
ผลประกอบการกลุ่มยารอบนี้ออกมาดีกว่าคาด แต่คุณภาพแตกต่างกันชัดเจน โดย Regeneron มีภาพดีที่สุดจากการเติบโตที่กระจายทั้ง Dupixent, Eylea HD, Libtayo และรายได้ความร่วมมือที่กำลังเร่งขึ้น ขณะที่ GSK มีงบแข็งแกร่งและแผนลดต้นทุนเพื่อเร่งงานวิจัยช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการเติบโตระยะยาว ส่วน Sanofi แม้รายได้ กำไร และ Guidance ดูแข็งแกร่ง แต่ยังพึ่ง Dupixent สูงและต้องเร่งเติม Pipeline ผ่านการพัฒนายาใหม่หรือการซื้อกิจการเพื่อให้การเติบโตมีความยั่งยืนมากขึ้น
ผลประกอบการ 2Q26 ของทั้งสามบริษัทดีกว่าคาด แต่มีคุณภาพแตกต่างกัน โดย Regeneron เด่นที่สุด จากรายได้ที่สูงกว่าคาดในเกือบทุกผลิตภัณฑ์ การเติบโตของ Dupixent และ Eylea HD รวมถึงกำไรจากความร่วมมือกับ Sanofi ที่กำลังเข้าสู่จุดเร่งตัว ขณะที่ GSK มีงบที่แข็งแกร่งและสมดุลกว่า จาก Specialty Medicines และวัคซีน พร้อมประกาศลดต้นทุนเพื่อนำเงินกลับไปลงทุนในงานวิจัย ส่วน Sanofi มีตัวเลขเติบโตสูงที่สุด แต่ยังพึ่ง Dupixent มากและมีรายการครั้งเดียวช่วยผลประกอบการ ทำให้คุณภาพของการดีกว่าคาดต่ำกว่า Regeneron และ GSK
|
รายการ |
GSK |
Sanofi |
Regeneron |
|
รายได้ |
8.41 พันล้านปอนด์ |
11.60 พันล้านยูโร |
4.29 พันล้านดอลลาร์ |
|
เติบโต YoY |
+5% |
+16%; +17.8% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ |
+17% |
|
เทียบตลาดคาด |
ดีกว่าคาด 2% |
ดีกว่าคาด 7% |
ดีกว่าคาด 12% |
|
กำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุง |
2.80 พันล้านปอนด์ |
3.29 พันล้านยูโร |
ไม่ได้เปิดเผยในข้อมูลสรุป |
|
เติบโต YoY |
+7% |
+34% |
— |
|
เทียบตลาดคาด |
ดีกว่าคาด 5% |
ดีกว่าคาด 11% |
— |
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน |
33.3% |
ประมาณ 28.4% |
— |
|
เทียบตลาดคาด |
สูงกว่าคาด 1.3 จุด |
สูงกว่าคาดจาก Gross Margin |
— |
|
กำไรสุทธิแบบปรับปรุง |
— |
2.50 พันล้านยูโร |
ประมาณ 1.50 พันล้านดอลลาร์ |
|
เติบโต YoY |
— |
+29% |
+11% |
|
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง |
50.5 เพนนี |
2.09 ยูโร |
14.29 ดอลลาร์ |
|
เทียบตลาดคาด |
ดีกว่าคาด 7–8% |
ดีกว่าคาด 10% |
ดีกว่าคาดอย่างมาก |
|
กระแสเงินสดอิสระ |
2.0 พันล้านปอนด์ใน 2Q |
2.67 พันล้านยูโร |
1.4 พันล้านดอลลาร์ใน 1H26 |
|
ภาพรวมคุณภาพงบ |
แข็งแกร่งและค่อนข้างสมดุล |
แข็งแกร่งแต่พึ่ง Dupixent และรายการครั้งเดียว |
แข็งแกร่งที่สุด |
|
รายการ |
2Q26 |
เติบโต YoY |
ตลาดคาด |
ดีกว่า/ต่ำกว่าคาด |
|
รายได้รวม |
8.41 พันล้านปอนด์ |
+5% |
8.25 พันล้านปอนด์ |
ดีกว่าคาด 2% |
|
Specialty Medicines |
3.78 พันล้านปอนด์ |
+14% |
3.71 พันล้านปอนด์ |
ดีกว่าคาด |
|
ยากลุ่ม HIV |
2.08 พันล้านปอนด์ |
+11% |
— |
แข็งแกร่ง |
|
วัคซีน |
2.28 พันล้านปอนด์ |
+9% |
2.10 พันล้านปอนด์ |
ดีกว่าคาด 8% |
|
General Medicines |
2.34 พันล้านปอนด์ |
-9% |
2.43 พันล้านปอนด์ |
ต่ำกว่าคาด |
|
กำไรขั้นต้น |
6.14 พันล้านปอนด์ |
— |
6.11 พันล้านปอนด์ |
ดีกว่าคาดเล็กน้อย |
|
กำไรดำเนินงานแบบปรับปรุง |
2.80 พันล้านปอนด์ |
+7% |
2.66 พันล้านปอนด์ |
ดีกว่าคาด 5% |
|
อัตรากำไรดำเนินงาน |
33.3% |
เพิ่มขึ้นจากส่วนผสมสินค้า |
32.0% |
สูงกว่าคาด 1.3 จุด |
|
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง |
50.5 เพนนี |
— |
46.8 เพนนี |
ดีกว่าคาด 7–8% |
|
กระแสเงินสดอิสระ |
2.0 พันล้านปอนด์ |
— |
— |
แข็งแกร่ง |
รายได้ของ GSK สูงกว่าคาดจาก Specialty Medicines และวัคซีน โดยเฉพาะ Nucala, ยากลุ่ม HIV, วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และ Arexvy ซึ่งได้รับประโยชน์จากการส่งมอบตามสัญญาในออสเตรเลียและการปรับรายการส่วนลดในสหรัฐฯ ขณะที่ General Medicines และยาระบบทางเดินหายใจบางรายการยังอ่อนแอ
กำไรดำเนินงานสูงกว่าคาด 5% จากส่วนผสมสินค้าและภูมิภาคที่ดีขึ้น ช่วยให้อัตรากำไรสูงกว่าคาดเกือบ 2 จุดในระดับกำไรขั้นต้น ส่วนกำไรต่อหุ้นยังได้รับแรงหนุนจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าคาด
|
ผลิตภัณฑ์ |
รายได้ 2Q26 |
เทียบตลาดคาด |
มุมมอง |
|
Shingrix |
888 ล้านปอนด์ |
สูงกว่าคาด 2% |
ยุโรปดี แต่สหรัฐฯ ทรงตัว |
|
Arexvy |
192 ล้านปอนด์ |
สูงกว่าคาดมากกว่า 2 เท่า |
มีรายการส่งมอบและส่วนลดช่วย |
|
Bexsero |
331 ล้านปอนด์ |
สูงกว่าคาด 15% |
อุปสงค์จากการระบาดช่วย |
|
Dovato |
749 ล้านปอนด์ |
สูงกว่าคาดเล็กน้อย |
HIV ยังแข็งแกร่ง |
|
Cabenuva |
453 ล้านปอนด์ |
สูงกว่าคาด 4% |
ยาฉีด HIV เติบโตดี |
|
Nucala |
610 ล้านปอนด์ |
สูงกว่าคาด 10% |
แรงหนุนจากโรคทางเดินหายใจ |
|
Trelegy |
775 ล้านปอนด์ |
ต่ำกว่าคาด 7% |
General Medicines อ่อน |
|
Zejula |
101 ล้านปอนด์ |
ต่ำกว่าคาด 26% |
Oncology ยังไม่สม่ำเสมอ |
|
รายการ |
2Q26 |
เติบโต YoY |
ตลาดคาด |
ดีกว่า/ต่ำกว่าคาด |
|
รายได้รวม |
11.60 พันล้านยูโร |
+16% |
10.80 พันล้านยูโร |
ดีกว่าคาด 7% |
|
รายได้ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ |
— |
+17.8% |
— |
แข็งแกร่ง |
|
Dupixent |
5.15 พันล้านยูโร |
+37.6% |
4.43 พันล้านยูโร |
ดีกว่าคาด 15% |
|
Beyfortus |
108 ล้านยูโร |
+54.2% |
81 ล้านยูโร |
ดีกว่าคาด 33% |
|
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ |
54 ล้านยูโร |
-61.7% |
127 ล้านยูโร |
ต่ำกว่าคาดมาก |
|
กำไรขั้นต้น |
— |
— |
— |
— |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
81.2% |
จาก 77.5% |
78.0% |
สูงกว่าคาด 3.2 จุด |
|
กำไรดำเนินงานแบบปรับปรุง |
3.29 พันล้านยูโร |
+34% |
2.90 พันล้านยูโร |
ดีกว่าคาด 11–13% |
|
อัตรากำไรดำเนินงานโดยประมาณ |
28.4% |
จากแรงหนุนรายได้และ Margin |
— |
แข็งแกร่ง |
|
กำไรสุทธิแบบปรับปรุง |
2.50 พันล้านยูโร |
+29% |
2.27 พันล้านยูโร |
ดีกว่าคาด 10% |
|
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง |
2.09 ยูโร |
+33.3% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ |
1.89 ยูโร |
ดีกว่าคาด 10% |
|
กระแสเงินสดอิสระ |
2.67 พันล้านยูโร |
— |
— |
แข็งแกร่ง |
Sanofi มีการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่ม แต่ Dupixent คิดเป็นประมาณ 44% ของรายได้รวม และสร้างราว 90% ของส่วนที่รายได้สูงกว่าคาด โดยผลประกอบการยังได้รับประโยชน์ราว 200 ล้านยูโรจากการปรับรายการส่วนลดสุทธิ ขณะที่กำไรมีรายการกลับสำรองและแรงหนุนอื่นรวมประมาณ 400 ล้านยูโร หากตัดรายการดังกล่าว กำไรดำเนินงานอาจต่ำกว่าคาด 2–3%
ดังนั้น งบถือว่าแข็งแกร่งในเชิงตัวเลข แต่คุณภาพต่ำกว่า GSK และ Regeneron เนื่องจากการเติบโตกระจุกตัวในผลิตภัณฑ์เดียว ขณะที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่และยาหลายรายการต่ำกว่าคาด
|
รายการ |
2Q26 |
เติบโต YoY |
ตลาดคาด |
ดีกว่า/ต่ำกว่าคาด |
|
รายได้รวม |
4.29 พันล้านดอลลาร์ |
+17% |
3.82 พันล้านดอลลาร์ |
ดีกว่าคาด 12% |
|
รายได้ความร่วมมือกับ Sanofi |
2.17 พันล้านดอลลาร์ |
+51% |
ราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ |
ดีกว่าคาดมาก |
|
ยอดขาย Dupixent ทั่วโลก |
6.00 พันล้านดอลลาร์ |
+38% |
5.38 พันล้านดอลลาร์ |
ดีกว่าคาด 12% |
|
ยอดขาย Eylea ในสหรัฐฯ รวม |
1.01 พันล้านดอลลาร์ |
-9% |
ต่ำกว่านี้ราว 11% |
ดีกว่าคาด |
|
Eylea HD ในสหรัฐฯ |
596 ล้านดอลลาร์ |
+52% |
ราว 529 ล้านดอลลาร์ |
ดีกว่าคาด |
|
Libtayo ทั่วโลก |
489 ล้านดอลลาร์ |
+30% |
439 ล้านดอลลาร์ |
ดีกว่าคาด 11% |
|
กำไรสุทธิแบบปรับปรุง |
ประมาณ 1.50 พันล้านดอลลาร์ |
+11% |
— |
แข็งแกร่ง |
|
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง |
14.29 ดอลลาร์ |
+11% |
10.53 ดอลลาร์ |
ดีกว่าคาดอย่างมาก |
|
อัตรากำไรขั้นต้นผลิตภัณฑ์แบบปรับปรุง |
87% |
— |
— |
สูง |
|
กระแสเงินสดอิสระ 1H26 |
1.40 พันล้านดอลลาร์ |
— |
— |
แข็งแกร่ง |
|
เงินสดสุทธิ |
15.10 พันล้านดอลลาร์ |
— |
— |
รองรับ R&D และซื้อกิจการ |
Regeneron มีคุณภาพการเติบโตดีที่สุด เนื่องจากรายได้สูงกว่าคาดในหลายส่วน ทั้ง Dupixent, Eylea HD, Eylea รุ่นเดิม และ Libtayo ไม่ได้พึ่งเพียงรายการเดียว แม้ยอดขาย Eylea ในสหรัฐฯ รวมยังลดลง 9% แต่ดีกว่าคาด และ Eylea HD เพิ่มขึ้น 52% สะท้อนการเปลี่ยนผู้ป่วยจากสูตรเดิมไปสู่สูตรขนาดสูง
รายได้จากความร่วมมือกับ Sanofi ทำระดับสูงสุดที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 59% จากการเติบโตของ Dupixent และ Margin ของความร่วมมือที่ดีขึ้น
|
บริษัท |
แนวโน้มปี 2026 |
เทียบประมาณการตลาด |
ประเมิน |
|
GSK |
คง Guidance แต่ชี้ไปยังครึ่งบนของกรอบรายได้และกำไรดำเนินงาน |
ใกล้เคียงตลาดคาด |
บวกปานกลาง |
|
Sanofi |
ปรับเพิ่มรายได้เป็นประมาณ +10% และ EPS โตเร็วกว่ารายได้ |
สูงกว่าคาดราว 1–2% |
บวก แต่ส่วนใหญ่จาก Dupixent |
|
Regeneron |
Guidance หลักคงเดิม ปรับกรอบต้นทุนและเพิ่ม Gross Margin |
ใกล้เคียงคาด แต่กำไร 2H มีโอกาสสูงขึ้น |
บวก |
|
รายการ |
Guidance ปี 2026 |
เปลี่ยนแปลง |
|
รายได้ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ |
+3% ถึง +5% |
คาดอยู่ครึ่งบนของกรอบ |
|
กำไรดำเนินงานหลัก |
+7% ถึง +9% |
คาดอยู่ครึ่งบนของกรอบ |
|
กำไรต่อหุ้นหลัก |
+7% ถึง +9% |
คาดอยู่ครึ่งล่างของกรอบ |
|
Specialty Medicines |
เติบโตหลักสิบต้น |
คงเดิม |
|
วัคซีน |
ทรงตัวถึงเพิ่มหลักหน่วยต่ำ |
ปรับขึ้น |
|
General Medicines |
ลดหลักหน่วยต่ำถึงกลาง |
ปรับลง |
GSK ไม่ได้ปรับกรอบ Guidance อย่างเป็นทางการ แต่ชี้ว่ารายได้และกำไรดำเนินงานจะอยู่ครึ่งบนของกรอบ อย่างไรก็ตาม กำไรต่อหุ้นอาจอยู่ครึ่งล่าง เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยจากการซื้อ Nuvalent
Sanofi ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2026 จากเติบโตระดับหลักหน่วยสูงเป็นประมาณ 10% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ และคาดกำไรต่อหุ้นเพิ่มเร็วกว่ารายได้เล็กน้อย ซึ่งสูงกว่าประมาณการตลาดราว 1–2%
บริษัทเพิ่มเป้ายอดขาย Dupixent ปี 2030 เป็นประมาณ 25 พันล้านยูโร จากเดิม 22 พันล้านยูโร แต่ลดเป้าวัคซีนปี 2030 เหลือ 9 พันล้านยูโรจาก 10 พันล้านยูโร สะท้อนว่าการเพิ่ม Guidance ยังทำให้ Sanofi พึ่ง Dupixent มากขึ้น ไม่ได้กระจายแหล่งรายได้มากขึ้น
Regeneron ไม่ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้หรือกำไรอย่างเป็นทางการ แต่มีปัจจัยบวกต่อกำไรในครึ่งปีหลังจากการชำระยอดคงค้างด้านการพัฒนาที่ติดกับ Sanofi เสร็จสิ้น ทำให้ Regeneron จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Dupixent เต็มขึ้นตั้งแต่ 3Q26
บริษัทปรับกรอบค่าใช้จ่ายและการลงทุนดังนี้
|
รายการ |
Guidance ใหม่ |
เดิม |
มุมมอง |
|
R&D |
6.50–6.64 พันล้านดอลลาร์ |
6.45–6.68 พันล้านดอลลาร์ |
กรอบแคบลง |
|
SG&A |
2.83–2.96 พันล้านดอลลาร์ |
2.86–3.04 พันล้านดอลลาร์ |
ลดกรอบ |
|
CapEx |
1.03–1.10 พันล้านดอลลาร์ |
1.10–1.20/1.30 พันล้านดอลลาร์ |
ลดลง |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
ปรับเพิ่ม 1 จุด |
— |
Operating leverage ดีขึ้น |
ผู้บริหารมองว่าความท้าทายหลักคือการทดแทนรายได้จาก dolutegravir ซึ่งจะหมดสิทธิบัตรช่วงปี 2028–2030 โดยประกาศโครงการ Accelerate Growth ตั้งเป้าลดต้นทุนต่อปี 1.9 พันล้านปอนด์ภายในปี 2029 มีต้นทุนดำเนินโครงการ 2.4 พันล้านปอนด์ และจะนำเงินส่วนใหญ่กลับไปลงทุนในยาใหม่
บริษัทจะเริ่มการทดลองระยะที่ 3 มากกว่า 20 โครงการในปี 2026 เพิ่มจากเดิมประมาณ 10 โครงการ และเน้นยา HIV รุ่นใหม่ มะเร็ง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคตับ
แหล่งลดต้นทุนประกอบด้วย
CEO คนใหม่ Belén Garijo ยอมรับว่ากระบวนการตัดสินใจและธรรมาภิบาลด้าน R&D ในอดีตเป็นจุดอ่อน โดยกำหนดแนวทางใหม่ 3 ด้าน ได้แก่
บริษัทอาจยุติโครงการเพิ่มเติมหลังหยุดพัฒนา amlitelimab, itepekimab และ balinatunfib และมอง Rare Diseases เป็นหนึ่งในพื้นที่เติบโตสำคัญ
ด้านการซื้อกิจการ ฝ่ายบริหารไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ที่กรอบเดิม 2–5 พันล้านยูโร แต่จะพิจารณาจากความสำคัญทางวิทยาศาสตร์มากกว่าขนาดดีล สะท้อนว่าการเติม Pipeline ผ่านการซื้อกิจการมีโอกาสเพิ่มขึ้น
Regeneron ระบุว่าจะลงทุนต่อเนื่องใน Pipeline ที่มีประมาณ 50 ผลิตภัณฑ์ การผลิตในสหรัฐฯ และนวัตกรรมจากภายนอก พร้อมรักษาการคืนทุนให้ผู้ถือหุ้น โดยใช้เงินเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ในครึ่งปีแรกกับการซื้อหุ้นคืน เงินปันผล CapEx และการพัฒนาธุรกิจ
ฝ่ายบริหารเน้นโครงการระยะท้ายในโรคเลือด การป้องกันลิ่มเลือด โรคจากระบบ Complement มะเร็ง และโรคเมตาบอลิก ขณะเดียวกัน การชำระยอดคงค้างกับ Sanofi เสร็จสิ้นจะทำให้กำไรความร่วมมือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 3Q26
Dovato, Cabenuva และยาฉีดระยะยาวยังเติบโตดี ช่วยลดการพึ่งยาสูตรเดิมที่มี dolutegravir แม้ยังไม่สามารถทดแทนรายได้ที่จะหมดสิทธิบัตรได้ทั้งหมดในระยะสั้น
Shingrix, Arexvy และวัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบยังเป็นฐานการเติบโต โดย Guidance วัคซีนปี 2026 ถูกปรับขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยเป็นทรงตัวถึงเติบโตหลักหน่วยต่ำ
การประหยัดต้นทุน 1.9 พันล้านปอนด์ต่อปีอาจเพิ่มอัตรากำไรระยะกลางประมาณ 0.5–1.0 จุด แม้เงินส่วนใหญ่จะถูกนำกลับไปลงทุนใน R&D
การซื้อ Nuvalent, Rapt Therapeutics และสินทรัพย์โรคตับช่วยเพิ่ม Pipeline เป็น 62 ผลิตภัณฑ์ โดยมี 19 โครงการอยู่ในระยะท้าย
ยอดขาย Dupixent เพิ่ม 37.6% จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในหลายข้อบ่งใช้ และบริษัทเพิ่มเป้าปี 2030 เป็นประมาณ 25 พันล้านยูโร
ความร่วมมือกับ Regeneron ช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาและเพิ่มโอกาสต่อยอด Dupixent รวมถึงอาจขยายไปสู่สินทรัพย์ใหม่ในอนาคต
ฝ่ายบริหารมองโรคหายากเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากการแข่งขันต่ำกว่าและมีอำนาจกำหนดราคามากกว่ายาทั่วไป
แม้การหยุดโครงการสร้างผลลบในระยะสั้น แต่การตัดโครงการที่มีโอกาสสำเร็จต่ำจะช่วยลดต้นทุนจมและเพิ่มผลตอบแทนจาก R&D ระยะยาว
การชำระยอดคงค้างกับ Sanofi เสร็จสิ้นจะยุติแรงกดดันที่ลดรายได้ความร่วมมือประมาณ 930 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และ 530 ล้านดอลลาร์ใน 1H26
Eylea HD คิดเป็นประมาณ 59% ของยอดขาย Eylea ในสหรัฐฯ และการอนุมัติหลอดฉีดยาสำเร็จรูปช่วงปลายปีอาจเร่งการเปลี่ยนผู้ป่วยจาก Eylea รุ่นเดิม
Libtayo เพิ่มขึ้น 30% และสูงกว่าคาด ขณะที่ Pipeline มีตัวเร่งหลายรายการในครึ่งปีหลัง เช่น cemdisiran, garetosmab และข้อมูลระยะที่ 3 ในโรคจอประสาทตาและโรคเลือด
เงินสดสุทธิ 15.1 พันล้านดอลลาร์เปิดทางให้ลงทุน R&D ซื้อกิจการ และซื้อหุ้นคืน โดยไม่กระทบความแข็งแกร่งของงบดุล
|
บริษัท/กลุ่ม |
ผลกระทบ |
เหตุผล |
|
Regeneron |
บวกมากที่สุด |
ได้ประโยชน์ทั้งจาก Dupixent, Eylea HD, Libtayo และส่วนแบ่งกำไร Sanofi ที่เพิ่มขึ้น |
|
Sanofi |
บวกปานกลาง |
Guidance เพิ่มและ Dupixent แข็งแกร่ง แต่การเติบโตกระจุกตัวและ Pipeline ยังอ่อน |
|
GSK |
บวกปานกลางถึงมาก |
งบค่อนข้างสมดุล แผนลดต้นทุนช่วย Margin และ Pipeline เริ่มมีทิศทางชัดขึ้น |
|
Roche |
ผสมถึงบวก |
Vabysmo ยังได้ประโยชน์จากแรงกดดันต่อ Eylea รุ่นเดิม แต่ Eylea HD แข็งแกร่งกว่าคาดเพิ่มการแข่งขัน |
|
AstraZeneca |
บวกเชิงเปรียบเทียบ |
Pipeline มะเร็งและการกระจายรายได้ยังแข็งแกร่งกว่า Sanofi และ GSK แต่ต้องแข่งขันกับยารุ่นใหม่ของ GSK |
|
Amgen |
บวกปานกลาง |
ตลาดโรคอักเสบและระบบทางเดินหายใจยังเติบโต แต่ Dupixent แข็งแกร่งเพิ่มแรงกดดันต่อ Tezspire |
|
Novartis |
บวกเชิงเปรียบเทียบ |
โครงสร้างรายได้และ Pipeline กระจายตัวกว่า Sanofi และมีความเสี่ยงผลิตภัณฑ์เดี่ยวน้อยกว่า |
|
บริษัท Biotech ระยะท้าย |
บวก |
ความต้องการเติม Pipeline ของ GSK และ Sanofi เพิ่มโอกาสการซื้อกิจการและทำสัญญาสิทธิยา |
|
ผู้รับจ้างวิจัยและทดลองยา |
บวก |
GSK เพิ่มการทดลองระยะที่ 3 เป็นมากกว่า 20 โครงการ และทั้งสามบริษัทยังเพิ่มงบ R&D |
ในสามบริษัท Regeneron มีภาพพื้นฐานเด่นที่สุด เนื่องจากผลประกอบการดีกว่าคาดอย่างกว้างขวาง มีแรงหนุนกำไรที่ชัดเจนจากการรับรู้ส่วนแบ่ง Dupixent เต็มขึ้นใน 3Q26 และมีตัวเร่งจาก Eylea HD กับ Pipeline หลายรายการ ส่วน GSK อยู่ในอันดับรองลงมา จากรายได้ที่กระจายตัวกว่า Sanofi แผนลดต้นทุนช่วยป้องกัน Margin และการเร่ง Pipeline ภายใต้ผู้บริหารใหม่ แม้ความเสี่ยงการหมดสิทธิบัตร HIV ยังสูง ขณะที่ Sanofi ควรระมัดระวังมากที่สุดในเชิงคุณภาพกำไร เนื่องจากผลประกอบการที่สูงกว่าคาดส่วนใหญ่เกิดจาก Dupixent และรายการครั้งเดียว ขณะที่ยังไม่มี Pipeline ขนาดใหญ่ที่มีความชัดเจนเพียงพอสำหรับทดแทนรายได้ในระยะยาว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน