Evening Brief

Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 26 พ.ค. 2569

26 May 26 4:30 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ Evening Brief
สรุปสาระสำคัญ

1. ฟิวเจอร์สตลาดสหรัฐฯ ขยับขึ้น แม้เกิดการโจมตีรอบใหม่ในอิหร่าน ตลาดยังให้น้ำหนักภาพ de-escalation มากกว่าความเสี่ยงปะทะเฉพาะจุด

2. สหรัฐฯ โจมตีเรือ IRGC ใกล้ช่องแคบ Hormuz กดดันความหวังดีลสันติภาพ ขณะที่ Rubio ชี้การเจรจาอาจใช้เวลาอีกหลายวัน 

3. ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดกลับใกล้ $98 หลังความเสี่ยง Hormuz ยังไม่จบ หนุนความกังวลเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและแรงกดดันต่อ Bond Yield

4. ทองคำอ่อนตัว จากแรงกดดันของค่าเงินดอลลาร์และความเสี่ยงดอกเบี้ย หากราคาพลังงานกดดันเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางกลับมาเข้มงวดมากขึ้น

5. Lenovo พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังรายได้และกำไรดีกว่าคาด รับแรงหนุนจาก AI servers และการฟื้นตัวของตลาด PC ทั่วโลก

6. ดัชนี SET ปรับตัว +0.20% โดยเผชิญแรงขายและชะลอในช่วงบ่ายแต่ยังสามารถปิดบวกได้ ยังคงได้แรงซื้อจาก DELTA ประคองไว้

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 26 พฤษภาคม 2569

 

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น แม้ตลาดเผชิญข่าวการโจมตีรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน โดย Dow futures เพิ่มขึ้น 0.6%, S&P 500 futures บวก 0.6% และ Nasdaq 100 futures ขยับขึ้น 0.8% สะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับมุมมอง de-escalation มากกว่าความเสี่ยงจากการปะทะเฉพาะจุด นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่าตลาดยังมีแนวโน้ม price in ภาพความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทยอยคลี่คลาย ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวัน Memorial Day และก่อนหน้านั้น Dow ทำสถิติปิดสูงสุดใหม่ จากแรงหนุนของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและกระแส AI

 

2. สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารรอบใหม่ในพื้นที่ทางใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็น “defensive strikes” หลังเรือของ Islamic Revolutionary Guard Corps พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่เครื่องบินสหรัฐฯ ก่อนที่สหรัฐฯ จะโจมตีฐานยิงขีปนาวุธใกล้ Bandar Abbas ความหวังต่อดีลสันติภาพระยะสั้นจึงลดลง แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบหลักการของข้อตกลงแล้ว ขณะที่ Marco Rubio ระบุว่าการเจรจาอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน แต่สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าช่องแคบ Hormuz จะต้องกลับมาเปิดเต็มรูปแบบในที่สุด ไม่ว่าจะผ่านข้อตกลงทางการทูตหรือมาตรการกดดันอื่น

 

3. ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง หลังความหวังต่อการเปิดช่องแคบ Hormuz เริ่มลดลงจากการปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 2.4% มาอยู่ที่ 98.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเคยร่วงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์จากกระแสข่าวความคืบหน้าการเจรจา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามที่ราว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานยังไม่จบ ตลาดยังจับตาความเสี่ยงในช่องแคบ Hormuz อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งยังปิดกั้นต่อการเดินเรือบรรทุกน้ำมัน

 

4. ราคาทองคำปรับตัวลง ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้รับแรงหนุนจากสถานะ safe haven จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดย Dollar Index เพิ่มขึ้น 1.3% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แม้ล่าสุดอ่อนลงเล็กน้อย 0.2% ปัจจัยดังกล่าวกดดันทองคำผ่านสองช่องทางหลัก คือ ดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจทำให้ธนาคารกลางกลับมาเข้มงวดด้านดอกเบี้ยมากขึ้น ซึ่งไม่เป็นบวกต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาทองคำลดลง 0.8% มาอยู่ที่ 4,533.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

5. หุ้น Lenovo พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดแข็งแกร่งกว่าคาด โดยหุ้นจดทะเบียนในฮ่องกงปรับขึ้นระหว่างวันถึง 18% แตะ HK$18.7 ก่อนปิดบวก 15.1% ที่ HK$18.13 แรงหนุนหลักมาจากรายได้ไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นแตะ 21.6 พันล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิพุ่ง 479% สู่ 521 ล้านดอลลาร์ ธุรกิจ Infrastructure Solutions ซึ่งรวม AI servers และ data-center products เติบโต 37% และเป็น segment ที่โตเร็วที่สุดของบริษัท สะท้อน demand ด้าน AI computing ที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจ PC, tablet และ smartphone ได้แรงหนุนจาก consumer demand และส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น

 

6. ดัชนี SET ปิดที่ 1553.36 จุด (+3.03จุด/ +0.20%) มูลค่าการซื้อขาย 5.8 หมื่นลบ. โดยดัชนี SET เผชิญแรงขายและชะลอในช่วงบ่ายแต่ยังปิดบวก คงได้แรงซื้อ DELTA ประคองไว้ รวมถึงแรงซื้อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ-ธนาคาร โดยแรงซื้อกลุ่มธนาคารช่วยพยุงดัชนี BAY (+10.26%) CREDIT (+2.67%) BBL (+2.66%) KKP (+1.83%) KBANK (+1.02%) คาดได้แรงหนุนตามสินเชื่อมที่มีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ขณะที่ กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC (-2.40%) BGRIM (-2.16%) WHAUP (-1.79%) GUNKUL (-3.33%) คาดเผชิญแรงขายทำกำไร และกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่อาจกลับมาสูงอีกครั้ง ขณะที่ Bond Yield คงอยู่ในระดับสูง

 

-----


ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5