
1. ดัชนีฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น จากหุ้นกลุ่มเทคฯ โดยตลาดติดตามผลการพบปะระหว่างทรัมป์-สี จิ้นผิงอย่าใกล้ชิด
2. ราคาน้ำมันขยับขึ้น นักลงทุนจับตาการพบกันระหว่างทรัมป์-สี จิ้นผิง หวังคลี่คลายสงครามอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
3. จีนหยุดต่ออายุใบอนุญาต (license) ส่งออกเนื้อวัวจากสหรัฐฯ ในช่วงการพบกันระหว่างทรัมป์-สี จิ้นผิง
4. ค่าเงินหยวน แข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี หุ้นจีนปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดติดตามผลการพบกันของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ
5. นายกฯ โมดีของอินเดียเตรียมหารือข้อตกลงซื้อพลังงานกับ UAE ระยะยาวพร้อมขยายคลังสำรอง (strategic oil reserves)
6. SET Index +1.44% ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงบ่าย คาดได้ Sentiment บวกจากสัญญาณเชิงบวกจาก China-US Summit
1. ดัชนีฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดยฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.1% และ ฟิวเจอร์สดัชนี Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.5% หนุนโดยความแข็งแกร่งต่อเนื่องของหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นผู้ผลิตชิป ขณะที่สายตานักลงทุนจับจ้องไปที่การประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนอย่างใกล้ชิด
2. ราคาน้ำมันปรับขึ้นเล็กน้อย เพราะนักลงทุนรอดูผลการประชุมระหว่างทรัมป์และสีที่ปักกิ่ง ซึ่งเน้นคุยเรื่องสงครามการค้าและสงครามในอิหร่าน ขณะเดียวกัน IEA คาดว่าปีนี้อุปทานน้ำมันโลกจะน้อยกว่าความต้องการ เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง นักลงทุนเลยยังไม่กล้าเทรดมาก อยู่ในโหมดรอดูท่าที แม้หวังว่าการเจรจาจะออกมาในทางบวก แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องไต้หวัน และความไม่แน่นอนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้ตามปกติเมื่อไร
3. จีนหยุดต่ออายุใบอนุญาตส่งออกเนื้อวัวจากสหรัฐฯ ให้โรงงานกว่า 400 แห่ง ทำให้สถานะในระบบศุลกากรเปลี่ยนจาก “ใช้งานได้” เป็น “หมดอายุ” การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการใช้เนื้อวัวเป็นตัวต่อรองในเวทีเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกัน มูลค่าการส่งออกเนื้อวัวสหรัฐฯ ไปจีนก็ร่วงแรง จากราว 1.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 เหลือประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 สะท้อนแรงกดดันที่ผู้ส่งออกอเมริกันเผชิญอยู่ในตอนนี้
4. ค่าเงินหยวนแข็งขึ้นมาก แตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี หลัง PBOC ตั้งค่าอ้างอิงให้แข็งขึ้น ขณะที่หุ้นจีนอย่าง Shanghai Composite และ CSI300 ปรับตัวลง เพราะนักลงทุนขายทำกำไรและชะลอความเสี่ยง นักลงทุนรอดูผลการประชุม Trump–Xi ที่ปักกิ่ง โดยคาดหวังว่าทั้งคู่จะยืดเวลา “พักสงครามภาษี” ต่อไป ตอนนี้ตลาดเริ่มไม่ค่อยตื่นเต้นกับข่าวพิพาทการค้าแล้ว แต่ไปโฟกัสโอกาสเติบโตในหุ้นกลุ่ม AI มากกว่า
5. อินเดียต้องการความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น เลยให้นายกฯ โมดีไปคุยกับ UAE เพื่อขอข้อตกลงน้ำมันระยะยาว และให้ช่วยขยายคลังน้ำมันสำรองของอินเดีย ท่ามกลางปัญหาซัพพลายจากสงครามสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่ UAE เพิ่งออกจาก OPEC ทำให้มีโอกาสเพิ่มการผลิตน้ำมันได้ยืดหยุ่นขึ้น ตอนนี้อินเดียมีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ราว 5.33 ล้านตัน และตั้งใจจะเพิ่มอีกประมาณ 6.5 ล้านตัน เพื่อกันความเสี่ยงด้านซัพพลายในอนาคต
6. SET พุ่งแรงในช่วงบ่ายและทะลุไฮเดิมในช่วงก่อนสงคราม คาดได้ Sentiment บวกจากสัญญาณเชิงบวกจาก China-US Summit หนุนแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่เป็นวงกว้าง กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ DELTA (+0.91%) หนุนดัชนี 3 จุด HANA (+0.71%) CCET (+6.72%) คาดว่าได้ Sentiment บวกจากรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่อนคลายให้สามารถส่งออกชิป H200 ของ Nvidia แก่บริษัทจีนที่กำหนดได้ ด้าน KCE (+4.65%) เราได้ปรับเพิ่มมุมมองเป็น Outperform โดยผลประกอบการ 2H69 มีแนวโน้มกลับมาเติบโตต่อเนื่อง
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b