Evening Brief

Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 28 เม.ย. 2569

28 Apr 26 5:20 PM
Evening Brief เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. ฟิวเจอร์สดัชนีสหรัฐปรับตัวลดลง นักลงทุนติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการรายงานผลประกอบการ
2. BOJ คงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% แต่คณะกรรมการเสียงแตก พร้อมย้ำท่าทีที่ Hawkish จะขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
3. ธนาคารยุโรปเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จากความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เหตุจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น 
4. จีนส่งสัญญาณเร่งสนับสนุนเทคโนโลยี ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คุมความเสี่ยงพลังงาน ลดผลกระทบจากสงคราม 
5. โรงกลั่นรัฐวิสาหกิจจีนเริ่มยื่นขออนุญาตส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในเดือน พ.ค. หลังรัฐบาลห้ามส่งออกจากสงคราม
6. SET +0.07% โดยมีการเปิดเผยผลประกอบการเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ตลาดยังคงมีความผันผวนจาก DELTA 

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 28 เมษายน 2569

 

1. ฟิวเจอร์สดัชนีสหรัฐปรับตัวลดลง โดย S&P 500 futures ติดลบราว 0.2% และ Nasdaq 100 futures ลงราว 0.4% สะท้อนภาพตลาดที่ “รอทิศทาง” มากกว่าจะเทขายหรือไล่ซื้อทันที นักลงทุนจับตาทั้งการที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากอิหร่านท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังปรับขึ้น ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงให้เงินเฟ้อมีโอกาสเร่งตัวขึ้นได้ นอกจากนี้การประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของตลาด

 

2. BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% ตามคาด แต่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยอีกหากความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงขึ้น โดยเฉพาะจากราคาพลังงานและสงครามในตะวันออกกลาง สูงกว่าคาดในระยะกลางถึงยาว การตัดสินใจรอบนี้สะท้อนท่าที “hawkish hold” โดยบอร์ดส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบให้คงดอกเบี้ย แต่มีเสียงไม่เห็นด้วยบางส่วนที่ต้องการขึ้นทันที สะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อที่อาจเกินเป้าหมาย 2% ธนาคารจะยังคง “เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและลดการผ่อนคลายเชิงปริมาณอย่างค่อยเป็นค่อยไป” 

 

3. แบบสำรวจสินเชื่อธนาคาร (Bank Lending Survey) ของ ECB รอบล่าสุดชี้ว่าธนาคารยูโรโซน “เข้มเงื่อนไขสินเชื่อธุรกิจมากที่สุดนับจากวิกฤตหนี้ 2011” โดยให้เหตุผลหลักจากความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวเพราะสงครามอิหร่านดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูงขึ้น ทั้งนี้ความเสี่ยงโดยตรงของแบงก์ยุโรปที่เกี่ยวกับอิหร่านและอิสราเอลยังน้อยกว่า 1% ของสินทรัพย์รวม แต่ความเสี่ยงใหญ่คือถ้าราคาพลังงานสูงลากยาวจะกดการเติบโต, เพิ่มการว่างงาน, และนำไปสู่หนี้เสียระยะถัดไป 

 

4. จีนประกาศ “ยกระดับการตอบสนองเชิงระบบ” ต่อแรงกระแทกจากสงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่าน ย้ำว่าจะปกป้องความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากร พร้อมผลักดันโครงการลงทุนใหม่ทั้งด้านน้ำ ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้ง (คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง, data center, cloud) โดยภาพรวม ยุทธศาสตร์คือเร่งลงทุนภายในประเทศ, เร่งความพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน–เทคโนโลยี–ห่วงโซ่อุปทาน, และใช้สงครามครั้งนี้เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่จีนหวังจะเป็นผู้นำ 

 

5. โรงกลั่นรัฐวิสาหกิจจีนเริ่มยื่นขอใบอนุญาตจากทางการเพื่อให้กลับมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป (เบนซิน–ดีเซล) ในเดือนพฤษภาคม หลังรัฐบาลสั่งจำกัดการส่งออกตั้งแต่ช่วงต้นสงครามอิหร่าน เพื่อสำรองปริมาณใช้ภายในโดยสต๊อกน้ำมันในจีนพุ่งขึ้นมาก แต่รัฐบาลยังไม่ประกาศว่าจะออกใบอนุญาตส่งออกเพิ่มหรือไม่ สะท้อนจีนยังให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงพลังงานในประเทศ” แม้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์และเวียดนามจะขาดแคลนน้ำมันสำเร็จรูปอย่างหนักก็ตาม 

 

6. SET ปิดในกรอบแคบ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักเป็นไปตามการเผยผลประกอบการ ขณะที่ DELTA (0.00%) เคลื่อนไหวผันผวนในวันนี้ จากการ Sell on Fact สลับกับการซื้อกลับ ส่งผลให้ SET Index ผันผวนในวันนี้ วานนี้เผยกำไรสุทธิ 1Q69 เติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาด หนุนจากยอดขายสินค้า AI-related ที่มีมาร์จิ้นสูง ด้าน MINT (-5.09%) คาดปรับลงจาก Preview ผลประกอบการ 1Q69 ออกมาอ่อนแอ ทำให้มีการปรับประมาณการลง ขณะที่ SCGP (+15.17%) เซอร์ไพรส์ เผยกำไรสุทธิสูงกว่าตลาดคาด 

 

-----


ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5