Offshore Stock Update

สรุปพัฒนาการกลุ่มยา GLP-1 ในงาน ADA 2026

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|9 Jun 26 10:21 AM
Screenshot 2026-06-09 101840
สรุปสาระสำคัญ

สรุป ADA Conference 2026: ตลาดปรับลดความสำคัญของตัวเลขการลดน้ำหนักลง โดยหันไปเน้น ความปลอดภัยและความทนทานต่อยา มากขึ้น ส่งผลให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ Eli Lilly (LLY) มากที่สุดและหุ้นปรับตัวขึ้นจากยา Retatrutide ที่ลดน้ำหนักได้สูงถึง 30% ควบคู่กับความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่ Novo Nordisk เผชิญแรงขายจากการต่อยอดนวัตกรรมเดิม และ Zealand Pharma หุ้นดิ่งลงกว่า 23% จากผลข้างเคียงรุนแรงเรื่องการอาเจียน

การประชุมสามัญประจำปีของสมาคมโรคเบาหวานแห่งอเมริกา (ADA Conference 2026) ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ เป็นเวทีสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลทางคลินิกระลอกใหม่ของกลุ่มยารักษาโรคอ้วนและโรคเบาหวาน โดยสามารถสรุปรายละเอียดความคืบหน้าแบ่งตามรายบริษัทได้ดังนี้

 

ความคืบหน้าและข้อมูลทางคลินิกแยกรายบริษัท

 

1. Eli Lilly & Co. 

 

  • Retatrutide (ยาฉีดรุ่นใหม่): ผลการทดสอบทางคลินิกเฟส 3 ของยาฉีดกระตุ้นฮอร์โมน 3 กลไก (Triple Agonist) โดยผู้ป่วยที่ได้รับยาในขนาดสูงสุดสามารถลดน้ำหนักตัวลงได้เฉลี่ยถึงร้อยละ 30 ภายในระยะเวลา 104 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในปัจจุบันและเทียบเท่ากับผลลัพธ์จากการผ่าตัดกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ยาดังกล่าวยังแสดงคุณสมบัติเด่นในการบรรเทาโรคร่วม เช่น ลดภาวะหยุดหายใจขณะหลับลงเฉลี่ย 61% และลดอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีแผนยื่นขออนุมัติในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
  • Foundayo (ยาทาน): เปิดเผยผลการทดลองเพิ่มเติมจากโครงการทดสอบเฟส 3 (ATTAIN-1 และ ATTAIN-2) พบว่ายาเม็ดชนิดรับประทานดังกล่าวสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพในกลุ่มผู้หญิงทุกช่วงวัยของภาวะหมดประจำเดือน

 

2. Novo Nordisk 

 

  • Wegovy Pill: มียอดสั่งจ่ายยาในสหรัฐฯ เกินกว่า 3 ล้านครั้งภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนเศษหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
  • CagriSema และ Zenagamtide (ยาทดลองใหม่): ผลการทดสอบเฟส 3 ของยาฉีดผสมกลไกคู่ CagriSema ซึ่งบรรลุเป้าหมายหลักในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดน้ำหนักสำหรับผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 รวมถึงเปิดเผยข้อมูลเฟส 2 ของยาทดลองใหม่อย่าง Zenagamtide (Amycretin) ที่สามารถลดน้ำหนักได้สูงสุด  14.6% ที่ระยะเวลา 36 สัปดาห์ และเตรียมเข้าสู่เฟส 3 ในครึ่งหลังของปีนี้
  • กลยุทธ์ก้าวสู่วงการสุขภาพองค์รวม: เนื่องจากนวัตกรรมส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นเพียงการพัฒนาเชิงต่อยอดจากฐานเดิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mike Doustdar จึงได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ โดยผลักดันให้ทีมนักวิทยาศาสตร์มองข้ามเพียงเรื่องการลดน้ำหนัก และมุ่งเป้าไปสู่การศึกษาวิจัยเพื่อการชะลอวัย และเวชศาสตร์ความงาม หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าสาร Semaglutide มีส่วนช่วยปกป้องอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจและไต โดยเป็นคุณประโยชน์เชิงชีวภาพที่เกิดขึ้นก่อนที่น้ำหนักตัวของผู้ป่วยจะลดลง

 

3. Zealand Pharma 

 

  • Survodutide: เผยผลการทดสอบเฟส 3 แม้ตัวยาจะแสดงจุดเด่นในการลดไขมันในช่องท้องได้ถึง 34% และลดไขมันในตับได้สูงถึง 63.1% โดยสูญเสียมวลกล้ามเนื้อน้อยมาก แต่กลับมีข้อบกพร่องร้ายแรงในเรื่องความทนทานต่อยาของระบบทางเดินอาหาร โดยพบอัตราผู้ป่วยมีอาการอาเจียนสูงกว่า 40% และมีอัตราการเลิกใช้ยาเนื่องจากทนผลข้างเคียงไม่ไหวสูงถึง 24-25% ส่งผลให้โอกาสที่ยาตัวนี้จะถูกนำไปใช้ในตลาดมวลชนสำหรับการลดน้ำหนักทั่วไปลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคตับอักเสบหรือตับแข็งเท่านั้น

 

4. Pfizer 

 

  • Berobenatide: ชูจุดขายด้วยสูตรยาฉีดเพียงเดือนละ 1 ครั้ง จากข้อมูลการทดสอบเฟส 2 สามารถลดน้ำหนักได้ 12.3% ในเวลา 28 สัปดาห์ โดยพบอัตราการเลิกใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงต่ำกว่า 10% ซึ่งบริษัทกำลังนำข้อมูลนี้ไปปรับใช้ในการทดสอบเฟส 3 ด้วยขนาดเคมีที่สูงขึ้นเพื่อเป้าหมายประสิทธิภาพที่ 20% โดย Pfizer ตั้งเป้าที่จะได้รับการอนุมัติภายในปี 2028

 

5. AstraZeneca 

 

  • Elecoglipron: ยาเม็ดรับประทานที่ได้รับสิทธิ์มาจากบริษัท Eccogene ของจีน เผยผลการทดสอบเฟส 2 สามารถช่วยลดน้ำหนักได้สูงสุด 11.8% ที่ 36 สัปดาห์ แม้ตัวเลขจะน้อยกว่าคู่แข่งรายอื่น แต่มีจุดเด่นสำคัญคือมีอัตราการเลิกใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงต่ำเพียง 5% (เทียบกับยาทานของ Eli Lilly ที่สูงถึงร้อยละ 17) โดยมีกลยุทธ์นำไปผสมร่วมกับยารักษาโรคหัวใจและไตที่มีอยู่ เช่น Farxiga เพื่อรักษาโรคร่วมและเน้นตั้งราคาที่แข่งขันได้ในตลาดเกิดใหม่

 

6. Hengrui 

 

  • HRS9531 และ HRS-7535: ยาฉีดรายสัปดาห์กลไกผสม (GLP-1/GIP) อย่าง HRS9531 ในการทดสอบเฟส 3 แสดงผลการลดน้ำหนักสูงถึง 16.3% ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาในตลาดสากลและคาดว่าจะได้รับการอนุมัติในประเทศจีนในปีหน้า ส่วนยาเม็ดรับประทานรุ่นใหม่อย่าง HRS-7535 กำลังอยู่ระหว่างรอเปิดเผยผลการทดสอบในครึ่งหลังของปีนี้ 

 

ตารางสรุปเปรียบเทียบข้อมูลทางคลินิกและกลยุทธ์ของยาลดน้ำหนักจากรายชื่อบริษัทต่าง ๆ ในการประชุม ADA 2026

 

ชื่อบริษัท

ชื่อตัวยา

กลไกการทำงาน

รูปแบบการใช้

ประสิทธิภาพทางคลินิก

ข้อจำกัด

และผลข้างเคียง

สถานะ และ เป้าหมายเชิงกลยุทธ์

Eli Lilly

Retatrutide

Triple Agonist (GLP-1/GIP/Glucagon)

ยาฉีด (รายสัปดาห์)

ลดน้ำหนักได้สูงสุด  30% และลดอาการหยุดหายใจขณะหลับ  61% และลดอาการปวดข้อเข่าเสื่อม

มีผลข้างเคียงต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มยาพลาซีโบ

เตรียมยื่นขออนุมัติในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 / มุ่งเป็นสินค้าที่ดีที่สุดในกลุ่ม 

Eli Lilly

Foundayo

Oral GLP-1

ยาทาน (รายวัน)

ลดน้ำหนักได้สูงในกลุ่มผู้หญิงทุกช่วงวัยของภาวะหมดประจำเดือน

มีอัตราการเลิกใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหารสูงถึง 17%

ขยายฐานผู้ใช้ไปสู่ตลาดมวลชนและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

Novo Nordisk

Wegovy Pill

GLP-1 Receptor Agonist

ยาทาน (รายวัน)

มียอดสั่งจ่ายยาในสหรัฐฯ เกิน 3 ล้านครั้ง ภายในเวลา 5 เดือนเศษ

ตลาดมองว่าเป็นนวัตกรรมเชิงต่อยอด ไม่ใช่ยาตัวใหม่

เน้นรักษาฐานที่มั่นและขยายขอบเขตสู่เวชศาสตร์ชะลอวัย และความงาม

Novo Nordisk

CagriSema

Amylin analog + GLP-1

ยาฉีด (รายสัปดาห์)

บรรลุเป้าหมายเฟส 3 ในการควบคุมน้ำตาล (HbA1c) และลดน้ำหนักในผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2

ต้องรอผลการทดสอบความปลอดภัยด้านหัวใจในปลายปี 2027

มุ่งเน้นกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะโรคอ้วนร่วม

Novo Nordisk

Zenagamtide (Amycretin)

Amylin + GLP-1

ยาฉีด (รายสัปดาห์)

ลดน้ำหนักได้สูงสุด14.6% 

อยู่ระหว่างรอการพิสูจน์ความปลอดภัยในวงกว้าง

เตรียมเข้าสู่การทดสอบเฟส 3 ในครึ่งหลังของปี 2026

Zealand Pharma / Boehringer

Survodutide

GLP-1/Glucagon

ยาฉีด (รายสัปดาห์)

ลดไขมันในช่องท้อง 34% และลดไขมันในตับสูงถึง 63.1% โดยไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

 พบอัตราการอาเจียนสูงกว่า 40% และคนไข้ถอนตัว 24%-25%

อาจถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคตับอักเสบ/ตับแข็ง  แทนตลาดลดน้ำหนักทั่วไป

Pfizer

Berobenatide

GLP-1 Receptor Agonist

ยาฉีด (รายเดือน)

ลดน้ำหนัก 12.3%  คาดการณ์โดสสูงในเฟส 3 อาจถึงร้อยละ 20

มีอัตราการเลิกใช้ยาต่ำกว่า 10% แม้จะพบอาการอาเจียนช่วงแรกที่ 17.9%

ชูจุดขายความสะดวกฉีดเดือนละครั้ง ตั้งเป้าอนุมัติปี 2028

AstraZeneca

Elecoglipron

Oral GLP-1

ยาทาน (รายวัน)

ลดน้ำหนักได้ 11.8% ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งรายอื่น

โดดเด่นด้านความปลอดภัย: มีอัตราการเลิกใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงต่ำเพียง 5%

เน้นการใช้ร่วมกับยาโรคหัวใจและไต เช่น Farxiga และเน้นทำราคาเข้าถึงง่ายในตลาดเกิดใหม่

Hengrui

HRS9531

GLP-1/GIP

ยาฉีด (รายสัปดาห์)

ลดน้ำหนักได้ 16.3%  ประสิทธิภาพเทียบเท่า Zepbound

ไม่มีประเด็นความปลอดภัยร้ายแรง แต่เผชิญแรงกดดันด้านราคาในตลาดจีน

คาดว่าจะได้รับการอนุมัติในประเทศจีนปีหน้า (ขยายตลาดสากลผ่านพันธมิตร Kailera)

 

ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นหลังการประชุม

 

Eli Lilly (LLY) ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2.4% - 3.7% ขณะที่ Novo Nordisk (NOVOB) ปรับตัวลดลง 3.5% และ Zealand Pharma (ZEAL) ดิ่งลงอย่างรุนแรงถึง 22% - 23% ภายในวันเดียว

 

มุมมองของ INVX

 

จากปฏิกิริยาของตลาดหุ้นบ่งชี้ว่าตลาดเริ่มเปลี่ยนการให้น้ำหนักความสำคัญจากการพิจารณาเพียงตัวเลขเปอร์เซ็นต์การลดน้ำหนักสูงสุด ไปสู่แนวโน้มการรักษาที่จำเพาะเจาะจงและเป็นมิตรต่อผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่ง Eli Lilly ปรับตัวขึ้น ขณะที่ Novo Nordisk และ Zealand Pharma ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง (ราว 3% และ 23% ตามลำดับ)


โดยเรายังมองบวกต่อผู้นำตลาดอย่าง LLY มากที่สุด เนื่องจากความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทานขั้นสูงและมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างของกลไกยาหลากหลายมิติส่งผลให้มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันระยะยาว

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5