PDF Available  
Macro Making Sense

ความเสี่ยง El Niño 2026-2027; ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2027 กรณีฐานและ El Niño

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|15 Jun 26 7:02 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • ศูนย์พยากรณ์สภาพภูมิอากาศของสหรัฐฯ (CPC) ประกาศว่าปรากฏการณ์ El Niño ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในปี 2026 โดยมีโอกาสสูงถึง 63% ที่จะทวีกำลังเป็นระดับรุนแรงมาก หรือ Super El Niño ในช่วงเข้าสู่ปี 2027 ซึ่งอาจรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950 และส่งผลให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยเผชิญภาวะร้อนแล้งจัด ทั้งนี้ วิกฤตรอบนี้จะเป็น "shock ซ้อน shock" เนื่องจากมาซ้อนทับกับเศรษฐกิจโลกที่ยังบอบช้ำจากสงครามตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน และเงินเฟ้อ โดยสัญญาณในไทยเริ่มชัดเจนจากปริมาณน้ำใช้การได้จริงในเขื่อนที่ต่ำเพียง 37% (ภาคกลางต่ำสุดเหลือ 30%) ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการผลิตและภาคเกษตร เช่น ข้าวนาปรังและอ้อย ในช่วงไตรมาส 1–2 ของปี 2027
  • ในปี 2026 ผลกระทบจาก El Niño ต่อเศรษฐกิจไทยจะยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากปรากฏการณ์จะทวีกำลังสู่จุดรุนแรงในช่วงปลายปี (ธ.ค. 2026–ม.ค. 2027) ทำให้ความเสียหายต่อภาคเกษตรซึ่งมี lag ราว 1–2 ไตรมาสจะไปปรากฏชัดเจนในปี 2027 มากกว่า โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 1–2 ที่ข้าวนาปรังและอ้อยรับผลเต็มที่

  • ส่วนในปี 2027 ในกรณีฐาน (Base Case) INVX ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ที่ +2.3% ภายใต้สมมติฐานหลักที่ El Niño ไม่รุนแรง ขณะที่ปัจจัยภายนอกเริ่มคลี่คลาย โดยสงครามตะวันออกกลางบรรเทาลง ราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และการค้าโลกฟื้นตัวหลังรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอนโยบายที่ผันผวนลง แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในกรณีนี้จะมาจาก การลงทุนเอกชน (+4.0%) การลงทุนภาครัฐ (+4.0%) และการบริโภคเอกชน (+2.5%) อย่างไรก็ดี ไทยยังมีความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออกเนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงดอกเบี้ยสูง ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงดอกเบี้ยต่ำที่ 1.00% กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าสู่ 34.5 บาทต่อดอลลาร์ และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลอ่อน ๆ ที่ -0.5% ของ GDP

  • ในกรณีเลวร้าย (Worst Case) หากดัชนี SOI ดิ่งลึกและวิกฤต Super El Niño ทวีกำลังรุนแรงเทียบเท่ากับมหาภัยแล้งปี 2015–2016 แบบจำลองเศรษฐกิจระบุว่า ภัยแล้งจะฉุด GDP ไทยปี 2027 ให้เติบโตลดลงเหลือเพียง +1.7% (หายไป -0.6 ppt) เนื่องจากผลผลิตเกษตรสำคัญเสียหายหนัก รายได้ภาคชนบทหดตัวอย่างรุนแรง และซ้ำเติมปัญหาคุณภาพหนี้ครัวเรือน ทำให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงเหลือ +2.0% แม้ว่าภาครัฐจะพยายามเพิ่มรายจ่ายเยียวยา (+4.0%) และงบลงทุนบริหารจัดการน้ำ (+4.5%) เข้ามาช่วยพยุงเป็นตัวช่วยลดแรงกระแทกอัตโนมัติแล้วก็ตาม

  • ทั้งนี้ หากเกิดวิกฤต El Niño รุนแรง INVX มองว่าพืชที่พึ่งน้ำชลประทานและไวต่อความร้อนจะได้รับผลกระทบ อันได้แก่ (1) ข้าวนาปรัง (อาจลดลงกว่า−38% คล้ายช่วง 1997-98) (2) อ้อย (วิกฤต 2015 ผลผลิตหายเกือบ 50%) (3) ปาล์มและ (4) ยางที่อ่อนไหวต่อคลื่นความร้อน ขณะที่มันสำปะหลังซึ่งใช้น้ำน้อยค่อนข้างทนและอาจได้ประโยชน์

  • นอกจากนี้ ผลกระทบในกรณีเลวร้ายจะทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะ Mini-Stagflation หรือเศรษฐกิจโตช้าลงพร้อมกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อทั่วไปจะเร่งตัวขึ้นเป็น 2.5% จากราคาอาหารสดที่แพงขึ้นตามซัพพลายที่หายไป ซ้อนทับกับแรงส่งผ่านจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงไปแตะ 35 บาทต่อดอลลาร์ ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น -1.0% ของ GDP จากการส่งออกเกษตรที่ลดลงและการนำเข้าอาหารที่เพิ่มขึ้น ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้จะบีบให้ ธปท. ต้องคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% โดยไม่สามารถลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่อ่อนแอได้เลย ปรากฏการณ์ El Niño จึงถือเป็นความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจไทยในปี 2027
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5