Mutual Fund : Short/Medium Term Top Picks

(เคาะซื้อ: Theme Play) แนะนำเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Nuclear Energy กองทุน LHNUKZ-A หรือ NUKZ ETF รับแรงหนุน AI-driven power demand และ Energy Security

8 Apr 26 3:00 PM
1280x720 px
สรุปสาระสำคัญ

Intraday Weekly Idea Action

 

By INVX Investment Products & Strategy

8 เม.ย. 2569

 

💵 Action: แนะนำเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Nuclear Energy ระยะการลงทุน > 6 เดือน (Theme Play) มองเป้าหมายผ่าน Range Nuclear Renaissance Index ETF (NUKZ) อยู่ที่ $74.7 และมีจุด Stop loss ที่ $60.2 ทั้งนี้ การเข้าหรือออกจาก position จะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและ sentiment ของตลาดในขณะนั้นร่วมด้วย

 

💰 Rationale: INVX แนะนำลงทุนหุ้นกลุ่ม Nuclear Energy จากปัจจัยสนับสนุน

 

Event : ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งสัญญาณ de-escalation หนุน sentiment ตลาดเข้าสู่โหมด Risk-on มากขึ้น ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ขณะเดียวกันงบประมาณสหรัฐฯ ปี 2027 สะท้อน policy shift ชัดเจนสู่พลังงานนิวเคลียร์และ Energy Security ผ่านการสนับสนุน SMR และ Nuclear fuel

 

Fundamental : ธีม Nuclear ได้แรงหนุนจาก AI-driven power demand โดยความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center ขณะที่ Hyperscalers เร่งทำสัญญาใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อรองรับ demand ที่เติบโตสูง นอกจากนี้ SMR กลายเป็น solution หลักในการผลิตไฟฟ้าแบบ stable, low-carbon และ scalable สอดคล้องกับความต้องการของ Data Center

 

Technical : ราคา NUKZ ETF ย่อตัวลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันและยังสามารถยืนได้ สะท้อนราคายังอยู่แนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง-ยาว พร้อมสัญญาณ Buy signal จาก MACD 

 

กองทุนแนะนำ: LHNUKZ-A หรือ ETF อ้างอิง NUKZ ETF 

[Theme play คือ กลยุทธ์ที่มองหาโอกาสการลงทุนจากปัจจัยพื้นฐาน การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง เทรนด์ และแนวโน้มการลงทุนใหม่ๆ ที่เป็นโอกาสการลงทุน]

 

Event

  • ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งสัญญาณ de-escalation หนุน sentiment ตลาดเข้าสู่โหมด Risk-on มากขึ้น ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง

     

  • งบประมาณสหรัฐฯ ปี 2027 สะท้อนการ shift policy ชัดเจนจากพลังงานสะอาด เข้าสู่พลังงานนิวเคลียร์และความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) โดยเพิ่มงบสนับสนุน SMR, Nuclear fuel และ critical minerals

 

Fundamental

  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 415 TWh ในปัจจุบัน สู่ 3700 TWh ในปี 2050 (คาดการณ์จาก Bloomberg) สะท้อน energy demand supercycle จาก AI

     

  • บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers) เช่น กลุ่ม AI และ Data Center เริ่มเร่งทำสัญญาและประกาศแผนใช้พลังงานนิวเคลียร์ (ราว 35GW) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตสูงในอนาคต สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานสู่ Nuclear มากขึ้น

     

  • SMR (Small Modular Reactors) กลายเป็น solution หลักในการผลิตไฟฟ้าแบบ stable, low-carbon และ scalable ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ hyperscalers

     

  • Valuation ของดัชนี Range Nuclear Renaissance Index ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นกลุ่ม Nuclear Energy อยู่ที่ FWD P/E 23 เท่า ลดลงจากจุดสูงสุดที่ราว 32 ท่า สะท้อนความตึงตัวของ valuation ที่คลี่คลายลง

     

  • โครงสร้างอุตสาหกรรมอยู่ในช่วง early stage ของ cycle โดย SMR capacity คาดเติบโตราว 31% CAGR ถึงปี 2035

 

Technical

  • ราคา NUKZ ETF ย่อตัวลงมาทดสอบบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และสามารถยืนได้ สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคายังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง-ยาว

     

  • NUKZ ETF เกิดสัญญาณ Buy signal ผ่าน MACD indicator บ่งชี้ว่า momentum เริ่มกลับมาเป็นบวก หลังผ่านช่วง correction

     

  • ราคาเคลื่อนไหวในลักษณะ re-accumulation phase ภายในกรอบขาขึ้น โดยยังไม่หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ $63

     

สรุป แนะนำเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Nuclear Energy ในลักษณะ Theme Play (ระยะการลงทุน > 6 เดือน) เพื่อรับโอกาสจาก structural tailwind ได้แก่ AI-driven power demand, การเปลี่ยนนโยบายพลังงานของสหรัฐฯ และการเร่ง adoption ของ SMR และภาพ technical ที่ส่งสัญญาณในการฟื้นตัวรอบใหม่

 

กองทุนแนะนำ: LHNUKZ-A หรือ ETF เทียบเคียง NUKZ ETF

 

กองทุนแนะนำ: LHNUKZ กองทุนที่ลงทุนครอบคลุมธีม Nuclear Energy

จาก Universe กองทุนในไทยที่เน้นเฉพาะเจาะจงในธีม Uranium และ Nuclear จะมีทั้งหมด 5 กองทุน ได้แก่ X-NUCTECH, DAOL-NUCLEAR, PRINCIPAL GCLEAN-A, LHNUKZ-A, ASP-POWER

 

โดยเราคัดเลือกกองทุน LHNUKZ-A ที่เป็นเพียงกองทุนเดียวที่อ้างอิง NUKZ ETF ตามกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และครอบคลุม Value Chain ของอุตสาหกรรม ที่เข้าถึงทั้งธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของห่วงโซ่นิวเคลียร์

 

สรุปจุดเด่นของกองทุน LHNUKZ

  1. กองทุนเปิดโอกาสลงทุนในบริษัทชั้นนำของห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์
  2. ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Range Nuclear Renaissance Index ETF (NUKZ) ซึ่งครอบคลุมทั้งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้า ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและบริการ
  3. กองทุนหลัก NUKZ ไม่ได้เน้นเฉพาะนิวเคลียร์แบบดั้งเดิม แต่ยังรวมถึงธีม SMRs และ advanced nuclear technologies ที่เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพช่วยลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และรองรับการขยายตัวของ Data Center ได้ดีขึ้นในอนาคต
  4. กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (as of 27 Feb 2026) โดยปัจจุบันมีการป้องกันอยู่ที่ 85.74%
  5. ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุนได้แก่ Cameco, GE Vernova Inc, Endesa SA, Fortum Oyj, CEZ AS
  6. ผลตอบแทนของกองทุนหลักย้อนหลัง 1Y เฉลี่ยอยู่ที่ 72.58% ต่อปี

 

กองทุนเปิด แอล เอช นิวเคลียร์ เอนเนอร์จี LH NUCLEAR ENERGY FUND (LHNUKZ-A) เป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้ลงทุนในบริษัทชั้นนำตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก Range Nuclear Renaissance Index ETF (NUKZ)

 

กองทุนหลักมีจุดเด่นคือไม่ได้ลงทุนเฉพาะโรงไฟฟ้าหรือตัวยูเรเนียมเพียงด้านเดียว แต่ครอบคลุมทั้งฝั่ง Advanced Reactors, Utilities, Construction & Services และ Fuel รวมถึงยังมี exposure ไปยัง advanced nuclear technologies ทำให้พอร์ตมีความหลากหลายมากขึ้นภายในธีมนิวเคลียร์เดียวกัน โดยเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนตามธีมพลังงานนิวเคลียร์แบบครบ value chain มากกว่าการเลือกลงทุนเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม

 

กองทุน LHNUKZ-A มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (as of 27 Feb 2026) โดยปัจจุบันมีการป้องกันอยู่ที่ 85.74%

 

ตัวอย่างหุ้นที่อยู่ในพอร์ตการลงทุน (Source: Range ETFs as of 6 Apr 2026)

1) Cameco Corp (CCJ) บริษัทเหมืองยูเรเนียมรายใหญ่ของแคนาดา ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายยูเรเนียม รวมถึงบริการด้านเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญฝั่งต้นน้ำของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์

 

2) GE Vernova Inc (GEV) บริษัทด้านพลังงานที่แยกออกมาจาก GE มีธุรกิจครอบคลุมทั้งไฟฟ้า โครงข่ายพลังงาน และเทคโนโลยีพลังงาน โดยมีบทบาทในโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและนิวเคลียร์

 

3) Endesa SA (ELE SM) บริษัทสาธารณูปโภคพลังงานรายใหญ่ของสเปน ทำธุรกิจผลิต จำหน่าย และกระจายไฟฟ้า โดยมี exposure ต่อธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในยุโรป

 

4) Fortum Oyj (FORTUM FH) บริษัทพลังงานจากฟินแลนด์ ที่เน้นธุรกิจไฟฟ้า ความร้อน และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในยุโรปเหนือ

 

5) CEZ AS (CEZ CP) บริษัทสาธารณูปโภครายใหญ่ของเช็ก ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงมีสินทรัพย์ด้านโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

 

ผลดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง (as of 31 Mar 2026)

  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 3M อยู่ที่ 2.74%
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1Y เฉลี่ยอยู่ที่ 72.58% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุน (23 Jan 2024) เฉลี่ยอยู่ที่ 55.43% ต่อปี

 

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5