
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจกระทบต่อความหวังในการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลเกี่ยวกับการขาย Bitcoin ของบริษัท Strategy แม้ปริมาณการขายจะมีขนาดเล็ก แต่ได้สร้างคำถามต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและแนวทางการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลขององค์กรในอนาคต
ด้านการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงราว 12% จากระดับสูงสุดบริเวณ 74,000 ดอลลาร์ ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ 61,380 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 เดือน สะท้อนแรงขายที่ยังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ Ethereum ปรับตัวลดลงราว 10% โดยหลังจากขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 2,000 ดอลลาร์ ก็เผชิญแรงขายและปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,715 ดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงอยู่ในโหมดระมัดระวังและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off)
ภายหลังจากที่การเจรจาเรื่องการหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทำให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนที่สูงขึ้น จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่จะคงอยู่ในระดับสูงและจะนำไปสู่โอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่มีมากขึ้น ทำให้เราแนะนำนักลงทุนต้องกลับมาติดตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้น
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ต้องติดตามตัวแรกคือ Nonfarm Payrolls (ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม) ของเดือน พ.ค. ที่จะรายงานในวันที่ 5 มิ.ย. โดยตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 95k โดยถ้าออกมาต่ำกว่าคาดจะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้นได้
ตัวที่สองคือ CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) ของเดือน พ.ค. ที่จะรายงานในวันที่ 10 มิ.ย. โดยถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดก็จะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้นได้เช่นกัน

Source : Tradingview as of 4 June 2026

Source : Sosovalue as of 4 June 2026
ETF Outflows คือการที่นักลงทุนขายคืนหน่วย ETF ทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องลดการถือครอง Bitcoin ที่ใช้หนุนสินทรัพย์ในกองทุน จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนทิศทางเงินทุนของนักลงทุนสถาบัน
US Spot Bitcoin ETFs ยังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยวันที่ 3 มิถุนายน 2569 มี Net Outflows อีก $396.6M หลังจากก่อนหน้านั้นมีเงินไหลออก $519.2M และ $483.8M ในวันที่ 2 และ 1 มิถุนายนตามลำดับ ส่งผลให้เพียง 3 วันแรกของเดือน เงินทุนไหลออกสะสมมากกว่า $1.4B
ขณะเดียวกัน มูลค่าสินทรัพย์รวม (AUM) ของ Bitcoin ETFs ปรับลดลงจากระดับกว่า $107.8B ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เหลือ $82.8B ในปัจจุบัน สะท้อนแรงกดดันจากทั้งราคาที่ปรับตัวลงและการไถ่ถอนหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น
การไหลออกของเงินทุนต่อเนื่องหลายวันติดต่อกันสะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงอยู่ในโหมดระมัดระวัง และยังไม่เห็นแรงซื้อใหม่เข้ามาสนับสนุนตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อพิจารณาร่วมกับการที่ Bitcoin ปรับตัวลงต่อเนื่อง และสัญญาณ On-chain หลายตัวเริ่มเข้าสู่ Bear Market Regime จะเห็นว่าภาพรวมตลาดกำลังเผชิญภาวะความเชื่อมั่นอ่อนแอมากกว่าปัญหาด้านปัจจัยพื้นฐาน
ในช่วงเวลาเดียวกัน เม็ดเงินลงทุนจำนวนหนึ่งยังคงไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีที่มีการเติบโตของกำไรชัดเจน ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงกดดันจากการย้ายเงินทุนอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ETF Flows ที่ยังติดลบต่อเนื่อง จึงสะท้อนว่าตลาดคริปโทยังอยู่ในช่วง Risk-Off และนักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่ยังเลือกถือเงินสดหรือโยกเงินไปยังสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจมากกว่าในระยะสั้น.

Source : Glassnode as of 4 June 2026
True Market Mean เป็นตัวชี้วัด On-chain ของ Glassnode ที่สะท้อนต้นทุนเฉลี่ยของ Bitcoin ที่มีการซื้อขายหมุนเวียนจริงในตลาด และมักถูกใช้เป็นเส้นแบ่งระหว่างภาวะ Bull Market และ Bear Market ขณะที่ Realized Price คือ ต้นทุนเฉลี่ยของ Bitcoin ทั้งหมดในระบบ ซึ่งสะท้อนฐานต้นทุนรวมของนักลงทุนทั้งตลาด
ในอดีต การที่ราคา Bitcoin ปรับตัวต่ำกว่า True Market Mean มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเข้าสู่ภาวะขาลง และสะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ
ล่าสุด Bitcoin ปรับตัวลดลงต่ำกว่า True Market Mean ที่ระดับประมาณ 77,800 ดอลลาร์ ลงมาซื้อขายบริเวณ 63,000 ดอลลาร์ ขณะที่ STH Cost Basis หรือต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้นลดลงมาอยู่ที่ 76,400 ดอลลาร์ และปรับตัวต่ำกว่า True Market Mean เป็นครั้งแรกในรอบนี้
โครงสร้างดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงลบ เนื่องจากสะท้อนว่านักลงทุนรายใหม่เริ่มเข้าซื้อในระดับราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ากลางของตลาด และยอมรับราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดในเดือนมกราคม 2022 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Bear Market รอบก่อน
การที่ราคา Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า True Market Mean ($77.8k) บ่งชี้ว่าตลาดยังอยู่ภายใต้ Bear Market และแรงขายยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคาในระยะกลาง
นอกจากนี้ การที่ STH Cost Basis ($76.4k) ปรับตัวต่ำกว่า True Market Mean ($77.8k) สะท้อนว่าผู้เข้าตลาดรายใหม่เริ่มลดความคาดหวังต่อการฟื้นตัวในระยะสั้น และกำลังปรับตัวเข้าสู่สภาวะตลาดขาลงมากขึ้น
แม้การปรับฐานที่รุนแรงอาจทำให้เกิดแรงรีบาวด์ทางเทคนิคเป็นระยะ แต่ตราบใดที่ Bitcoin ยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ True Market Mean ($77.8k) ได้อย่างมั่นคง ภาพรวม On-chain ยังคงสนับสนุนมุมมองว่าตลาดอยู่ในช่วง Bear Market และความเสี่ยงด้านขาลงยังคงมีอยู่ในระยะถัดไป โดยมี Realized Price ($53.9k) เป็นแนวรับสำคัญที่ตลาดเคยใช้เป็นจุดสร้างฐานในช่วง Bear Market รอบก่อน ๆ

Source : Strategy as of 4 June 2026
Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก โดย Michael Saylor เป็นผู้ผลักดันกลยุทธ์สะสม Bitcoin มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของตลาดคริปโท
ด้วยภาพลักษณ์ "ซื้อและไม่ขาย" ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของ Strategy ถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก และมักถูกใช้เป็นตัวสะท้อนความเชื่อมั่นต่อ Bitcoin ในเชิงสถาบัน
ล่าสุด Strategy เปิดเผยว่าได้ขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $77,135 ต่อเหรียญ เพื่อนำเงินไปจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น STRC
แม้มูลค่าการขายจะอยู่เพียงราว 2.5 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็นเพียง 0.0038% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่บริษัทถืออยู่กว่า 843,706 BTC แต่ตลาดกลับตอบสนองเชิงลบทันที โดยราคาหุ้น MSTR ปรับตัวลงราว 6% และ Bitcoin หลุดระดับสำคัญในระยะสั้น
หากมองในเชิงตัวเลข การขายครั้งนี้แทบไม่มีผลต่ออุปทาน Bitcoin ในตลาด แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมด้านจิตวิทยาได้มากกว่าที่หลายฝ่ายคาด
ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่ "Strategy ขายกี่เหรียญ" แต่เป็นการที่ตลาดตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวอย่างรุนแรง ทั้งที่ปริมาณขายมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับการถือครองทั้งหมด
เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนในปัจจุบันยังอยู่ในระดับเปราะบาง ตลาดอยู่ในสภาวะที่พร้อมตีความข่าวในเชิงลบ และใช้เป็นเหตุผลในการลดความเสี่ยงออกจากพอร์ต แม้ปัจจัยพื้นฐานจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม
ในช่วงที่ผ่านมา กระแสเงินลงทุนส่วนหนึ่งยังคงไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีที่มีการเติบโตของกำไรชัดเจน ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลง
ดังนั้น การที่ตลาดตอบสนองต่อการขายเพียง 32 BTC อย่างรุนแรง จึงอาจเป็นสัญญาณว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ Strategy แต่สะท้อนว่าตลาดคริปโทยังขาดแรงซื้อและความเชื่อมั่นเพียงพอที่จะรองรับข่าวเชิงลบในระยะนี้

Source : InnovestX Research as of 4 June 2026
ภาพรายสัปดาห์ ราคาปรับตัวลงแรงหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ร่วงลงสู่ระดับ 50 ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line แต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ประเมินว่าหากราคาหลุดต่ำกว่าฐานเดิม จะเป็นสัญญาณลบและมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเพื่อทดสอบกรอบล่างของ Downtrend Channel แต่หากไม่หลุด อาจเห็นการรีบาวด์ระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม Upside ยังมีจำกัด
แนวรับ: US$ 60,000–55,000
แนวต้าน: US$ 69,500–73,500

Source : InnovestX Research as of 4 June 2026
ภาพรายสัปดาห์ ราคาปรับตัวลงแรงและกำลังทดสอบฐานเดิม ขณะที่ RSI ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 50 และเริ่มเข้าใกล้โซน Oversold ส่วน MACD มีแนวโน้มตัด Signal Line ลง และยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าแกน 0 ประเมินว่าหากราคาหลุดต่ำกว่าฐานเดิม จะเป็นสัญญาณลบและมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเพื่อทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบกว่า 1 ปี แต่หากยังสามารถยืนเหนือฐานเดิมได้ อาจเห็นการรีบาวด์ระยะสั้น อย่างไรก็ตามกรอบบนยังมีข้อจำกัด
แนวรับ: US$ 1,700–1,520
แนวต้าน: US$ 2,000–2,300
|
Date |
Events |
|
10 June 2026 |
CPI (MoM) (May) Core CPI (MoM)(May) CPI (YoY) (May) |
|
11 June 2026 |
PPI (MoM) (May) Initial Jobless Claims |
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้