
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัว หลังงบเทคฯ สะท้อน AI Spending สูง ขณะที่สงครามอิหร่านกดดันตลาด
2. Alphabet เพิ่มงบลงทุน AI แตะ 2.05 แสนล้านดอลลาร์ แต่กระแสเงินสดติดลบเริ่มกดดันหุ้นเทคฯ
3. Tesla กระแสเงินสดติดลบครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังเร่งลงทุน AI และหุ่นยนต์ครั้งใหญ่ต่อเนื่อง
4. IBM ปรับลดคาดการณ์รายได้ทั้งปี หลังรายงานรายได้ Infrastructure Q2 หดตัว 7% YoY
5. ECB มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย แต่เงินเฟ้อใกล้ 3% ทำให้ตลาดยังระวังการขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่อีกครั้ง
6. SET บวกเล็กน้อยหลังได้ DELTA พยุง ด้านกลุ่มท่องเที่ยว-โรงไฟฟ้าถูกเทขาย
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงราว 0.4% ทั้ง Dow, S&P 500 และ Nasdaq 100 หลังตลาดประเมินงบของ Alphabet, Tesla และ IBM ควบคู่กับความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง ดัชนีหลักปิดลบเมื่อคืน เพราะนักลงทุนกังวลว่าเม็ดเงินลงทุน AI ที่สูงขึ้นอาจกดดันกระแสเงินสด ขณะที่น้ำมันกลับมาพุ่งเหนือระดับก่อนสงคราม ภาพนี้ทำให้ตลาดลดการรับความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสผันผวนในหุ้นเทคฯ โดยเฉพาะบริษัทที่ยังพิสูจน์ผลตอบแทนจาก AI ไม่ได้ชัดเจน และหุ้นที่มี Valuation สูงเป็นพิเศษ
2. Alphabet เพิ่มกรอบเงินลงทุนปีนี้เป็นสูงสุด 2.05 แสนล้านดอลลาร์ จากเดิมราว 1.9 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ Capex ไตรมาส 2 เพิ่มเป็นประมาณ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระติดลบเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี โดยติดลบกว่า 5.9 พันล้านดอลลาร์ แม้การลงทุนอาจหนุน Cloud และ AI ระยะยาว แต่ตลาดจะจับตาว่ารายได้และ Margin จะโตทันรายจ่ายหรือไม่ เพราะหากไม่ทันอาจกดดัน Valuation และทำให้หุ้น Hyperscaler ผันผวนต่อในระยะต่อไป
3. Tesla รายงานกระแสเงินสดอิสระติดลบ 1.1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 เป็นครั้งแรกในรอบสองปี หลังบริษัทเร่งลงทุนด้าน AI หุ่นยนต์ และโครงการอนาคต แม้รายได้ยังได้แรงพยุงจากธุรกิจรถยนต์ แต่ Margin ที่อ่อนลงและต้นทุนลงทุนสูงทำให้ราคาหุ้นลดลงมากกว่า 4% หลังปิดตลาด ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงยอดขายรถ แต่คือความสามารถในการเปลี่ยน Capex เป็นรายได้ใหม่ หากระยะเวลาคืนทุนนานกว่าคาด หุ้นอาจยังถูกกดดันจาก Valuation ที่สูงและกระแสเงินสดที่อ่อนแอ ต่อความเชื่อมั่น
4. IBM ปรับลดคาดการณ์รายได้ทั้งปี โดยคาดว่าจะเติบโตเพียง 4–5% จากเดิมที่เคยคาดไว้ 5% หลังหุ้นร่วงแรงสัปดาห์ก่อน มูลค่าตลาดหายไปราว 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ผลประกอบการไตรมาส 2 ยืนยันว่ารายได้ Infrastructure ลดลง 7% YoY เหลือ 3.8 พันล้านดอลลาร์ โดยยอดขาย Mainframe สำหรับ Data Center ร่วง 42% แม้ผู้บริหารมองว่าบริษัทกำลังผ่านการเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อรับยุค AI แต่ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดยังลงโทษหุ้นเทคฯ ที่รายได้เดิมอ่อนและยังพิสูจน์รายได้จาก AI ไม่ชัดเจน
5. ECB มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันนี้ หลังเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยฝากสู่ 2.25% ในเดือนก่อนเพื่อรับมือแรงกดดันเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่าน อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อยูโรโซนยังอยู่ใกล้ 3% สูงกว่าเป้าหมาย 2% และ ECB ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้เป็น 3% ตลาดจึงจะจับตาถ้อยแถลงว่าการขึ้นดอกเบี้ยรอบก่อนเพียงพอหรือไม่ หากส่งสัญญาณเข้มงวดต่อ อาจหนุนยูโรและ Bond Yield ยุโรป พร้อมกดดันหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและเศรษฐกิจ และหนุนหุ้น Defensive ในระยะสั้น
6. SET Index วันที่ 23 ก.ค. 2569 ปิดที่ 1,641.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.69 จุด (+0.10%) มูลค่าซื้อขาย 8.7 หมื่นล้านบาท แม้ตลาดถูกกดดันจาก Fund Flow ต่างชาติที่เริ่มชะลอและความเสี่ยงตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น แต่ได้ DELTA ช่วยพยุงดัชนีราว 8 จุด ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวถูกขายแรง เช่น MINT (-5.11%), CENTEL (-4.64%), AOT (-3.45%) และโรงไฟฟ้าอ่อนตัว เช่น BGRIM (-2.54%), CKP (-2.31%) ส่วนธนาคารบวกสวนตลาด นำโดย KKP (+7.24%), TCAP (+3.91%), KTB (+2.44%)
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b