Bites for Dinner

Bites for Dinner - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 6 มี.ค. 2569

6 Mar 26 5:00 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. Futures ของสหรัฐฯ ผันผวนท่ามกลางสงคราม ขณะที่ตลาดลุ้นตัวเลขจ้างงานเพื่อพิจารณาแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด
2. รัฐบาลทรัมป์ตัดตัวเลือกในการเข้าแทรกแซงราคาน้ำมันผ่านตลาด Futures และไม่ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเพื่อกดราคา
3. ทรัมป์ชี้ สหรัฐฯ ต้องมีบทบาทในการเลือกผู้นำอิหร่านคนต่อไป พร้อมระบุการเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่านมีความสำคัญ
4. อดีตเจ้าหน้าที่ใน BOJ ชี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยไปมิ.ย.–ก.ค. จากความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง
5. PBOC ประกาศใช้เครื่องมือการเงินอย่างยืดหยุ่น พร้อมลด RRR และอัตราดอกเบี้ย รับมือความไม่แน่นอนจากสงคราม
6. SET Index ปิดที่ -0.49% กดดันโดยหุ้นใหญ่ ขณะที่เริ่มเห็นแรงซื้อในกลุ่มเครื่องดื่มและ Soft Commodity

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 6 มีนาคม 2569

 

1. ดัชนี Futures หุ้นสหรัฐฯ ผันผวนต่อเนื่องจากความกังวลสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ห้า และเสี่ยงกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเกือบหยุดชะงัก ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะมีผลต่อคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยเฟด และความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจต่อไป


2. ทีมเศรษฐกิจของทรัมป์ได้ตัดตัวเลือกให้กระทรวงการคลังเข้าไปทำธุรกรรมในตลาด Futures เพื่อกดราคาพลังงาน แม้จะยังเปิดช่องว่าอาจใช้มาตรการอื่นในตลาดการเงินพลังงานได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีแหล่งข่าวยืนยันว่ารัฐบาลทรัมป์ยังไม่พร้อมใช้คลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อพยุงราคา โดยมองว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ ทั้งนี้ท่าทีของทรัมป์ยังเน้นความมั่นคงด้านยุทธศาสตร์น้ำมันและการการันตีการไหลเวียนของน้ำมันผ่านอ่าวเปอร์เซีย 


3. ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯต้องมีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำอิหร่านคนต่อไป หลังจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารจากการโจมตีทางทหารช่วงต้นสงคราม และแสดงท่าทีว่าไม่เชื่อว่าบุตรชายของคาเมเนอี มอจตาบา จะขึ้นมาเป็นผู้นำได้จริง ขณะเดียวกันทรัมป์เชื่อมั่นว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังเปิด โดยระบุว่าเขาไม่กังวลเรื่องราคาน้ำมัน เพราะมองว่าความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่านสำคัญกว่า 


4. อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) Seisaku Kameda ระบุว่า BOJ มีแนวโน้มเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยจากเดิมที่ตลาดคาดเดือน มี.ค.–เม.ย. ไปเป็นช่วงเดือน มิ.ย-ก.ค. เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ตลาดปั่นป่วนซ้ำรอยตอนขึ้นดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์ในเดือน ก.ค. 2024 ปัจจุบัน BOJ ทยอยขึ้นดอกเบี้ยมาหลายครั้ง ทั้งนี้ตลาดเดิมคาดว่าจะขยับขึ้นสู่ 1.0% ภายในสิ้นเดือน ม.ย. 2026 


5. ธนาคารกลางจีนระบุจะใช้เครื่องมือนโยบายการเงินอย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในปีนี้ รวมถึงการปรับลด Reserve Requirement Ratio (RRR) และอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจจีนที่ยังเผชิญแรงกดดันด้านการเติบโตและความเสี่ยงจากภายนอก ผู้ว่าการ Pan Gongsheng กล่าวว่าสงครามส่งผลให้ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนสูง PBOC จะรักษาความยืดหยุ่นของค่าเงินหยวนและส่งเสริมให้สถาบันการเงินเสนอบริการ Hedging โดยการค้ากว่า 60% เพื่อลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน


6. SET พักตัวก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ โดยหุ้นใหญ่ยังคงเผชิญแรงขาย ในขณะที่มีแรงซื้อในกลุ่มเครื่องดื่มและ Soft Commodity นำโดยกลุ่มยาง STA (+16.03%) STGT (+12.22%) TEGH (+6.45%) NER (+2.15%) TRUBB (+22.39%) ปรับขึ้นสอดคล้องกับทิศทางราคายางจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และภาวะ El Nino กดดันผลิต ซ้ำเติมกำลังการผลิตที่ยังต่ำกว่าความต้องการโลก ด้านกลุ่มเครื่องดื่ม COCOCO (+6.31%) PLUS (+3.23%) HTC (+2.60%) คาดว่าได้อานิสงส์จากอากาศร้อน


-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5