
1. ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ดัชนี Dow futures เพิ่มขึ้นราว 0.6% หลังทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงอิหร่าน นักลงทุนคลายกังวลระยะสั้น
2. ทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิง ก่อนเส้นตายเจรจา ท่าทีอิหร่านและอิสราเอลยังไม่ชัด สะท้อนความเปราะบางของกระบวนการสันติภาพ
3. ราคาน้ำมันทรงตัวใกล้ $100 ต่อบาร์เรล แม้มีการขยายเวลาหยุดยิง ตลาดยังกังวลผลกระทบเงินเฟ้อจากการขนส่งผ่าน Hormuz ที่ติดขัด
4. Kevin Warsh ย้ำความเป็นอิสระของ Fed ต่อหน้าวุฒิสภา ปฏิเสธไม่ได้โดนแรงกดดันทางการเมืองให้ปรับลดดอกเบี้ย
5. United Airlines เผชิญแรงกดดันต้นทุนเชื้อเพลิงจากสงครามตะวันออกกลาง ฉุดแนวโน้มกำไร แม้อุปสงค์การเดินทางยังแข็งแกร่งในไตรมาสล่าสุด
6. ดัชนี SET -0.25% โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบแม้สหรัฐฯ จะขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านไปอย่างไม่มีกำหนด
1. ฟิวเจอร์สดัชนีหลักสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น หลังปธน. Donald Trump ประกาศขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านแบบไม่มีกำหนด โดยดัชนี Dow futures เพิ่มขึ้นราว 0.6% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq 100 บวก 0.6–0.8% การตัดสินใจดังกล่าวช่วยคลายแรงกดดันระยะสั้นต่อ sentiment ตลาด แม้การขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz ยังหยุดชะงัก และการปิดล้อมของสหรัฐฯ ต่อท่าเรืออิหร่านยังคงอยู่ นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ โดยนักวิเคราะห์เริ่มมองว่าตลาดอาจประเมินว่าจุดสูงสุดของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ผ่านพ้นไปแล้ว
2. ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านจะถูกขยายออกไป “จนกว่าจะมีข้อเสนอเอกภาพ” จากฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นตามคำร้องขอของปากีสถาน อย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นแบบฝ่ายเดียว ทำให้จุดยืนของอิหร่านและอิสราเอลยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกัน การเดินทางของรองปธน. JD Vance ไปเจรจาที่ปากีสถานถูกเลื่อนออกไป สะท้อนความไม่แน่นอนของกระบวนการเจรจา ความเปราะบางของสถานการณ์ทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจว่าการหยุดยิงจะนำไปสู่ข้อตกลงถาวรได้หรือไม่
3. แม้มีการขยายเวลาหยุดยิง แต่การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านและการชะงักงันของการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ยังดำเนินต่อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง โดย Brent เคลื่อนไหวใกล้ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ใกล้ 90 ดอลลาร์ ระดับราคาดังกล่าวยังสูงกว่าช่วงก่อนสงครามอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดกังวลว่าพลังงานแพงอาจกดดันเงินเฟ้อและจำกัดโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง แม้ sentiment ระยะสั้นดีขึ้นจากข่าวการขยายเวลาหยุดยิง แต่นักลงทุนยังต้องการเห็นพัฒนาการเชิงรูปธรรมมากกว่านี้
4. Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธาน Fed คนใหม่ ย้ำระหว่างการรับฟังความเห็นในวุฒิสภาว่าเขาจะรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และปฏิเสธว่าไม่ได้รับคำมั่นหรือแรงกดดันจาก Trump ให้ลดดอกเบี้ย ตลาดตอบรับค่อนข้างนิ่ง โดยนักวิเคราะห์มองว่า Warsh วางตัวสมดุลระหว่างการรักษาความน่าเชื่อถือด้านการควบคุมเงินเฟ้อ และไม่สร้างแรงกระเพื่อมต่อความคาดหวังดอกเบี้ยระยะสั้น ประเด็นความเป็นอิสระของ Fed ยังคงถูกจับตาใกล้ชิด หลังความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบขาวและ Fed ตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา
5. United Airlines รายงานแนวโน้มกำไรไตรมาสสองและทั้งปีต่ำกว่าคาด โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง แม้อุปสงค์การเดินทางยังแข็งแกร่ง แต่ margin ของสายการบินถูกบีบอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์ระบุว่าหากตัดผลกระทบจากเชื้อเพลิงออก ผลดำเนินงานพื้นฐานยังอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ภาคการบินโดยรวมเริ่มสะท้อนแรงกดดันต้นทุน โดยสายการบินหลายแห่งปรับลดแผนขยายธุรกิจหรือถอน guidance ประจำปี สะท้อนความไม่แน่นอนของต้นทุนพลังงานในระยะถัดไป
6. ดัชนี SET ปิดที่ 1479.74 จุด (-3.76จุด/ -0.25%) มูลค่าการซื้อขาย 5.9 หมื่นลบ. โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบแม้สหรัฐฯ จะขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านไปอย่างไม่มีกำหนดเพื่อเพิ่มโอกาสเจรจา แต่ความไม่ชัดเจนคงเป็น Overhang ต่อบรรยากาศการลงทุน แต่หุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวยังคงมีแรงซื้อต่อเนื่อง โดยกลุ่มธนาคาร BAY (+2.73%) KKP (+2.17%) ปรับขึ้นตอบรับผลประกอบการ 1Q69 ที่โดยรวมสูงกว่าที่ตลาดคาด หนุนจาก Non-NII ที่แข็งแกร่ง การจ่ายปันผลมีแนวโน้มคงอยู่ในระดับสูงต่อ โดยเฉพาะ KBANK (+3.00%) ที่พบ Big Lot จำนวน 10.78 ล้านหุ้น มูลค่าเทรดทะลุ 2 พันลบ.ขณะที่ BBL (-2.69%) HMPRO (-2.36%) PSL (-2.16%) TACC (-2.68%) ขึ้นเครื่องหมาย XD วันนี้
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b