Morning Brief

Morning Brief - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 10 มิ.ย. 2569

10 Jun 26 7:30 AM
Morning Brief เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงพร้อมกับราคาน้ำมัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและแรงกดดันเงินเฟ้อ

2. กองทัพสหรัฐฯได้เริ่มโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพื่อโต้ตอบเหตุเฮลิคอปเตอร์ถูกยิง สร้างความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

3. ผู้เชี่ยวชาญคาด BoJ มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้

4. จีนเตรียมออกแผนลงทุนใน AI มูลค่า 2 ล้านล้านหยวนใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างโครงข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ระดับชาติ

5. ไต้หวันเตรียมออกกฎหมายห้ามส่งออกชิป AI ไปจีน เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการลักลอบส่งออกชิป AI

6. รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าให้พันธบัตรอินเดียถูกบรรจุในดัชนี Bloomberg aggregate Bond เพื่อดึงเงินทุนต่างชาติ

7. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยลดลง 20%WoW มีจำนวนสะสมในปีนี้ ลดลง 2.9% มองลบระยะสั้นต่อกลุ่มท่องเที่ยว

Morning Brief
By INVX Investment Strategy & Research

10 June 2026

 

1. ตลาดหุ้นสหรัฐ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่หุ้นกลุ่ม defensive เช่น Healthcare ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้านราคาน้ำมันปรับลดลงจากทั้งความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและการคาดการณ์ของ EIA ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะชะลอลง ส่งผลให้ดอลลาร์ฟื้นตัวเล็กน้อย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Treasury) ปรับตัวลดลง ตลาดยังจับตารายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่จะออกมา

 

2. กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองกำลังภายใต้ CENTCOM ได้เริ่มปฏิบัติการ “self defense strikes” โจมตีเป้าหมายในอิหร่านตามคำสั่งของประธานาธิบดี ทรัมป์ เพื่อโต้ตอบเหตุเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐถูกยิงตก ขณะที่อิหร่านผ่านสื่อรัฐปฏิเสธว่าไม่มีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่เตือนว่าจะมีการตอบโต้ หากสหรัฐใช้อ้างเป็นเหตุโจมตีเพิ่มเติม ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่าสหรัฐ “จำเป็นต้องตอบโต้” ทำให้ความหวังเรื่องดีลสันติภาพสั่นคลอน

 

3. ผู้เชี่ยวชาญมองว่า BOJ น่าจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2026 โดยคาดว่าครั้งแรกมีโอกาสสูงจะเกิดในสัปดาห์หน้าหลังการประชุมวันที่ 16 มิ.ย. ขึ้นอีก 0.25% สู่ 1% และอาจขึ้นอีกครั้งเป็น 1.25% ช่วงปลายปี แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันที่ยังสูงและสงครามในอิหร่านซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อไม่ลดลง อีกทั้งเริ่มมีความกังวลว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ย “ช้าเกินไป” หากไม่เร่งดำเนินการ

 

4. จีนเตรียมแผนลงทุนระดับ 2 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 295,000 ล้านดอลลาร์) ภายใน 5 ปี เพื่อสร้างเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวต์ทั่วประเทศ ผลักดันยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐ โดยตั้งเป้าใช้ซัพพลายเออร์ภายในประเทศ เช่น Huawei และผู้ผลิตชิปจีนอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 80% ของเทคโนโลยีที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล โครงการจะขับเคลื่อนโดยหน่วยงานรัฐอย่าง NDRC ร่วมกับ SOE

 

5. ไต้หวันกำลังหารือกับสหรัฐเพื่อออกกฎหมายควบคุมการส่งออกชิป AI ไปจีนให้สอดคล้องมาตรการสหรัฐมากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ขั้นสูงอย่าง AI server ที่ใช้ชิป Nvidia โดยฝั่งไต้หวันปัจจุบันยังไม่ได้จัดให้การส่งออกชิป AI ไปจีนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น “ความผิดอาญา” ทำให้การดำเนินคคีต่อเครือข่ายลักลอบส่งของทำได้จำกัดและต้องอาศัยข้อหาอื่น เป้าหมายคือจะควบคุมการส่งออกชิป AI ไปยัง “ลูกค้าทุกคน” ในจีน ไม่ใช่เฉพาะบริษัทใน blacklist อย่าง Huawei และ SMIC

 

6. รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อดึงเงินทุนต่างชาติ ทั้งในตลาดพันธบัตรและ FDI หลังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงและค่าเงินรูปีอ่อนจนติดกลุ่มแย่สุดในเอเชียปีนี้ โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่ากำลังทำงานร่วมกับธนาคารกลางเพื่อ “ขยายความลึก” ของตลาดพันธบัตร และมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์คือการผลักดันให้พันธบัตรรัฐบาลอินเดียถูกบรรจุใน Bloomberg Aggregate Bond Index ซึ่งจะช่วยดึงเงินลงทุนเชิงแพสซีฟหลายพันล้านดอลลาร์และลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐ

 

7. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนลดลง 20%WoW สู่ 483,329 คน โดยเฉพาะกลุ่มระยะใกล้ หลังสิ้นสุดช่วงหยุดยาวของมาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะที่ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นเริ่มมีผลกระทบ ทำให้จำนวน นทท. ต่างชาติสะสมในปีนี้อยู่ที่ 14.52 ล้านคน ลดลง 2.9% มองลบระยะสั้นต่อกลุ่มท่องเที่ยว

 

ประเด็นที่ต้องติดตาม: CPI ของสหรัฐฯ เดือน พ.ค. คาดการณ์ที่ 4.2% ก่อนหน้าที่ 3.8%

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5