PDF Available  
Macro Making Sense

FOMC Hawkish ขึ้น Dot Plot ชี้ ขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้, Warsh ส่งสัญญาณปรับรูปแบบการสื่อสารของ Fed, INVX ยังคงประมาณการดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อใกล้ชิด

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|18 Jun 26 7:40 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • ผลการประชุม FOMC วันที่ 17-18 มิ.ย. 2569 คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ 12-0 คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาด จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ Statement ที่ถูกปรับให้สั้นและเรียบง่ายลงอย่างมีนัย พร้อมตัด forward guidance ออก สะท้อนแนวทางใหม่ภายใต้ Chairman Kevin Warsh ที่ต้องการสื่อสารบนข้อมูลปัจจุบันมากกว่าผูกมัดทิศทางล่วงหน้า โดยระบุว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวแข็งแกร่ง (solid) ตลาดแรงงานทรงตัว แต่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจาก supply shocks และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ด้าน dot plot สะท้อนโทน hawkish มากขึ้น โดย median ชี้แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ (จากเดิมที่มองว่าจะลด) แม้กรรมการจะแบ่งเป็น 9 รายมองขึ้น และอีก 9 รายมองคงหรือลด ทั้งนี้ Warsh ไม่ได้ส่งประมาณการ (dot) ในรอบนี้
  • ด้านประมาณการเศรษฐกิจ Fed ปรับภาพเงินเฟ้อสูงขึ้นชัดเจน โดยเพิ่ม headline PCE ปี 2026 เป็น 3.6% (+0.9pp) และ core PCE เป็น 3.3% (+0.6pp) พร้อมปรับ core PCE ปี 2027 ขึ้นเป็น 2.5% (+0.3pp) สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อกว่าเดิม ขณะที่ปรับลด GDP ปีนี้ลงเป็น 2.2% และลดอัตราว่างงานเล็กน้อยเป็น 4.3% ส่วน Fed Funds path ถูกปรับขึ้นทั้งเส้น (2026 ที่ 3.8%, 2027 ที่ 3.6%, 2028 ที่ 3.4%) บ่งชี้แนวโน้มคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น นอกจากนี้ Warsh ยังประกาศตั้ง task force 5 ด้านเพื่อทบทวนกรอบนโยบายการเงิน ครอบคลุมการสื่อสารของ Fed นโยบายงบดุล แหล่งข้อมูลเศรษฐกิจ ผลกระทบของ AI/productivity และกรอบเงินเฟ้อ

  • ในมุมมองของเรา ผลการประชุมเป็นไปตามที่เราคาดเป็นส่วนใหญ่ แต่เราเห็นว่าภาพ hawkish ของ dot plot ต้องตีความอย่างระวัง เพราะกรรมการกลุ่มใหญ่สุดยังมองคงหรือลดดอกเบี้ย และส่วนหนึ่งของความเข้มงวดที่เห็นเกิดจากการที่ Warsh ไม่ส่ง dot ตามหลัก discretion เมื่อ dot ฝั่งผ่อนคลายของประธานหายไป ค่า median จึงเอียงไปทางเข้มงวดเกินกว่าที่ความเห็นโดยรวมของคณะกรรมการเป็นจริง เราจึงเชื่อว่าท่าที hawkish รอบนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อยึดโยงความคาดหวังเงินเฟ้อ (anchor inflation expectations) และรักษาความน่าเชื่อถือ (credibility) ของธนาคารกลาง มากกว่าจะเป็นการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยจริงในเร็ววัน

  • สำหรับมุมมองข้างหน้า เรายังคงประมาณการดอกเบี้ยไว้ตามเดิม โดยเชื่อว่าเงินเฟ้อจะทยอยลดลง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย และราคา gasoline spot สหรัฐฯ ที่ปรับลดจากจุดสูงสุดบริเวณ 4.6 มาอยู่ที่ราว 4.187 ดอลลาร์/แกลลอน ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันต้นทุน (supply shocks) ที่เป็นต้นตอเงินเฟ้อรอบนี้ อย่างไรก็ดี เราจะติดตามรายงานเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดใน 3 ประเด็น ได้แก่ (1) PPI ที่ปัจจุบันเร่งขึ้นมาที่ 6.0% จะเริ่มแผ่วลงหรือไม่ (2) CPI ที่ระดับ 4.2% จะทรงตัวหรือกลับลงต่ำกว่า 4% ได้หรือไม่ และ (3) สถานการณ์สงครามยังดำเนินไปในทิศทางผ่อนคลายต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งทั้งสามปัจจัยจะเป็นตัวชี้ขาดว่ามุมมองเงินเฟ้อในระยะต่อไป
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5