core PCE เดือนธ.ค. เพิ่ม 0.3% จากเดือนก่อน และ 3.0% จากปีก่อน หากตัวเลขสอดคล้องหรือชะลอ ตลาดอาจเพิ่มความคาดหวังที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น หลัง CPI ล่าสุดชะลอและตลาดแรงงานยังแข็งแรง ซึ่งมีผลต่อมุมมองรอบการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีนี้
5. ตัวเลข GDP เบื้องต้น Q4/2025 คาดโต 2.8% QoQ ชะลอจาก 4.4% ไตรมาสก่อน โดยยังได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายผู้บริโภคและดุลการค้าที่ดีขึ้นจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการเติบโตแบบ “K-shape” ทำให้ครัวเรือนรายได้ต่ำและธุรกิจขนาดเล็กยังเผชิญแรงกดดันจากราคาสูงและต้นทุนแรงงาน–นำเข้าที่เพิ่มขึ้น
6. SET เผชิญแรงขายทำกำไรเป็นวงกว้าง รับแรงกดดันจากความตึงเครียดที่สูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจทวีความรุนแรง หลังปธน. ทรัมป์ได้ขีดเส้นตาย 10 วันให้อิหร่านยอมรับหลักเจรจาโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงการลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เห็นแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารเพื่อเก็งปันผล โดย CREDIT (+5.46%) BBL (+4.12%) KTB (+3.05%) KKP (+1.02%) ปรับขึ้นโดดเด่นในวันนี้
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b