Offshore Stock Update

China Internet: อีคอมเมิร์ซจีนฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ตลาดให้น้ำหนักกับ AI Cloud มากขึ้น

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|17 Jun 26 1:44 PM
Screenshot 2026-06-17 140440
สรุปสาระสำคัญ

อีคอมเมิร์ซจีนเดือน พ.ค. เริ่มฟื้น โดยยอดขายสินค้าออนไลน์โต +3% จากเดือนก่อนที่ทรงตัว แต่ภาพรวมค้าปลีกยังอ่อนแอและยอดค้าปลีกรวมลดลง -0.6% สะท้อนว่าผู้บริโภคยังไม่แข็งแรงเต็มที่ ขณะที่เทศกาล 618 ปีนี้เน้นการขายที่มีวินัยมากขึ้น ไม่ได้แข่งลดราคาหนักเหมือนเดิม สำหรับการลงทุน กลุ่มที่ดูน่าสนใจกว่ายังเป็น Cloud และศูนย์ข้อมูลที่ได้แรงหนุนจาก AI มากกว่าหุ้นอีคอมเมิร์ซที่ยังต้องรอการฟื้นตัวของกำลังซื้อและกำไรในครึ่งหลังปี 2026

1) ภาพรวมอีคอมเมิร์ซจีนเดือน พ.ค. เริ่มฟื้น แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่แข็งแรง

  • ยอดขายสินค้าออนไลน์ของจีนเดือน พ.ค. โต +3% YoY ดีขึ้นจากเดือน เม.ย. ที่ทรงตัว สะท้อนว่าการใช้จ่ายออนไลน์เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยกลุ่มที่ช่วยหนุนคือ อาหารและเครื่องแต่งกาย ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสารยังอ่อนแรงจากฐานสูงของมาตรการแลกของเก่าซื้อของใหม่ในปีก่อน
  • อย่างไรก็ดี ภาพรวมกำลังซื้อยังไม่แข็งแรง เพราะยอดค้าปลีกรวมเดือน พ.ค. ลดลง -0.6% YoY แย่กว่าตลาดคาดที่ -0.2% โดยหมวดที่กดดันหลักคือ เครื่องประดับ -8.9%, เครื่องใช้ไฟฟ้า -15.6% และสินค้าเกี่ยวกับกีฬา -8.0% ทำให้ภาพรวมผู้บริโภคจีนยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง

 

ตารางที่ 1: ภาพรวมตัวเลขค้าปลีกออนไลน์จีนเดือน พ.ค.

 

ประเด็น

ตัวเลขล่าสุด

เทียบกับช่วงก่อนหน้า

ความหมาย

ยอดขายสินค้าออนไลน์

+2.6% YoY

เม.ย. +0.2%

เริ่มฟื้นจากเดือนก่อน แต่ยังเป็นการฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

ยอดขายออนไลน์รวมสินค้าและบริการ

+3.4% YoY

เม.ย. +2.3%

ช่องทางออนไลน์ยังดีกว่าค้าปลีกโดยรวม

ยอดขายบริการออนไลน์

+5.0% YoY

เม.ย. +6.1%

ยังโตได้ แต่แรงส่งเริ่มชะลอลงเล็กน้อย

ยอดค้าปลีกรวมทั้งออนไลน์และออฟไลน์

-0.6% YoY

เม.ย. +0.2%

สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคจีนยังอ่อน

ยอดขายร้านอาหาร

+0.6% YoY

เม.ย. +2.2%

การใช้จ่ายนอกบ้านชะลอลงชัดเจน

ปริมาณพัสดุเดือน พ.ค.

ประมาณ +6% YoY

เม.ย. +3%

กิจกรรมซื้อขายออนไลน์ดีขึ้น แต่ยังต้องดูมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ

 

2) ออนไลน์ยังดีกว่าค้าปลีกโดยรวม แต่แรงส่งยังไม่ทั่วถึง

  • ตัวเลขเดือน พ.ค. ชี้ว่า “ช่องทางออนไลน์ยังพอไปได้” เมื่อเทียบกับค้าปลีกโดยรวม โดยยอดขายออนไลน์รวมสินค้าและบริการโต +3.4% YoY, ยอดขายสินค้าออนไลน์โต +2.6% YoY และยอดขายบริการออนไลน์โต +5.0% YoY ขณะที่ยอดค้าปลีกรวมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ลดลง -0.6% YoY
  • นัยสำคัญคือ ผู้บริโภคจีนยังไม่ได้กลับมาใช้จ่ายเต็มที่ แต่การซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ยังมีแรงหนุนจากความสะดวก โปรโมชัน และความถี่ในการซื้อสินค้าเล็ก ๆ มากกว่า สะท้อนผ่านปริมาณพัสดุที่โตดีกว่ายอดขาย แปลว่า จำนวนคำสั่งซื้อยังเพิ่ม แต่ยอดใช้จ่ายต่อคำสั่งซื้ออาจไม่ได้สูงมาก

 

ตารางที่ 2: หมวดสินค้าที่หนุนและกดดันการบริโภค

 

หมวดสินค้า / บริการ

ทิศทางล่าสุด

ตัวเลขสำคัญ

ผลกระทบต่อหุ้น / กลุ่มธุรกิจ

อาหาร

ฟื้นตัวดี

Jan-May โต +16% YoY

หนุนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและค้าปลีกด่วน

เสื้อผ้า

ฟื้นตัว

Jan-May โต +7% YoY

หนุนแพลตฟอร์มที่มีฐานสินค้าแฟชั่น เช่น Alibaba, PDD/Temu, Douyin

เครื่องใช้ไฟฟ้า

อ่อนแอ

พ.ค. -15.6% YoY

กดดัน JD เพราะมีสัดส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสูง

อุปกรณ์สื่อสาร

ชะลอ

พ.ค. +1% YoY จาก เม.ย. +6%

สะท้อนฐานสูงจากมาตรการแลกของเก่าซื้อของใหม่

เครื่องประดับ

อ่อนแอ

พ.ค. -8.9% YoY

สะท้อนผู้บริโภคลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย

กีฬา

อ่อนแอ

พ.ค. -8.0% YoY

สะท้อนการบริโภคสินค้าดุลยพินิจยังไม่แข็งแรง

 

3) ปริมาณพัสดุเป็นสัญญาณบวก แต่ยังต้องดูคุณภาพการเติบโต

  • ปริมาณพัสดุในอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. โตประมาณ +6% YoY ดีขึ้นจาก +3% YoY ในเดือน เม.ย. และข้อมูลช่วงต้นเดือน มิ.ย. ยังดีต่อ โดย 14 วันแรกของเดือน มิ.ย. ปริมาณพัสดุโตประมาณ +9% YoY หรือเฉลี่ยราว 604 ล้านชิ้นต่อวัน
  • ประเด็นที่ต้องระวังคือ การที่พัสดุโตเร็วกว่ายอดขาย อาจสะท้อนว่าผู้บริโภคซื้อบ่อยขึ้น แต่ซื้อสินค้าราคาต่ำลง หรือแพลตฟอร์มยังต้องพึ่งสินค้าโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย

 

4) เทศกาล 618 ปีนี้ไม่ได้เน้นเผาเงิน แต่เน้นโปรโมชันที่เรียบง่ายและมีวินัยมากขึ้น

  • แนวโน้มเทศกาล 618 ปีนี้เปลี่ยนโทนจากการแข่งลดราคาหนัก ไปสู่การขายที่มีวินัยมากขึ้น เพราะหน่วยงานกำกับดูแลจีนเข้มงวดกับการแข่งขันไม่เป็นธรรมและการโฆษณาเกินจริงมากขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มลดกลไกโปรโมชันที่ซับซ้อน และหันมาใช้ส่วนลดที่ตรงไปตรงมามากขึ้น
  • ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ปริมาณพัสดุช่วง 13 พ.ค.–14 มิ.ย. โต +8% YoY เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่โต +16% YoY แปลว่า 618 ยังช่วยดันกิจกรรมซื้อขาย แต่ความร้อนแรงลดลง และสะท้อนว่าอุตสาหกรรมเริ่มเปลี่ยนจาก แข่งยอดขาย ไปเป็น แข่งกำไรและประสิทธิภาพ มากขึ้น

 

ตารางที่ 3: ประเด็นเทศกาล 618 ปีนี้

 

ประเด็น

ปีนี้เป็นอย่างไร

ตัวเลข / ข้อมูลสำคัญ

ความหมายต่ออุตสาหกรรม

รูปแบบการแข่งขัน

ลดความรุนแรงลง

แพลตฟอร์มเน้นส่วนลดตรงไปตรงมา

ดีต่อกำไร เพราะลดการเผาเงิน

การกำกับดูแล

เข้มงวดขึ้น

ห้ามแข่งขันไม่เป็นธรรม / โฆษณาเกินจริง

ทำให้แพลตฟอร์มต้องขายอย่างมีวินัยมากขึ้น

ปริมาณพัสดุช่วง 618

ยังโต แต่ช้าลง

13 พ.ค.–14 มิ.ย. โต +8% YoY

เทศกาลยังช่วยกระตุ้นยอดขาย

เทียบกับปีก่อน

แรงส่งลดลง

ปีก่อนช่วงเดียวกันโต +16% YoY

ผู้บริโภคยังระมัดระวังมากขึ้น

วิธีรายงานผล

เปลี่ยนจากชั่วโมงแรกเป็นช่วงยาวขึ้น

จาก 1 ชั่วโมง / 4 ชั่วโมงแรก เป็นวันแรกหรือเฟสแรก

ลดแรงกดดันเรื่องยอดขายระยะสั้น

 

5) JD ยังเจอแรงกดดันระยะสั้นจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ครึ่งหลังอาจเริ่มดีขึ้น

  • ตลาดคาดว่า รายได้ JD Retail ไตรมาส 2 จะลดลง -8% เพราะหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยังเจอฐานสูงจากมาตรการสนับสนุนการซื้อสินค้าในปีก่อน โดยเฉพาะมือถือที่ถูกรวมเข้าโครงการแลกของเก่าซื้อของใหม่ตั้งแต่ ม.ค. 2025
  • แต่ไตรมาส 2 อาจเป็น ไตรมาสยากสุด ของ JD ก่อนที่ฐานเปรียบเทียบจะเริ่มผ่อนคลายในครึ่งหลังปี 2026 และรายได้กับกำไรมีโอกาสฟื้นตัว 

 

ตารางที่ 4: JD — ระยะสั้นยังหนัก แต่ครึ่งหลังมีโอกาสฟื้น

 

ประเด็น

รายละเอียด

ผลกระทบต่อ JD

รายได้ JD Retail ไตรมาส 2

คาดลดลง -8% YoY

เป็นแรงกดดันหลักระยะสั้น

สาเหตุหลัก

เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อ่อนแอจากฐานสูง

กระทบธุรกิจหลักของ JD โดยตรง

มาตรการแลกของเก่าซื้อของใหม่

ทำให้ฐานปีก่อนสูง โดยเฉพาะมือถือที่เข้าร่วมตั้งแต่ ม.ค. 2025

ทำให้ตัวเลขปีนี้ดูอ่อน

ครึ่งหลังปี 2026

ฐานเปรียบเทียบเริ่มง่ายขึ้น

รายได้และกำไรมีโอกาสฟื้น

มุมมองเชิงกลยุทธ์

ถูกมองเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอีคอมเมิร์ซช่วง 2H26

เหมาะกับธีมฟื้นตัวหลังผ่านไตรมาสยาก

 

6) Alibaba ถูกกดดันจากธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ แต่ตลาดเริ่มมอง AI Cloud เป็นตัวชี้อนาคต

  • ความกังวลหลักต่อ Alibaba คือรายได้จากค่าบริการร้านค้าออนไลน์อาจอ่อนลงในไตรมาส มิ.ย. จากยอดค้าปลีกเดือน เม.ย.–พ.ค. ที่ชะลอ และนโยบายสนับสนุนร้านค้า ซึ่งอาจทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ตลาดคาดรายได้ส่วนนี้อาจลดลงระดับ หลักเดียวช่วงต้นถึงกลาง ในไตรมาส มิ.ย.
  • อย่างไรก็ตาม จุดที่ช่วยพยุงมุมมองต่อ Alibaba คือธุรกิจ Cloud และ AI เพราะ Alibaba ยังมีความได้เปรียบจากขนาดเงินลงทุน ความสามารถด้านโมเดล AI และฐานลูกค้าคลาวด์ โดยมองว่าราคาบริการประมวลผล AI ยังแข็งแรง แม้การแข่งขันด้านราคาในโมเดล AI จะรุนแรงกว่าที่คาด

 

ตารางที่ 5: ประเด็นสำคัญของ Alibaba

 

ประเด็นที่ตลาดกังวล

รายละเอียด

มุมมอง

รายได้ค้าปลีกออนไลน์

ยอดค้าปลีก เม.ย.–พ.ค. ชะลอ และมีนโยบายสนับสนุนร้านค้า

คาดรายได้ค่าบริการร้านค้าออนไลน์ไตรมาส มิ.ย. อาจลดลงระดับหลักเดียวช่วงต้นถึงกลาง

การแข่งขัน AI Cloud จากรัฐวิสาหกิจ

มีข่าวรัฐบาลจีนอาจลงทุนศูนย์ข้อมูล 2 ล้านล้านหยวนใน 5 ปี

บริษัทอินเทอร์เน็ตยังได้เปรียบจากโมเดล AI, คลาวด์ และชิปของตัวเอง

เงินลงทุน AI สูง

คาด Alibaba ใช้เงินลงทุน AI 600 พันล้านหยวนใน 3 ปี

บริษัทมีเงินสดสุทธิ 260 พันล้านหยวน และกระแสเงินสดรองรับ

การแข่งขันด้านราคาโมเดล AI

ราคาโมเดล AI แข่งแรงขึ้นกว่าคาด

โมเดลชั้นนำยังมีอำนาจตั้งราคา และค่าประมวลผล AI Cloud ยังแข็งแรง

ส่วนลดมูลค่าหุ้น

ตลาดให้ส่วนลดกับ Alibaba มากขึ้น

หุ้นซื้อขายราว 15 เท่า P/E ปี 2026E

 

7) ประเด็นใหญ่ของ Alibaba คือ เงินลงทุน AI เพียงพอหรือไม่

  • ตลาดกังวลว่า Alibaba ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากเพื่อแข่งใน AI โดยตลาดคาดเงินลงทุนของ Alibaba ใน 3 ปีข้างหน้าอยู่ที่ประมาณ 600 พันล้านหยวน เทียบกับกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และรายการพิเศษในปี FY27E ที่ 92 พันล้านหยวน และเงินสดสุทธิในงบดุล 260 พันล้านหยวน
  • อย่างไรก็ดี Alibaba ยังมีเงินสดและกระแสเงินสดจากธุรกิจหลักเพียงพอสำหรับลงทุน AI ใน 2 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันกำไรของกลุ่มมีโอกาสดีขึ้นในช่วง FY27-29E หากธุรกิจที่ขาดทุนเริ่มขาดทุนน้อยลง และ Cloud เร่งตัวได้ต่อ

 

8) รัฐบาลจีนอาจลงทุนศูนย์ข้อมูลมหาศาล แต่ไม่ได้แปลว่าบริษัทอินเทอร์เน็ตจะแพ้

  • อีกประเด็นที่ตลาดกังวลคือข่าวว่ารัฐบาลจีนอาจลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล 2 ล้านล้านหยวนใน 5 ปี โดยให้รัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการหลัก ซึ่งอาจเพิ่มการแข่งขันกับบริษัทอินเทอร์เน็ต
  • อย่างไรก็ดีบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีน เช่น Alibaba, Tencent, Baidu และ ByteDance ยังได้เปรียบ เพราะมีทั้งเงินลงทุน โมเดล AI ระบบคลาวด์ และความสามารถด้านชิป โดยคาดว่ากลุ่มอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีนจะลงทุนรวมกันถึง 1.5 ล้านล้านหยวนใน 2 ปีข้างหน้า ทำให้ตลาด AI Cloud อาจไม่เหมือนคลาวด์แบบเดิมที่แข่งกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

 

9) ธุรกิจส่งอาหารและค้าปลีกด่วนเริ่มขาดทุนน้อยลง จากการแข่งขันที่มีเหตุผลมากขึ้น

  • การสอบสวนด้านการแข่งขันในธุรกิจส่งอาหาร และการที่ Alibaba หันไปเน้น AI/Cloud มากขึ้น อาจทำให้การแข่งขันในธุรกิจส่งอาหารและค้าปลีกด่วนของผู้เล่นหลัก 3 รายเริ่มนิ่งขึ้น และลดการใช้เงินอุดหนุนที่รุนแรง
  • สำหรับ Meituan ธุรกิจส่งอาหารไม่รวมต้นทุนระดับแพลตฟอร์มจะอยู่ที่ระดับ คุ้มทุนในไตรมาส 2 และขาดทุนประมาณ 1.7 พันล้านหยวนในปี 2026 ซึ่งสะท้อนว่าการแข่งขันยังมีต้นทุน แต่ทิศทางขาดทุนมีโอกาสแคบลงหากตลาดกลับมาเน้นกำไรมากขึ้น

 

ตารางที่ 6: Meituan / ธุรกิจส่งอาหารและค้าปลีกด่วน

 

ประเด็น

ตัวเลข / ข้อมูล

ความหมาย

การแข่งขันในธุรกิจส่งอาหาร

มีแนวโน้มมีเหตุผลมากขึ้น

ลดแรงกดดันจากเงินอุดหนุน

ปัจจัยหนุน

การสอบสวนด้านการแข่งขัน และ Alibaba หันไปเน้น AI/Cloud

ส่วนแบ่งตลาดอาจนิ่งขึ้น

กำไรธุรกิจส่งอาหาร Meituan ไตรมาส 2

คาดใกล้ คุ้มทุน

ดีขึ้นจากการแข่งขันที่ผ่อนคลาย

กำไรธุรกิจส่งอาหาร FY26E

คาดขาดทุน 1.7 พันล้านหยวน

ยังขาดทุน แต่ขาดทุนน้อยลง

นัยต่ออุตสาหกรรม

ผู้เล่นเริ่มเน้นกำไร ไม่ใช่แค่ส่วนแบ่งตลาด

เป็นบวกต่อผลประกอบการระยะกลาง

 

10) หุ้นกลุ่ม Cloud และศูนย์ข้อมูลเป็นกลุ่มที่น่าสนใจที่สุด

  • กลุ่ม Cloud และศูนย์ข้อมูล เป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากที่สุด โดยหุ้นเด่นคือ GDS, VNET, Alibaba และ Kingsoft Cloud เพราะได้แรงหนุนจากความต้องการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น ราคาบริการคลาวด์ที่มีโอกาสดีขึ้น และการเร่งลงทุนของบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ในครึ่งหลังปี 2026
  • ตลาดเริ่มให้ค่าน้ำหนักกับ โครงสร้างพื้นฐาน AI มากกว่าการเติบโตของอีคอมเมิร์ซแบบเดิม เพราะธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ยังผูกกับกำลังซื้อผู้บริโภค แต่ Cloud และศูนย์ข้อมูลได้แรงหนุนจากการลงทุน AI ที่เป็นรอบการเติบโตใหม่

 

11) กลุ่มเกมยังน่าสนใจเป็นรองลงมา เพราะมูลค่าหุ้นไม่แพงและมีเกมใหม่

  • กลุ่มเกมและความบันเทิงถูกจัดเป็นอันดับ 2 โดยหุ้นเด่นคือ Tencent จากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับวัฏจักรในอดีต และมีแรงหนุนจากการเปิดตัวเกมใหม่
  • กลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงต่ำกว่าอีคอมเมิร์ซในบางช่วง เพราะไม่ได้พึ่งพาการลดราคาหรือแข่งขันด้านเงินอุดหนุนมากเท่าค้าปลีกออนไลน์ และยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากการใช้ AI ในการพัฒนาเกมและคอนเทนต์ในระยะยาว

 

12) กลุ่มอีคอมเมิร์ซและบริการเดินทาง/ขนส่งยังต้องรอการฟื้นตัวของกำไร

  • กลุ่มอีคอมเมิร์ซและบริการเดินทาง/ขนส่งยังต้องรอการฟื้นตัวของกำไร  โดยหุ้นที่น่าสนใจคือ JD เพราะคาดว่าไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสสุดท้ายที่ฐานเปรียบเทียบยาก ก่อนที่รายได้และกำไรจะฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2026
  • นัยคือ การลงทุนในหุ้นอีคอมเมิร์ซจีนยังเลือกแบบรายตัวมากกว่าซื้อทั้งกลุ่ม เพราะแต่ละบริษัทเจอแรงกดดันต่างกัน เช่น Alibaba เจอคำถามเรื่องรายได้จากร้านค้าและ AI Capex, JD เจอฐานสูงของเครื่องใช้ไฟฟ้า, PDD/Temu เจอกฎภาษีข้ามแดน และ Meituan เจอการแข่งขันในส่งอาหาร

 

ตารางที่ 7: ประเด็นบวกและลบต่อกลุ่ม China Internet

 

ประเด็นบวก

รายละเอียด

หุ้นที่ได้ประโยชน์

ปริมาณพัสดุฟื้น

พ.ค. โต +6%, ต้น มิ.ย. โต +9%

ZTO, JD Logistics, SF Holding, Alibaba, JD

เทศกาล 618 ยังช่วยกระตุ้นยอดขาย

แม้โตช้ากว่าปีก่อน แต่ยังหนุนกิจกรรมซื้อขาย

Alibaba, JD, PDD

การแข่งขันอีคอมเมิร์ซมีวินัยมากขึ้น

ลดการลดราคาหนักและการเผาเงิน

Alibaba, JD, Meituan

AI Cloud เป็นรอบลงทุนใหม่

เงินลงทุนขนาดใหญ่จากบริษัทอินเทอร์เน็ตจีน

Alibaba, GDS, VNET, Kingsoft Cloud

ธุรกิจส่งอาหารอาจขาดทุนน้อยลง

เงินอุดหนุนเริ่มมีเหตุผลมากขึ้น

Meituan, Alibaba, JD

 

ประเด็นลบ / ความเสี่ยง

รายละเอียด

หุ้นที่ได้รับผลกระทบ

กำลังซื้อผู้บริโภคยังอ่อน

ยอดค้าปลีกรวมเดือน พ.ค. -0.6%

Alibaba, JD, PDD, Meituan

เครื่องใช้ไฟฟ้าอ่อนแอ

พ.ค. -15.6%

JD

Temu เจอภาษีและศุลกากร

อาเซียนผู้ใช้งานลด -30% MoM

PDD/Temu

เงินลงทุน AI สูง

Alibaba Capex 3 ปี 600 พันล้านหยวน

Alibaba

การแข่งขันโมเดล AI รุนแรง

ราคาบางโมเดลถูกกดลง

Alibaba, Baidu, Tencent, ผู้ให้บริการ AI Cloud

 

มุมมองของ InnovestX

  • ภาพรวมกลุ่มอินเทอร์เน็ตจีนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นในบางจุด แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวแบบกว้างทั้งระบบ เพราะผู้บริโภคยังระมัดระวัง และหมวดสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้ายังอ่อนแอ กลยุทธ์การลงทุนจึงควรเน้นหุ้นที่มีแรงหนุนเชิงโครงสร้างมากกว่าการฟื้นตัวของค้าปลีกระยะสั้น การลงทุนเรามองเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
    1. กลุ่ม Cloud และศูนย์ข้อมูล เช่น GDS, VNET, Alibaba และ Kingsoft Cloud จากความต้องการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น
    2. กลุ่มเกมอย่าง Tencent จากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับวัฏจักรในอดีต และมีแรงหนุนจากการเปิดตัวเกมใหม่
    3. ขณะที่กลุ่มอีคอมเมิร์ซยังต้องรอการฟื้นตัวของกำไร อย่างไรก็ดีสำหรับผู้ที่สนใจ JD เป็นหุ้นที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเด่นสำหรับครึ่งหลังปี 2026 จากฐานเปรียบเทียบที่เริ่มง่ายขึ้นและโอกาสฟื้นของรายได้กับกำไร
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5