
รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงความกังวลว่าระบบผลิตชิปขั้นสูง (EUV) หรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องของ ASML อาจหลุดรอดไปยังประเทศจีน ซึ่งทาง ASML ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดพร้อมยืนยันว่ามีระบบควบคุมที่เข้มงวดและไม่มีเครื่องจักรดังกล่าวในจีน ทั้งนี้ INVX ประเมินว่าประเด็นนี้จะกระทบต่อยอดขายระยะสั้นของ ASML เพียงเล็กน้อยเนื่องจากบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายอย่างครบถ้วน แต่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือร่างกฎหมายร่วมของสภาคองเกรสสหรัฐฯ (Bipartisan bill) ที่อาจถูกบังคับใช้ในอนาคต ซึ่งจะยกระดับการควบคุมการส่งออกไปยังจีนให้เข้มงวดขึ้น รวมถึงการห้ามส่งออกเครื่องจักร DUV รุ่นเก่าบางประเภท และอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ของ ASML ในตลาดจีนซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงราว 20% ของรายได้รวมในปี 2026
ข้อสงสัยจากรัฐบาลสหรัฐฯ
นาย Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ASML เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงอย่างระบบ Extreme Ultraviolet (EUV) อาจหลุดรอดเข้าไปยังประเทศจีน ซึ่งหากเป็นความจริงจะถือเป็นการละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกที่นำโดยสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากเครื่องจักรชนิดนี้เป็นกุญแจสำคัญในการผลิตชิปประมวลผลขั้นสูง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ยังระบุว่า พบการส่งออกอุปกรณ์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งระบบ EUV และส่วนประกอบอื่น ๆ ไปยังจีน รวมถึงมีการให้ความช่วยเหลือทางเทคโนโลยีแก่บริษัท SwaySure Technology ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Huawei ที่ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ
การชี้แจงและปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝั่ง ASML
ทาง ASML ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง โดยโฆษกของบริษัทยืนยันว่าไม่เคยมีการส่งมอบเครื่องจักรระบบ EUV หรือชิ้นส่วนใด ๆ ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเครื่องจักรประเภทนี้ให้แก่ประเทศจีนเลย พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดทำเอกสารชี้แจงในวอชิงตันว่า ปัจจุบันมีเครื่องจักร EUV ใช้งานอยู่ทั่วโลก 314 เครื่อง และถูกปลดระวางแล้ว 26 เครื่อง ซึ่งไม่มีเครื่องใดอยู่ในประเทศจีน ทั้งนี้ ASML อธิบายว่าเครื่องจักรดังกล่าวมีขนาดใหญ่เท่ารถโรงเรียนและผลิตในจำนวนจำกัด อีกทั้งบริษัทยังมีระบบตรวจจับอัตโนมัติหากเกิดความผิดปกติหรือขาดการเชื่อมต่อ ทำให้ลูกค้าไม่สามารถถอดถอน ขนย้าย หรือเปลี่ยนสถานที่ติดตั้งได้เองโดยไม่มีส่วนร่วมจากทีมงานของ ASML
ท่าทีของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
มุมมองของ INVX
เราประเมินว่า ข้อกังวลล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะส่งผลกระทบต่อยอดขายของ ASML เพียงเล็กน้อย เนื่องจากที่ผ่านมา ASML ได้ปฏิบัติตามมาตรการจำกัดการส่งออกอย่างครบถ้วน และไม่เคยส่งมอบระบบ EUV ให้แก่ประเทศจีนเลย อีกทั้งในความเป็นจริง การที่จีนจะนำเครื่องจักรดังกล่าวไปใช้ผลิตชิปขั้นสูงได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่มีความซับซ้อนสูงจากบริษัทต่างชาติรายอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งบริษัทเหล่านั้นต่างก็เผชิญข้อจำกัดในการส่งออกของสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ปัจจุบันจีนมีความสามารถเพิ่มขึ้นในการผลิตชิปที่ก้าวหน้าขึ้นโดยการใช้เพียงเครื่องมือรุ่นเก่าเท่านั้น ข้อกังวลของสหรัฐฯ ในครั้งนี้จึงอาจเป็นผลสะท้อนมาจากความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและการพัฒนาภายในของจีนเอง มากกว่าที่จะเกิดจากความบกพร่องหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎควบคุมการส่งออกของ ASML ตราบใดที่บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามกรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง แรงกดดันนี้จึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตัวเลขยอดขายจริงในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากฝั่งสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่กำลังเร่งผลักดันร่างกฎหมายร่วมกันของทั้งสองพรรค (Bipartisan bill) ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อบริษัทอย่างรุนแรงในอนาคต เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลเนเธอร์แลนด์จะแสดงท่าทีคัดค้านและอาจมีการเจรจาต่อรองทางการค้าเพื่อลดกระแสกดดันลงบ้างก็ตาม แต่หากร่างกฎหมายนี้ถูกบังคับใช้จริง จะเป็นการปิดช่องว่างทางการค้าที่ ASML เคยได้เปรียบเหนือผู้ผลิตชิปสหรัฐฯ โดยบีบให้บริษัทต้องเผชิญข้อจำกัดการค้ากับจีนในระดับที่เข้มงวดเท่าเทียมกัน ซึ่งรวมถึงการสั่งห้ามส่งออกเครื่องจักรระบบ DUV ประเภท Immersion ทั้งหมดไปยังประเทศจีน มาตรการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการสูญเสียรายได้ในตลาดจีนส่วนนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 20% ของรายได้รวมทั้งหมดในปี 2026