สรุปสาระสำคัญ
ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าจีนเดือนกรกฎาคมยังเติบโต แต่ผลประกอบการแตกต่างกันชัดเจน โดย Leapmotor เด่นที่สุดจากยอดขายสูงสุดใหม่ ขณะที่ BYD และ Geely ได้แรงหนุนจากตลาดต่างประเทศ ส่วน XPeng มีคำสั่งซื้อสูงแต่ยังติดข้อจำกัดด้านการผลิต ด้าน NIO, Li Auto และ Xiaomi ยังเผชิญแรงกดดันจากคำสั่งซื้อที่ชะลอ ปัญหาชิ้นส่วน หรือการเปิดตัวรถใหม่ล่าช้า
1. ภาพรวมยอดส่งมอบยังเติบโต แต่ความแข็งแกร่งแตกต่างกันชัดเจน
- ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนในเดือนกรกฎาคม 2026 ยังขยายตัว โดยผู้ผลิตที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดคือ Leapmotor ซึ่งมียอดขายส่ง 101,267 คัน เพิ่มขึ้น 144% YoY และ 8% MoM ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ BYD ขายได้ 419,211 คัน เพิ่มขึ้น 22% YoY และ 4% MoM ส่วน Geely ขายได้ 250,161 คัน เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 4% MoM
- ในกลุ่มผู้ผลิตรายใหม่ XPeng ส่งมอบ 38,027 คัน เพิ่มขึ้น 4% YoY แต่ลดลง 5% MoM, NIO ส่งมอบ 35,934 คัน เพิ่มขึ้น 71% YoY แต่ลดลง 11% MoM, Li Auto ส่งมอบ 30,468 คัน ลดลงเล็กน้อยทั้ง YoY และ MoM ส่วน Xiaomi ส่งมอบมากกว่า 30,000 คันเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
ตารางการเติบโตของยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าจีน เดือน ก.ค. 2026
| บริษัท |
ยอดส่งมอบ/ยอดขาย (คัน) |
เติบโต YoY |
เติบโต MoM |
ภาพรวม |
| BYD |
419,211 |
+22% |
+4% |
ได้แรงหนุนจากยอดขายต่างประเทศที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้ตลาดจีนยังอ่อนแอ |
| Geely |
250,161 |
+5% |
+4% |
ยอดขายต่างประเทศแข็งแกร่ง ช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่ลดลง |
| Leapmotor |
101,267 |
+144% |
+8% |
เด่นที่สุดในกลุ่ม จากการเพิ่มยอดส่งมอบรถรุ่นใหม่และยอดขายในประเทศ |
| XPeng |
38,027 |
+4% |
-5% |
ความต้องการ Mona L03 สูง แต่ยอดส่งมอบถูกจำกัดจากปัญหากำลังผลิต |
| NIO |
35,934 |
+71% |
-11% |
โตสูงจากฐานปีก่อน แต่ยอดส่งมอบลดลงจากเดือนก่อนในทุกแบรนด์ |
| Li Auto |
30,468 |
-1% |
-1% |
ต่ำกว่าคาดจากปัญหาชิ้นส่วนและรถรุ่นใหม่ที่แย่งยอดขายกันเอง |
| Xiaomi |
มากกว่า 30,000 |
ไม่เปิดเผยชัดเจน |
ไม่เปิดเผยชัดเจน |
ส่งมอบเกิน 30,000 คันเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แต่คำสั่งซื้อใหม่ทรงตัว |
2. Leapmotor เด่นที่สุดจากการเพิ่มรุ่นรถและยอดขายในประเทศ
- Leapmotor ทำผลงานดีกว่าตลาดคาด จากการเพิ่มกำลังส่งมอบรถรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ B01, B10, D19 และ D99 รวมถึงการเตรียมรถ A05 ก่อนเปิดตัวในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 125% YoY และ 15% MoM สู่ประมาณ 83,000 คัน
- คำสั่งซื้อใหม่ในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นประมาณ 14% MoM สู่ 68,000 คัน แม้บริษัทลดเงินสนับสนุนการซื้อรถบางรุ่น สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้อาศัยการลดราคาเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ปริมาณขายที่สูงขึ้นช่วยกระจายต้นทุนคงที่ ทำให้คาดว่าบริษัทจะกลับมามีกำไรสุทธิประมาณ 1 พันล้านหยวนใน 2Q26 จากที่ขาดทุนในไตรมาสก่อน
3. BYD และ Geely ใช้ตลาดต่างประเทศชดเชยการแข่งขันในจีน
- BYD มียอดขายในต่างประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 179,841 คัน เพิ่มขึ้น 123% YoY และคิดเป็นประมาณ 43% ของยอดขายทั้งหมด ช่วยชดเชยยอดขายในจีนที่ยังลดลง 9% YoY การฟื้นตัวของกำลังผลิตแบตเตอรี่ Blade รุ่นใหม่และการเพิ่มรถระดับราคาสูงยังช่วยสนับสนุนยอดขายและส่วนผสมของสินค้า
- อย่างไรก็ตาม BYD ยังต้องขายเฉลี่ยประมาณ 530,000 คันต่อเดือนในช่วงที่เหลือของปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขั้นต่ำที่ 5 ล้านคัน ซึ่งสูงกว่ายอดขายเดือนกรกฎาคมอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน โรงงานในฮังการีล่าช้าไปถึง 4Q26 และยังเผชิญการตรวจสอบด้านแรงงานและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ
- Geely มีภาพคล้ายกัน โดยยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 202% YoY สู่สถิติใหม่ที่ 106,663 คัน ขณะที่ยอดขายในประเทศลดลง 29% YoY บริษัทจึงปรับเพิ่มเป้ายอดขายต่างประเทศปี 2026 จาก 750,000 คันเป็น 1 ล้านคัน การเติบโตจากต่างประเทศยังช่วยเพิ่มสัดส่วนรถที่มีราคาขายและอัตรากำไรสูงกว่า ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิ 2Q26 จะเพิ่มขึ้น 39% YoY
4. XPeng ยอดส่งมอบสะดุดชั่วคราว แต่คำสั่งซื้อแข็งแกร่ง
- ยอดส่งมอบ XPeng ต่ำกว่าคาด เนื่องจากกำลังผลิตรถ Mona L03 ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 176% MoM สู่ระดับสูงสุดราว 100,000 คัน โดย Mona L03 มียอดสั่งซื้อที่ยกเลิกไม่ได้มากกว่า 50,000 คัน และมีระยะเวลารอรถสูงสุด 17 สัปดาห์
- จึงมองว่าจุดอ่อนของเดือนกรกฎาคมเกิดจากข้อจำกัดด้านการผลิตมากกว่าความต้องการที่ลดลง หากบริษัทสามารถเพิ่มการผลิตได้ตามแผน ยอดส่งมอบมีโอกาสฟื้นตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม อย่างไรก็ดี รถ Mona L03 มีช่วงราคาใกล้เคียงกับ Mona M03 ทำให้ยอดขายของรุ่นเดิมบางส่วนถูกแทนที่ด้วยรุ่นใหม่
5. NIO โตสูงเมื่อเทียบปีก่อน แต่แรงส่งระยะสั้นเริ่มชะลอ
- NIO มียอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 71% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อน แต่ลดลง 11% MoM เนื่องจากยอดส่งมอบลดลงพร้อมกันทั้งแบรนด์ NIO, ONVO และ Firefly ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ลดลงประมาณ 41% MoM หลังแรงซื้อช่วงเปิดตัว ES9 และ ONVO L80 เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ
- ด้านบวก รถ ES8 และ ES9 ซึ่งมีอัตรากำไรสูงยังมียอดส่งมอบรวมมากกว่า 16,000 คัน และช่วยสนับสนุนส่วนผสมสินค้า บริษัทจึงมีโอกาสเข้าใกล้จุดคุ้มทุนใน 2Q26 แต่จำเป็นต้องรักษายอดขายหลังคำสั่งซื้อช่วงเปิดตัวเริ่มลดลง
6. Li Auto ถูกกดดันจากปัญหาชิ้นส่วนและรถรุ่นใหม่แย่งยอดขายกันเอง
- ยอดส่งมอบ Li Auto ต่ำกว่าคาด เนื่องจากขาดแคลนไฟหน้าสำหรับรถ i6 ส่งผลให้การผลิตต่ำกว่าแผนประมาณ 4,000 คัน นอกจากนี้ รถ i6 และ L6 มีราคาขายใกล้เคียงกัน จึงเกิดการแย่งลูกค้าภายในกลุ่มสินค้าของบริษัท
- อย่างไรก็ดี รถ L6 รุ่นปรับปรุงได้รับการตอบรับดี โดยมียอดสั่งซื้อที่ยกเลิกไม่ได้มากกว่า 20,000 คัน และช่วยให้คำสั่งซื้อรวมเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นประมาณ 23% MoM บริษัทคาดว่ายอดขายจะกลับมาเติบโตตั้งแต่เดือนสิงหาคม หากสามารถเพิ่มกำลังผลิตและแก้ปัญหาชิ้นส่วนได้ตามแผน
7. Xiaomi รักษายอดส่งมอบได้ แต่การเปิดตัวรถใหม่ล่าช้ากดดันประมาณการ
- Xiaomi ส่งมอบรถมากกว่า 30,000 คันเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ระยะเวลารอรถ SU7 และ YU7 ยังคงทรงตัว สะท้อนว่าคำสั่งซื้อคงค้างยังอยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม คำสั่งซื้อใหม่ในเดือนกรกฎาคมลดลงเล็กน้อย 2% MoM สู่ประมาณ 27,000 คัน แม้บริษัทเพิ่มข้อเสนอด้านสินเชื่อและเงินช่วยเหลือค่าประกัน
- การเปิดตัวรถอเนกประสงค์แบบมีเครื่องยนต์ช่วยผลิตไฟฟ้ารุ่นใหม่เลื่อนจากเดือนกรกฎาคมเป็นกันยายน ทำให้ประมาณการยอดขายรถปี 2026 ถูกปรับลดลงเหลือ 490,000 คัน และประมาณการกำไรสุทธิลดลง 43% แม้รถรุ่นใหม่จะช่วยให้ Xiaomi ขยายจากตลาดรถแนวกีฬาเข้าสู่ตลาดรถครอบครัวขนาดใหญ่ในระยะต่อไป
8. การแข่งขันเปลี่ยนจากการลดราคาไปสู่รุ่นใหม่และการส่งออก
- ภาพรวมเดือนกรกฎาคมสะท้อนว่าการแข่งขันไม่ได้วัดจากยอดส่งมอบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปิดตัวรถใหม่ เพิ่มกำลังผลิต และขยายตลาดต่างประเทศ ผู้ผลิตที่มีรถรุ่นใหม่ได้รับการตอบรับดี เช่น Leapmotor และ XPeng สามารถสร้างคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นได้รวดเร็ว ขณะที่ BYD และ Geely ใช้ยอดขายต่างประเทศลดผลกระทบจากตลาดจีนที่แข่งขันรุนแรง
- อย่างไรก็ตาม ต้นทุนแบตเตอรี่ หน่วยความจำ และวัตถุดิบเริ่มเพิ่มขึ้น ทำให้การเติบโตของยอดขายอาจไม่เปลี่ยนเป็นกำไรในสัดส่วนเดียวกัน บริษัทที่ต้องใช้ส่วนลดสูงหรือมีรถหลายรุ่นในช่วงราคาใกล้เคียงกันยังเสี่ยงต่ออัตรากำไรและการแย่งยอดขายกันเอง
มุมมองของ InnovestX
- ภาพรวมอุตสาหกรรม แม้ความต้องการรถยนต์โดยรวมในจีนอ่อนแอ แต่ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นเริ่มดีขึ้น ทั้งจำนวนเดือนของสินค้าคงคลังที่ลดลง ส่วนลดจากตัวแทนจำหน่ายที่แคบลง ขณะที่การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น ตลาดต่างประเทศจึงมีบทบาทสำคัญในการชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศ และช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่กระจายความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาในจีน
- เรามองว่า BYD ที่ราคาปรับตัวลดลงมา มีความน่าสนใจ เพราะมีขนาดธุรกิจ ฐานต้นทุน ห่วงโซ่แบตเตอรี่ และตลาดต่างประเทศที่แข็งแกร่งที่สุด
- นอกจากนี้มอง XPeng ที่มีความโดดเด่นด้านวงจรรถรุ่นใหม่และทางเลือกเชิงเทคโนโลยี ยอดขายมีแนวโน้มเร่งขึ้นจาก Mona L03, Mona L05 และ G9L รวมถึงปัจจัยหนุนจากหุ่นยนต์และรถแท็กซี่ไร้คนขับ
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน