
สรุป ADA Conference 2026: ตลาดปรับลดความสำคัญของตัวเลขการลดน้ำหนักลง โดยหันไปเน้น ความปลอดภัยและความทนทานต่อยา มากขึ้น ส่งผลให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ Eli Lilly (LLY) มากที่สุดและหุ้นปรับตัวขึ้นจากยา Retatrutide ที่ลดน้ำหนักได้สูงถึง 30% ควบคู่กับความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่ Novo Nordisk เผชิญแรงขายจากการต่อยอดนวัตกรรมเดิม และ Zealand Pharma หุ้นดิ่งลงกว่า 23% จากผลข้างเคียงรุนแรงเรื่องการอาเจียน
การประชุมสามัญประจำปีของสมาคมโรคเบาหวานแห่งอเมริกา (ADA Conference 2026) ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ เป็นเวทีสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลทางคลินิกระลอกใหม่ของกลุ่มยารักษาโรคอ้วนและโรคเบาหวาน โดยสามารถสรุปรายละเอียดความคืบหน้าแบ่งตามรายบริษัทได้ดังนี้
ความคืบหน้าและข้อมูลทางคลินิกแยกรายบริษัท
1. Eli Lilly & Co.
2. Novo Nordisk
3. Zealand Pharma
4. Pfizer
5. AstraZeneca
6. Hengrui
ตารางสรุปเปรียบเทียบข้อมูลทางคลินิกและกลยุทธ์ของยาลดน้ำหนักจากรายชื่อบริษัทต่าง ๆ ในการประชุม ADA 2026
|
ชื่อบริษัท |
ชื่อตัวยา |
กลไกการทำงาน |
รูปแบบการใช้ |
ประสิทธิภาพทางคลินิก |
ข้อจำกัด และผลข้างเคียง |
สถานะ และ เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ |
|
Eli Lilly |
Retatrutide |
Triple Agonist (GLP-1/GIP/Glucagon) |
ยาฉีด (รายสัปดาห์) |
ลดน้ำหนักได้สูงสุด 30% และลดอาการหยุดหายใจขณะหลับ 61% และลดอาการปวดข้อเข่าเสื่อม |
มีผลข้างเคียงต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มยาพลาซีโบ |
เตรียมยื่นขออนุมัติในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 / มุ่งเป็นสินค้าที่ดีที่สุดในกลุ่ม |
|
Eli Lilly |
Foundayo |
Oral GLP-1 |
ยาทาน (รายวัน) |
ลดน้ำหนักได้สูงในกลุ่มผู้หญิงทุกช่วงวัยของภาวะหมดประจำเดือน |
มีอัตราการเลิกใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหารสูงถึง 17% |
ขยายฐานผู้ใช้ไปสู่ตลาดมวลชนและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ |
|
Novo Nordisk |
Wegovy Pill |
GLP-1 Receptor Agonist |
ยาทาน (รายวัน) |
มียอดสั่งจ่ายยาในสหรัฐฯ เกิน 3 ล้านครั้ง ภายในเวลา 5 เดือนเศษ |
ตลาดมองว่าเป็นนวัตกรรมเชิงต่อยอด ไม่ใช่ยาตัวใหม่ |
เน้นรักษาฐานที่มั่นและขยายขอบเขตสู่เวชศาสตร์ชะลอวัย และความงาม |
|
Novo Nordisk |
CagriSema |
Amylin analog + GLP-1 |
ยาฉีด (รายสัปดาห์) |
บรรลุเป้าหมายเฟส 3 ในการควบคุมน้ำตาล (HbA1c) และลดน้ำหนักในผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 |
ต้องรอผลการทดสอบความปลอดภัยด้านหัวใจในปลายปี 2027 |
มุ่งเน้นกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะโรคอ้วนร่วม |
|
Novo Nordisk |
Zenagamtide (Amycretin) |
Amylin + GLP-1 |
ยาฉีด (รายสัปดาห์) |
ลดน้ำหนักได้สูงสุด14.6% |
อยู่ระหว่างรอการพิสูจน์ความปลอดภัยในวงกว้าง |
เตรียมเข้าสู่การทดสอบเฟส 3 ในครึ่งหลังของปี 2026 |
|
Zealand Pharma / Boehringer |
Survodutide |
GLP-1/Glucagon |
ยาฉีด (รายสัปดาห์) |
ลดไขมันในช่องท้อง 34% และลดไขมันในตับสูงถึง 63.1% โดยไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ |
พบอัตราการอาเจียนสูงกว่า 40% และคนไข้ถอนตัว 24%-25% |
อาจถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคตับอักเสบ/ตับแข็ง แทนตลาดลดน้ำหนักทั่วไป |
|
Pfizer |
Berobenatide |
GLP-1 Receptor Agonist |
ยาฉีด (รายเดือน) |
ลดน้ำหนัก 12.3% คาดการณ์โดสสูงในเฟส 3 อาจถึงร้อยละ 20 |
มีอัตราการเลิกใช้ยาต่ำกว่า 10% แม้จะพบอาการอาเจียนช่วงแรกที่ 17.9% |
ชูจุดขายความสะดวกฉีดเดือนละครั้ง ตั้งเป้าอนุมัติปี 2028 |
|
AstraZeneca |
Elecoglipron |
Oral GLP-1 |
ยาทาน (รายวัน) |
ลดน้ำหนักได้ 11.8% ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งรายอื่น |
โดดเด่นด้านความปลอดภัย: มีอัตราการเลิกใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงต่ำเพียง 5% |
เน้นการใช้ร่วมกับยาโรคหัวใจและไต เช่น Farxiga และเน้นทำราคาเข้าถึงง่ายในตลาดเกิดใหม่ |
|
Hengrui |
HRS9531 |
GLP-1/GIP |
ยาฉีด (รายสัปดาห์) |
ลดน้ำหนักได้ 16.3% ประสิทธิภาพเทียบเท่า Zepbound |
ไม่มีประเด็นความปลอดภัยร้ายแรง แต่เผชิญแรงกดดันด้านราคาในตลาดจีน |
คาดว่าจะได้รับการอนุมัติในประเทศจีนปีหน้า (ขยายตลาดสากลผ่านพันธมิตร Kailera) |
ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นหลังการประชุม
Eli Lilly (LLY) ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2.4% - 3.7% ขณะที่ Novo Nordisk (NOVOB) ปรับตัวลดลง 3.5% และ Zealand Pharma (ZEAL) ดิ่งลงอย่างรุนแรงถึง 22% - 23% ภายในวันเดียว
มุมมองของ INVX
จากปฏิกิริยาของตลาดหุ้นบ่งชี้ว่าตลาดเริ่มเปลี่ยนการให้น้ำหนักความสำคัญจากการพิจารณาเพียงตัวเลขเปอร์เซ็นต์การลดน้ำหนักสูงสุด ไปสู่แนวโน้มการรักษาที่จำเพาะเจาะจงและเป็นมิตรต่อผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่ง Eli Lilly ปรับตัวขึ้น ขณะที่ Novo Nordisk และ Zealand Pharma ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง (ราว 3% และ 23% ตามลำดับ)
โดยเรายังมองบวกต่อผู้นำตลาดอย่าง LLY มากที่สุด เนื่องจากความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทานขั้นสูงและมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างของกลไกยาหลากหลายมิติส่งผลให้มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันระยะยาว