Mutual Fund : Short/Medium Term Top Picks

(เคาะซื้อ: Theme Play) แนะนำเข้าลงทุนทองคำ ผ่านกองทุน K-GOLD-A(A) หรือ GLDM ETF ในลักษณะ Theme Play (ระยะการลงทุน 6 เดือนขึ้นไป) มอง Target ราคาทองคำบริเวณ US$5,400/oz

7 May 26 10:30 AM
1280x720 px
สรุปสาระสำคัญ

Intraday Idea Action

 

By INVX Investment Products & Strategy

 

7 พ.ค. 2569

 

💵 Action: แนะนำเข้าลงทุนทองคำผ่านกองทุน K-GOLD-A(A) ระยะการลงทุน > 6 เดือน ในลักษณะ Theme Play มองเป้าหมายราคาทองคำบริเวณ US$5,400/oz และมีจุด Stop loss บริเวณ US$4,000/oz ทั้งนี้ การเข้าหรือออกจาก position จะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและ sentiment ของตลาดในขณะนั้นร่วมด้วย

 

💰 Rationale: INVX แนะนำลงทุนทองคำจากปัจจัยสนับสนุน ดังนี้

 

 

Event: ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐานแบบ Double Bottom บริเวณ US$4,500/oz และดีดกลับเหนือ US$4,700/oz สะท้อน momentum ระยะสั้นที่ดีขึ้น ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้ม de-escalation หนุนราคาน้ำมันอ่อนตัว ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่ตลาดจะกลับมา price-in การลดดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งเป็นบวกต่อทองคำผ่าน real yield ที่ลดลงและดอลลาร์ที่อ่อนค่า

 

Fundamental: ทองคำยังได้แรงหนุนจาก Central Bank Demand, กระแส De-dollarization และธีม Debasement Trade ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ฐานะการคลังสหรัฐฯ และความผันผวนของระบบการเงินโลก ทำให้ทองคำยังมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่าและ portfolio hedge

 

Technical: ราคาทองคำฟื้นตัวจากแนวรับ US$4,400–4,500/oz และยังยืนเหนือ SMA 200 วัน สะท้อนโครงสร้างขาขึ้นระยะกลาง-ยาวยังไม่เสีย ขณะที่ MACD กลับขึ้นเหนือ Signal line เป็นสัญญาณบวกต่อ momentum ระยะสั้น หากยืนเหนือ US$4,850/oz ได้ จะเปิด upside ไปสู่เป้าหมาย US$5,400/oz

 

กองทุนแนะนำ: K-GOLD-A(A) ลงทุนผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Trust ซึ่งเน้นลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาทองคำในตลาดโลก และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือ ETF SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF)

[Theme play คือ กลยุทธ์ที่มองหาโอกาสการลงทุนจากปัจจัยพื้นฐาน การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง เทรนด์ และแนวโน้มการลงทุนใหม่ๆ ที่เป็นโอกาสการลงทุน]

 

Event

  • ราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณกลับตัว หลังสร้างฐานในลักษณะ Double Bottom บริเวณ 4,500 และสามารถดีดกลับเหนือระดับ 4,700 ได้ สะท้อน momentum ฟื้นตัวที่เริ่มแข็งแรงขึ้น และหนุนโอกาสการฟื้นตัวในระยะถัดไป

  • สถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย หลังอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอจากสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามและเริ่มเจรจาใหม่ ขณะที่สหรัฐฯ จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่ตลาดกลับมา price-in ในการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed มากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อทองคำผ่านช่องทาง real yield ที่ลดลง และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า

 

Fundamental

  • ทองคำยังได้รับแรงหนุนจาก Central Bank Demand และแนวโน้ม De-dollarization โดยธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีน อินเดีย และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ยังมีแนวโน้มกระจายทุนสำรองออกจากดอลลาร์ และเพิ่มบทบาทของทองคำใน reserve เพื่อรักษาเสถียรภาพของทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ฐานะการคลังของสหรัฐฯ และความผันผวนของระบบการเงินโลก
  • ความเสี่ยงด้านฐานะการคลังยังเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อทองคำ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เผชิญการขาดดุลการคลังและหนี้สาธารณะในระดับสูง ขณะที่หลายประเทศมีแนวโน้มเพิ่มรายจ่ายด้านกลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนแรงกดดันต่อเสถียรภาพการคลังในระยะยาว และสนับสนุนธีม debasement trade ทำให้ทองคำยังมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อรักษามูลค่า
  • ทองคำยังทำหน้าที่เป็น portfolio hedge ได้ดีในภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้านพร้อมกัน ทั้ง geopolitical risk, inflation risk, fiscal risk และ policy uncertainty ทำให้ทองคำยังเหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน

 

Technical

  • ราคาทองคำย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,400-4,500 ซึ่งเป็นแนวรับที่เส้นค่าเฉลี่ย SMA 150 วัน และสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ สะท้อนแรงซื้อกลับหลังผ่านช่วง correction

  • ราคาทองคำยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย SMA 200 วัน สะท้อนว่าโครงสร้างขาขึ้นระยะกลาง-ยาวยังไม่เสีย และการปรับฐานรอบล่าสุดยังอยู่ในลักษณะ pullback ใน uptrend จากที่ราคาปรับตัวขึ้นมาแรงมากกว่าการกลับตัวเป็นขาลง

  • MACD Indicator กลับมาเหนือเส้น Signal line นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า momentum ระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวก

     

สรุป แนะนำเข้าลงทุนทองคำผ่าน K-GOLD-A(A) ในลักษณะ Theme Play เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของราคาทองคำหลัง correction โดยมีแรงหนุนจาก Central Bank Demand ที่เดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่อง ขณะที่ภาพ technical เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 4,850 ได้ จะเปิด upside ไปสู่เป้าหมาย 5,400

 

กองทุนแนะนำ: K-GOLD-A(A) หรือ ETF SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF)

 

จาก Universe กองทุนทองคำทั้งหมดในไทยที่ลงทุนตรงแบบ Feeder Fund โดยคัดเลือกกองทุนที่ป้องกันอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน มี share class สะสมมูลค่า และลงทุนในกองทุนหลัก SPDR Gold Shares ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ เนื่องจากมีเวลาทำการที่สอดคล้องกับเวลาประเทศไทยจำนวน 8 กองทุน

 

Gold.png

Source: Fund Fact Sheet as of 31 March 2026

 

INVX พิจารณาคัดเลือก K-GOLD-A(A) เนื่องจากเป็นกองทุนทองคำที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม Front-end และ Back-end เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในระยะสั้น โดยกองทุนมีอัตราค่าใช้จ่ายรวม (TER) ต่ำที่ 1.00% ต่อปี (ทั้งนี้ผู้ลงทุนจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม Brokerage Fee เมื่อซื้อ ขาย และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ที่ 0.10% ของมูลค่าการซื้อ-ขาย)

 

สรุปจุดเด่นของกองทุนและกองทุนหลัก SPDR Gold Shares (GLD)

  1. กองทุน K-GOLD-A(A) เน้นลงทุนในทองคำผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Shares (GLD)
  2. GLD มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive Management โดยอ้างอิงราคาทองคำ
  3. GLD ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงเพื่อสร้างผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุนให้เคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับราคาทองคำ
  4. GLD ถือเป็นกองทุน ETF ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
  5. กองทุนหลัก GLD มีการจดทะเบียนซื้อขายในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเม็กซิโก
  6. GLD ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้น
  7. GLD มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าหากเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
  8. กองทุน K-GOLD-A(A) เป็นกองทุนทองคำประเภทที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
  9. กองทุน K-GOLD-A(A) เป็นหนึ่งในกองทุนทองคำที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม Front-end Fee และ Back-end Fee เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายในระยะสั้น ทั้งนี้กองทุนมีอัตราค่าใช้จ่ายรวมต่ำเพียง 1.00% ต่อปี
  10. ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กองทุน GLD สามารถสร้างผลตอบแทนได้ 39.11% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 Apr 2026)

 

กองทุนเปิดเค โกลด์-A [K-GOLD-A(A)] เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในทองคำผ่านกองทุนหลัก  SPDR® Gold Shares (GLD) ที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive Management ซึ่งอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลก (LBMA Gold Price)

 

กองทุนหลักมีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง ในปัจจุบันมีทองคำอยู่ในการครอบครองมากกว่า 1,000 ตัน ซึ่งสูงกว่าทองคำสำรองของประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรอีกด้วย

 

นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว กองทุน GLD มีทรัพย์สินรวมคิดเป็นมูลค่ากว่า 152,098 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นกองทุน ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง (Data as of 5 May 2026)

 

โดยกองทุนหลัก GLD ถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2004 และจดทะเบียนซื้อขายในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเม็กซิโก ทั้งนี้กองทุนหลัก GLD ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายมากขึ้น โดยมีข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงดังนี้

  • จดทะเบียนซื้อ-ขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์หลายประเทศ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ของสหรัฐฯ ซึ่งมีสภาพคล่องสูง
  • ค่าใช้จ่ายถูกกว่า เมื่อเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ และขนส่งทองคำแท่ง
  • มีความโปร่งใสสูง โดยนักลงทุนสามารถเข้าไปตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลักได้ทุกเมื่อที่ com
  • มีความยืดหยุ่นสูง และซื้อขายทั่วไปเหมือนหลักทรัพย์ในตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนทั่วไปมีสัดส่วนการลงทุนในทองคำได้ง่ายมากขึ้น

 

ทั้งนี้ กองทุน K-GOLD-A(A) ลงทุนในกองทุนหลัก SPDR® Gold Shares (GLD) แบบป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยให้ผลตอบแทนสะท้อนประสิทธิภาพของสินทรัพย์อ้างอิงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน

 

และกองทุน K-GOLD-A(A) เป็นกองทุนรวมทองคำที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) และค่าธรรมเนียมขาย (Back-end Fee) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายระยะสั้น โดยกองทุนมีค่าธรรมเนียมการจัดการเพียง 0.86% ต่อปี และมีอัตราค่าใช้จ่ายรวมที่ 1.00% ต่อปี

 

ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง

  • ผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน 39.11%
  • ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 31.98%
  • ผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 20.66%

Source: Morningstar as of 30 Apr 2026

 

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5