
Update : ดัชนี Hang Seng และ Hang Seng Tech ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงราว 1.8% และ 3.7% ในช่วงเช้า นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI
by INVX Investment Products & Strategy
5 มีนาคม 2026
สรุปสถานการณ์
ดัชนี Hang Seng ปรับขึ้น 1.84% มาที่ 25,787.49 จุด ขณะที่ดัชนี Hang Seng Tech Index พุ่งขึ้น 3.68% แตะระดับ 4,973.06 จุด ในช่วงเช้า (ทั้งนี้ในช่วง 14.20 น. ตามเวลาไทย ดัชนีทั้ง 2 ได้ชะลอตัวลงมาอยู่บริเวณ +1.66% และ 2.95% ตามลำดับ) โดยบรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อภาคเทคโนโลยีจีน-ฮ่องกงและธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกครั้งหลังราคาปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นการตอบรับนโยบายของรัฐที่เน้นสนับสนุน new quality productive force ที่สนับสนุนกลุ่ม AI, Semiconductors, เทคโนโลยีการผลิต ในขณะที่ฝั่งเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หุ้น JD.com, NetEase และ Xiaomi ปรับขึ้นประมาณ 6–9% ได้แรงหนุนจากความคาดหวังในการใช้งาน AI เชิงพาณิชย์มากขึ้น ในโฆษณา อีคอมเมิร์ซ โซเชียล และคอนเทนต์บันเทิง มากขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมโมเดลใหญ่ถูกมองว่าเริ่มเข้าสู่เฟส “ลงมือใช้จริง” มากกว่าการทดลอง
Implication
เรามองว่า การที่หุ้นเทคโนโลยีจีน-ฮ่องกง นำการฟื้นตัวของดัชนี Hang Seng และ Hang Seng Tech สะท้อนภาวะ “risk-on” กลับเข้ามาบางส่วนหลังจากที่เคยถูกขายหนักจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและประเด็นกำกับดูแลภาคเทคโนโลยีในช่วงก่อนหน้า พร้อมกับนโยบายของรัฐบาลที่ยังคงยืนยันที่จะสนับสนุนกลุ่ม AI, Semiconductors เทคโนโลยีการผลิต ช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน
แต่ในภาพใหญ่ เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลงเชิงโครงสร้าง และการกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2026 ที่ลดลงอยู่ในกรอบ 4.5–5% ยังมองเป็นความเสี่ยงโดยรวมที่อาจกดดันรายได้ของบริษัทจดทะเบียนจีนในอนาคต
นอกจากนี้ JD.com ที่ได้มีการเปิดเผยผลการดำเนินงานขาดทุนครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี สะท้อนกำลังซื้อจีนยังอ่อนแอ อีกทั้งการแข่งขันรุนแรงจาก Alibaba และ PDD รวมถึงการทุ่มงบอุดหนุนในธุรกิจ food delivery กดดันกำไรบริษัท โดย JD.com ส่งสัญญาณว่าการแข่งขันมีความเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น และคาดว่าบริษัทจะมีการขาดทุนใน Food Delivery น้อยลงในปีนี้ แต่ด้วยกำลังซื้อและการแข่งขันที่รุนแรงยังคงส่งผลให้กลุ่ม E-commerce จีนยังมีความเสี่ยงต่อกำไรในระยะสั้น
อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลสามารถเข้ามาดูแลการแข่งขันให้มีความเป็นธรรมมากขึ้นตามนโยบาย Anti-Involution หรือบริษัทเริ่มลดการแข่งขันลง และส่งผลให้อัตรากำไรของบริษัทเริ่มขยายตัวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้การฟื้นตัวของหุ้นจีน-ฮ่องกงได้ จึงแนะนำนักลงทุนติดตามในประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด
ในขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ new quality productive force มีโอกาสที่จะ outperform ดัชนีโดยรวมเนื่องจากเป็นกลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากนโยบาย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามการดำนโยบายของรัฐบาลในระยะถัดไป
มุมมองการลงทุน
เรายังคงไม่เร่งเข้าไปลงทุนในหุ้นจีน-ฮ่องกงในภาพรวม จากเศรษฐกิจในภาพรวมที่ยังคงชะลอตัว การแข่งขันของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในระดับสูง และยังคงมีโอกาสกดดันอัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียนอยู่ โดยปัจจัยหลักที่ต้องติดตามคือการดำเนินนโยบาย Anti-involution ของรัฐบาล และท่าทีของบริษัทจดทะเบียนเกี่ยวกับการลดระดับการแข่งขัน หากทำสำเร็จจะช่วยขยายอัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียนได้ นอกจากนี้ยังต้องติดตามการใช้นโยบายในการสนับสนุน new quality productive force ซึ่งอาจส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องมีโอกาส Outperform หุ้นกลุ่มอื่นๆได้ในระยะถัดไป