Digital Assets Weekly Pulse

ตลาดคริปโทลุ้นจุดเปลี่ยน สะสมเริ่มก่อตัวแต่แรงซื้อยังไม่มาเต็ม จับตา ETF Flow กฎระเบียบ และตัวเลขเศรษฐกิจชี้ทิศทาง

1 Apr 26 1:19 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • ภาพรวมตลาด: ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลผันผวนจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน Bitcoin แตะ $72K ก่อนย่อสู่ $65K ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ $1,930–$2,200 สะท้อนความไม่แน่นอนสูง

 

  • STH Cost Basis Heatmap — เริ่มสะสม แต่ยังไม่แข็งแรง: BTC อยู่บริเวณ โซนต้นทุนผู้ซื้อใหม่ที่ $60K–$70K แม้จะเริ่มเห็นการสะสม Supply ในโซนนี้ แต่ความหนาแน่น ยังน้อยกว่ารอบฟื้นตัวในอดีต จึงเป็นสัญญาณบวกในเชิงรูปแบบ แต่ยังไม่แข็งแรง

 

  • ETF Net Flow 7d SMA พลิกลบ — Demand ยังระวัง: 7d SMA ของ US Spot ETF Net Flow ติดลบต่อเนื่องราว 200–500 BTC/วัน สะท้อนว่าแรงซื้อจากสถาบันยังอยู่ในระดับ “ระมัดระวัง” ที่ระดับราคาปัจจุบัน

 

  • CLARITY Act + SEC Deadline —SEC ต้องพิจารณา Crypto ETF จำนวน 91 คำขอ ขณะที่ความคืบหน้าของ CLARITY Act มีแนวโน้มเชิงบวก

 

  • Factors to Watch สัปดาห์หน้า: 3 เม.ย. Nonfarm Payrolls คาด 56k ต่ำกว่าคาดบวกคริปโต ดอลลาร์อ่อน หนุนลดดอกเบี้ย ขณะที่ ISM Services PMI หากแข็งแกร่งเกินไปจะกดดันตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

 

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวผันผวน ภายใต้แรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีทิศทางชัดเจน ส่งผลให้ Sentiment การลงทุนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามสัญญาณเชิงนโยบายที่สลับระหว่างความแข็งกร้าวและผ่อนคลาย

 

ประเด็นดังกล่าวยังคงต้องติดตามต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูง แม้เริ่มเห็นสัญญาณการเจรจามากขึ้น และสหรัฐฯ มีแนวโน้มส่งสัญญาณถอนกำลังทหารในระยะถัดไป โดยหากมีความคืบหน้าไปสู่การยุติความขัดแย้ง จะเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่ลดลง และโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลง

 

ภายใต้ความไม่แน่นอนนี้ Bitcoin ปรับขึ้นแตะประมาณ $72,000 ก่อนย่อตัวลงสู่บริเวณ $65,000 ในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ $1,930–$2,200 สะท้อนความผันผวนในระยะสั้น

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-04-01-125519.png

 

Source : TradingView as of 1 April 2026

 

Key Highlight 1 — On-Chain Signal: BTC ยังอยู่ที่ขอบล่างของโซนต้นทุน Short-Term Holder

 

 

WhatsApp-Image-2026-04-01-at-09.22.20-(1).jpeg

Source : Glassnode as of 31 March 2026

 

Short-Term Holder Cost Basis Distribution Heatmap คืออะไร?

 

Short-Term Holder (STH) หมายถึงนักลงทุนที่ถือครอง Bitcoin ไม่เกิน 155 วัน ซึ่งโดยลักษณะจะมีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของราคามากกว่ากลุ่ม Long-Term Holder

 

สำหรับ Cost Basis Distribution Heatmap เป็นเครื่องมือที่ใช้แสดงการกระจุกตัวของต้นทุนการซื้อ (cost basis) ของเหรียญในกลุ่ม STH ว่าถูกสะสมไว้ในระดับราคาใดมากที่สุด โดยสีแดงหรือส้มสะท้อนถึงระดับราคาที่มี Supply หนาแน่น (มีการเข้าซื้อจำนวนมาก) ขณะที่สีฟ้าหรือม่วงแสดงถึง Supply ที่บางกว่า และเส้นสีดำใช้แทนราคาตลาดของ Bitcoin ในปัจจุบัน

 

เนื้อหาสำคัญ

 

จาก Glassnode STH Cost Basis Distribution Heatmap พบว่า:

  1. ราคา Bitcoin ปัจจุบัน (~$65,000–$68,000) เคลื่อนไหวใกล้ “ขอบล่าง” ของช่วงต้นทุนผู้ซื้อใหม่ (STH) ที่ $60,000–$70,000 ซึ่งเป็น New Buyer Cost Basis Range โดยโซนนี้มีนัยเป็นแนวรับเชิงพฤติกรรม เนื่องจากเป็นระดับคุ้มทุนของผู้เข้าซื้อรอบล่าสุด

 

  1. แม้เริ่มเห็นการสะสมเหรียญในโซนดังกล่าวเพิ่มขึ้น แต่ความหนาแน่นของ Supply ยังบางกว่ารอบฟื้นตัวในอดีต ขณะที่บริเวณ ~$85,000 มี Supply กระจุกตัวสูงกว่า 465,000 BTC จึงยังเป็นแนวต้านสำคัญต่อการปรับขึ้นในระยะถัดไป

 

สัญญาณนี้บอกอะไร?

 

โซน $60,000–$68,000 เป็นแนวรับเชิงโครงสร้างที่มีนัยสำคัญ โดยการยืนเหนือระดับนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนที่ราคาจะมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน $75,000–$85,000 อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการสะสมในปัจจุบันยังไม่แข็งแรงเพียงพอ และยังต้องการแรงซื้อเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

 

 

Key Highlight 2 — Institutional Signal: ETF Net Flow 7d SMA พลิกลบ — สัญญาณ "เงียบ" แต่ต้องจับตา

 

WhatsApp-Image-2026-04-01-at-09.22.20.jpeg

Source : Glassnode as of 31 March 2026

 

US Spot ETF Net Flows (7d Moving Average) คืออะไร?

 

US Spot ETF Net Flow คือมูลค่าเงินสุทธิที่ไหลเข้าและออกจาก Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ ในแต่ละวัน ซึ่งสะท้อนทิศทางการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ 7-Day Moving Average (7d SMA) เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วัน ใช้เพื่อลดความผันผวนระยะสั้นและช่วยให้เห็นแนวโน้มที่แท้จริงของกระแสเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

ในเชิงการแสดงผล แท่งสีเขียวหมายถึง Net Inflow (เงินไหลเข้าสุทธิ) ส่วนแท่งสีแดงหมายถึง Net Outflow (เงินไหลออกสุทธิ) และเส้นสีดำแสดงถึงราคา Bitcoin ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสเงินและการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

รายละเอียดสำคัญ 

  1. ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วัน (7d SMA) ของ ETF Net Flow พลิกกลับมาเป็นลบตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี Net Outflow ประมาณ 200–500 BTC ต่อวัน แม้ขนาดจะไม่สูง แต่ลักษณะการไหลออกที่ “ต่อเนื่อง” สะท้อนแรงขายที่ค่อย ๆ กดดันตลาด

 

  1. เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า จะเห็นความแตกต่างชัดเจน โดยช่วง ต.ค.–ต้น พ.ย. 2568 มี Net Inflow สูงถึง 3,000–5,000 BTC ต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับการที่ราคา BTC ปรับขึ้นสู่จุดสูงสุด ขณะที่ช่วงปลาย พ.ย.–ม.ค. กระแสเงินเริ่มผันผวนทั้งสองทิศ ก่อนที่ต้น มี.ค. 2569 จะเห็น Inflow กลับมาอีกครั้ง (~3,000 BTC/วัน) ในระยะสั้นก่อนการประชุม FOMC และล่าสุดในปลาย มี.ค. Flow กลับมาเป็นลบอีกครั้ง สอดคล้องกับการปรับตัวลงของราคา

 

  1. โดย Outflow ในปัจจุบันสะท้อนว่าแรงซื้อจากสถาบันยังอยู่ในระดับ “ระมัดระวัง”ที่ระดับราคาปัจจุบัน ไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งเหมือนในช่วงขาขึ้นก่อนหน้า

 

สัญญาณนี้บอกอะไร?

 

สัญญาณ 7d SMA ของ ETF Flow ที่ติดลบต่อเนื่อง แม้ขนาดไม่มาก สะท้อนว่าสถาบันยังไม่มีการเข้าซื้ออย่างจริงจัง โดยพฤติกรรมปัจจุบันเป็นเพียง “Buy on dip แบบระวัง” มากกว่าการสะสมเชิงรุก และยังรอความชัดเจนจากปัจจัยมหภาค เช่น US–Iran

 

ซึ่ง ETF Flow เป็นตัวสะท้อน sentiment ของสถาบัน โดยสัญญาณเชิงบวกคือเมื่อ 7d SMA กลับมาเป็นบวกและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะบ่งชี้ว่าแรงซื้อเริ่มกลับมา ระหว่างนี้ตลาดยังผันผวนสูง และ $66,000 ยังคงเป็นแนวรับสำคัญ

 

 

Key Highlight 3 — Policy Signal: CLARITY Act & 91 ETF Applications

 

CLARITY Act คืออะไร?


CLARITY Act เป็นร่างกฎหมายด้านโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Market Structure) ที่มีเป้าหมายกำหนดกรอบการกำกับดูแลระหว่าง SEC และ CFTC ให้มีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างถาวร จากเดิมที่ยังอิงเพียงแนวทางตีความ (Interpretive Guidance) ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายรัฐบาล ถือเป็นกฎหมายที่อุตสาหกรรมรอคอยมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี

 

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

  1. SEC Deadline (27 มี.ค. 2569): เป็นเส้นตายสุดท้าย (240 วัน) สำหรับ SEC ในการพิจารณา Crypto ETF จำนวน 91 คำขอ ครอบคลุม 24 โทเคน ภายหลังการประกาศ Digital Commodity Framework เมื่อ 17 มี.ค. ทำให้แต่ละคำขอมีฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนมากขึ้น

 

  1. ความคืบหน้า CLARITY Act: ร่างกฎหมายผ่านสภาผู้แทนฯ ในเดือน ก.ค. 2568 และผ่าน Senate Agriculture Committee ในเดือน ม.ค. 2569 ล่าสุดมีข้อตกลงแบบ Bipartisan เกี่ยวกับ Stablecoin Yield โดย Senate Banking Committee เตรียมพิจารณาในช่วงปลาย เม.ย. ทั้งนี้ ตลาดประเมินโอกาสผ่านกฎหมายในปี 2569  สะท้อน momentum เชิงบวกต่อการจัดระเบียบอุตสาหกรรมในระยะถัดไป

 

สัญญาณนี้บอกอะไร?

 

 CLARITY Act เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวที่สำคัญ โดยเฉพาะต่อ Altcoin ที่อยู่ใน Digital Commodity Framework ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนโดยตรง การพิจารณาของ Senate Banking Committee ในช่วงปลาย เม.ย. จะเป็น Catalyst สำคัญต่อ sentiment ตลาด โดยการทยอยสะสมในช่วงราคาย่อตัวยังคงเป็นกลยุทธ์ที่มี Risk-Reward น่าสนใจในระยะถัดไป

 

 

มุมมองด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-04-01-131140.png

 

ราคาแกว่งซิกแซกไต่ระดับขึ้น มีแนวโน้มขึ้นทดสอบกรอบบนของกรอบใหญ่ Downtrend Channel ขณะที่ RSI เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 50 ส่วน MACD กำลังจะพลิกขึ้นมาเหนือ Signal Line และยังอยู่เหนือแกน 0 ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อ

แนวรับ: 2,150,000-2,050,000 บาท (65,000 – 60,000 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 2,500,000-2,650,000 บาท (76,000 – 84,000 ดอลลาร์)

 

ETH

 

 

Screenshot-2026-04-01-131156.png

 

ราคาแกว่งซิกแซกไต่ระดับขึ้น มีแนวโน้มขึ้นทดสอบกรอบบนของกรอบใหญ่ Downtrend Channel ขณะที่ RSI เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 50 ส่วน MACD กำลังจะพลิกขึ้นมาเหนือ Signal Line และยังอยู่เหนือแกน 0 ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อ

แนวรับ: 66,000-59,000 บาท (1,900 – 1,700 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 77,000-85,000 บาท (2,400 – 2,700 ดอลลาร์)

 

Factors to Watch

 

Date

Event

6 April 2026

ISM Non-Manufacturing PMI

9 April 2026

FOMC Meeting Minutes

Core PCE Price Index (MoM) (Feb)

Core PCE Price Index (YoY) (Feb)

GDP (QoQ) (Q4)

Initial Jobless Claims

10 April 2026

Core (MoM) (Mar)

Core CPI (MoM) (Mar)

CPI (YoY) (Mar)

 

ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ต้องติดตามจะมีอยู่สองตัวคือ Nonfarm Payrolls หรือการจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่จะมีการรายงานในวันที่ 3 เม.ย. โดยตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 56k โดยถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดจะส่งผลบวกต่อภาพตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้เนื่องจากเงินดอลลาร์จะอ่อนและตลาดจะคาดหวังการลดดอกเบี้ยที่มากขึ้น

 

อีกหนึ่งตัวเลขที่ต้องติดตามคือ ISM Services PMI หรือดัชนีภาคบริการ เนื่องจากภาคบริการเป็นสัดส่วนใหญ่ของ GDP สหรัฐฯหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งเกินไปจะสร้างแรงกดดันให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

 

 

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5