Special Report - Global Strategy

สหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ดัน Bond Yield ลดลง พร้อมสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง

20 Aug 26 7:36 AM
INVX_CAFE_Special Report - Global Strategy_Cover-1
สรุปสาระสำคัญ

สหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ัน Bond Yield ลดลง พร้อมสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง

 

by INVX Investment Strategy & Research

วันที่ 20 สิงหาคม 2026

 

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ประกาศเพิ่มขนาดสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในตลาดรอง ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจาก Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง และสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง โดย INVX แนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงผ่านกองทุน A-GRID และ MEGA10CYBER-A ในขณะที่ตราสารหนี้ยังคงเน้นกองทุนที่มี Duration สั้น-กลางระหว่าง 3-7 ปี

 

สรุปสถานการณ์

 

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ประกาศเพิ่มขนาดสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในตลาดรอง (liquidity-support buyback) สำหรับพันธบัตรคูปองอายุยาว จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบ หรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า ครอบคลุมช่วงอายุ 10–20 ปี และ 20–30 ปี โดยมาตรการจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนถึง 4 พฤศจิกายน 2569

 

วัตถุประสงค์หลักคือเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดพันธบัตรระยะยาว โดยเฉพาะตราสารรุ่นเก่าที่ซื้อขายในตลาดรอง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีเพิ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ในวันก่อนหน้า มาตรการนี้ไม่ใช่การลดหนี้สาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงขนาดการประมูลพันธบัตรใหม่สุทธิ แต่เป็นการสลับโครงสร้างตราสารคงค้างและสนับสนุนการทำงานของตลาดรอง

 

ปฏิกิริยาตลาดเป็นบวกในระยะสั้น: หลังข่าวออกมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงราว 6 bps สู่ 4.647% ขณะที่อายุ 30 ปีลดลงราว 9 bps สู่ 5.196% และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น สะท้อนว่าตลาดลดความกังวลต่อแรงขายในตลาดตราสารหนี้ระยะยาวชั่วคราว

Implication

 

INVX มองว่า มาตรการนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสภาพคล่องและ sentiment ของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ในระยะสั้นเป็นอย่างน้อย เพราะกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้ซื้อในช่วงอายุที่มีความอ่อนไหวต่อ term premium สูงที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะตลาดไร้สภาพคล่อง ลดแรงกดดันจากสถานะ short พันธบัตรระยะยาว และอาจดึงนักลงทุนบางส่วนกลับเข้าซื้อหลังอัตราผลตอบแทนปรับขึ้นแรง

 

แม้ขนาดการซื้อคืนที่อย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบยังเล็กเมื่อเทียบกับภาระการออกพันธบัตรสุทธิและขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลาง แต่ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐฯมีความต้องการในการรักษาเสถียรภาพของ Bond Yield พันธบัตรระยะยาว ซึ่งช่วยกดดัน Bond Yield ให้มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงทองคำ และ Cryptocurrency  แต่ความยั่งยืนของการลดลงของ yield จะขึ้นกับข้อมูลเงินเฟ้อ นโยบาย Fed การประมูลพันธบัตร และความต้องการลงทุนในตราสารระยะยาวเป็นสำคัญ

 

คำแนะนำการลงทุน

 

INVX ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวมีแนวโน้มช่วยคลายความกังวลต่อ Bond Yield ของพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก Term Premium ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เป็นบวกต่อการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว และสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตามยังไม่ควรตีความว่าความเสี่ยงด้านพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ หมดไปเนื่องจาก Bond Yield ของพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาว ยังมีแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่หนุนให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น อาทิ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง, การขาดดุลการคลังของสหรัฐฯ ที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

 

อย่างไรก็ตามในระยะสั้นนี้ นักลงทุนอาจพิจารณาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ กองทุน A-GRID ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ที่ยังเป็นคอขวดสำหรับของ AI และมีโอกาสได้รับประโยชน์จาก Bond Yield ที่ลดลง ที่ช่วยลดต้นทุนทางการเงินซึ่งมีแนวโน้มจะสนับสนุนโครงการการลงทุนต่างๆ ในอนาคต กองทุน MEGA10CYBER-A ซึ่งลงทุนในหุ้นกลุ่ม Software ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ได้รับประโยชน์จาก Bond Yield ที่อ่อนตัวลง หนุนระดับ Valuation ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

 

ในด้านตราสารหนี้ INVX ยังคงแนะนำตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง โดยมีอายุที่ 3-7 ปี ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจาก Bond Yield ที่ปรับตัวลดลงดังที่กล่าวมา โดยเหตุผลที่ยังไม่เร่งให้นักลงทุนเพิ่มอายุตราสารที่ลงทุน (Duration) เนื่องจากนโยบายดังกล่าวอาจช่วยผ่อนคลายได้เพียงในระยะสั้นและอาจนำมาซึ่งความผันผวนของ Bond Yield ระยะยาวในลำดับถัดไป

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5