PDF Available  
Macro Making Sense

Wealth Effect จากตลาดหุ้น ดึงการบริโภค 6 หมื่นล้านบาท, ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด, เงินเฟ้อไทยเดือน พ.ค. ขยายตัว 2.79% ชะลอลง

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|8 Jun 26 6:52 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • Wealth Effect จากตลาดหุ้น: ดึงการบริโภคขึ้น 6 หมื่นล้านบาท ตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัวขึ้น 26.6% นับจากต้นปี 2026 กำลังก่อให้เกิด Wealth Effect ผ่านสามช่องทาง ได้แก่ การบริโภคโดยตรงจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นของครัวเรือน และศักยภาพการกู้ยืมที่สูงขึ้น โดยประเมินว่าความมั่งคั่งของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นราว 1.35 ล้านล้านบาท และเมื่อใช้ค่า MPC ที่ 0.042 การบริโภคเอกชนจะขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 0.32% ของ GDP หรือประมาณ 5.5-6.7 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทนซึ่งขยายตัวเฉลี่ย 8.4% ต่อเดือนนับจากต้นปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมี Import Leakage สูง แรงกระตุ้นดังกล่าวส่งผ่านไปยัง GDP ได้ +0.05 percentage point ทำให้ GDP ปี 2026 อาจปรับขึ้นจาก 1.60% เป็น 1.65%
  • ภาคที่ได้ประโยชน์ชัดเจนในเชิงรายสาขาได้แก่ ค้าปลีก ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสินค้าคงทนและสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) ทั้งนี้ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการผลักดันมาตรการ TISA และ Jump+ เพื่อขยายฐานนักลงทุนรายย่อยซึ่งมี MPC สูงกว่า ให้ Wealth Effect หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจในประเทศได้มากขึ้นในระยะยาว

  • ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม 2026 ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ที่ 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 80,000 ตำแหน่งเกือบเท่าตัว โดยอัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.3% และการจ้างงานเฉลี่ย 3 เดือนย้อนหลังอยู่ที่ 188,000 ตำแหน่ง สูงสุดนับตั้งแต่มีนาคม 2024 นำโดยภาคสันทนาการ รัฐบาลท้องถิ่น และบริการสุขภาพ
  • อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างที่แท้จริงยังคงถูกกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นเกือบ 50% นับตั้งแต่ต้นปีจากผลของสงครามอิหร่าน ทำให้ค่าจ้างรายชั่วโมงยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ตัวเลขดังกล่าวสร้างสถานการณ์กดดันสองทิศทางให้กับ ประธาน Fed คนใหม่ โดยตลาดพันธบัตรปรับราคาไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี สะท้อนผ่านผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปีและ 10 ปีที่ปรับขึ้น 12 และ 3 bps ในวันเดียวสู่ระดับ 3.8% และ 4.3% ตามลำดับ ขณะที่ทำเนียบขาวยังคงกดดันให้ลดดอกเบี้ยโดยอ้างว่าการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นมาจากด้าน Supply ไม่ใช่อุปสงค์ที่ร้อนแรง อย่างไรก็ดี INVX ยังคงมองว่า Fed จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตลอดทั้งปี

  • เงินเฟ้อไทยเดือน พ.ค. ขยายตัว 2.79% ชะลอลง ชะลอลงเล็กน้อยจาก 2.89% ในเดือนเมษายน และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.1% โดยมีแรงกดดันด้านลงจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงจาก 44.1 เป็น 41.1 บาทต่อลิตร และราคาหมูที่ลดลงจาก 140 เป็น 130 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เร่งตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สู่ระดับ 0.92% สะท้อนว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ราคาสินค้าและบริการหมวดอื่นมากขึ้น INVX มองว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในระยะข้างหน้าจากปัจจัยสะสม 5 ประการ ได้แก่ ราคาน้ำมันในประเทศที่ยังทรงตัวสูง การส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในหมวดอาหารสำเร็จรูป ค่าโดยสารสาธารณะที่ได้รับผลจากต้นทุนพลังงาน ความเสี่ยงจาก El Niño ในช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคม และแรงกระตุ้นอุปสงค์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส จึงคงประมาณการเงินเฟ้อทั้งปีที่ 3.2% และมองว่า ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5