Offshore Stock Update

อิตาลีอาจเพิ่มงบกลาโหม, Leonardo ได้สัญญาใหม่, Thales และ LMT เร่งควบรวม

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|7 Jul 26 11:00 AM
nato
สรุปสาระสำคัญ

อิตาลีอาจเพิ่มงบกลาโหมราว €17 พันล้าน ซึ่งจะเป็นบวกต่อบริษัทหลักในประเทศอย่าง Leonardo  และ Fincantieri ขณะเดียวกัน Thales ตกลงซื้อ Exail Technologies และ Lockheed Martin เข้าซื้อ Ultra Maritime สะท้อนแนวโน้มเชิงบวกระยะยาวต่อกลุ่มกลาโหมยุโรปที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงสมัยใหม่ เช่น การตั้งรับและรุกทางอากาศ (Leonardo, Thales, BAE Systems) สงครามใต้น้ำและโดรนทะเล (Thales, Exail, Fincantieri, Saab, Kongsberg ) ที่แนวโน้มความต้องการชัดเจนขึ้นจากดีลควบรวมข้างต้น รวมไปถึงไซเบอร์และคลาวด์ภาครัฐ (Leonardo, Thales, Airbus Defence and Space, Indra, Eviden)   

งบกลาโหมยุโรปกำลังเปลี่ยนจากอาวุธดั้งเดิมสู่เทคโนโลยีความมั่นคงยุคใหม่


กระแสการเพิ่มงบกลาโหมของยุโรปกำลังเร่งตัวชัดเจน หลัง NATO กำหนดเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมและความมั่นคงเป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 โดยแบ่งเป็นงบทหารหลัก 3.5% และงบความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เช่น ไซเบอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบป้องกันภัย 1.5% ทำให้ประเทศที่เคยใช้จ่ายต่ำกว่าเป้า เช่น อิตาลี ต้องเร่งปรับแผนงบประมาณให้สอดคล้องกับแรงกดดันของ NATO 


กรณีของอิตาลีมีรายงานว่าอาจเพิ่มงบด้านทหารและความมั่นคงราว €17bn ในช่วง 2 ปี เพื่อดันการใช้จ่ายรวมขึ้นเป็นประมาณ 3.35% ของ GDP ในปี 2028 จาก 2.8% ในปัจจุบัน ภาพนี้ไม่เพียงเป็นบวกต่อบริษัทกลาโหมแบบดั้งเดิม แต่ยังสะท้อนว่าความมั่นคง กำลังครอบคลุมกว้างขึ้น ตั้งแต่เครื่องบินรบ เรือรบ โดรนใต้น้ำ ระบบตรวจจับเรือดำน้ำ ไซเบอร์ ไปจนถึงคลาวด์ภาครัฐ

 

1) อิตาลีเพิ่มงบกลาโหม: บวกต่อ Leonardo และ Fincantieri

 

หากอิตาลีเพิ่มงบกลาโหมจริง ผู้ได้ประโยชน์หลักคือบริษัทกลาโหมในประเทศ โดยเฉพาะ Leonardo และ Fincantieri เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานความมั่นคงของอิตาลี ทั้งด้านอากาศยาน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร เรือรบ และเทคโนโลยีทางทะเล


Leonardo มีสถานะเป็นบริษัทกลาโหมหลักของอิตาลี โดยรัฐบาลถือหุ้นราว 30.2% ทำให้บริษัทมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบายความมั่นคงของประเทศ นอกจากแรงหนุนจากงบรัฐแล้ว Leonardo ยังได้รับแรงหนุนจากสัญญาโครงการเครื่องบินรบล่องหนรุ่นใหม่ร่วมกับ BAE Systems และ Mitsubishi Heavy Industries มูลค่า £4.6 พันล้าน ซึ่งช่วยยืนยันบทบาทของบริษัทในโครงการกลาโหมระดับนานาชาติ


ด้าน Fincantieri ได้ประโยชน์จากธีมกองทัพเรือและเทคโนโลยีใต้น้ำ โดยบริษัทเดินหน้าซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทางทะเล โดรนผิวน้ำ โดรนใต้น้ำ และระบบสื่อสารใต้น้ำ สอดคล้องกับแนวโน้มที่ NATO ให้ความสำคัญกับการปกป้องทะเล ท่อพลังงาน และสายเคเบิลข้อมูลใต้ทะเลมากขึ้น

 

2) Thales ตกลงซื้อ Exail Technologies


การที่บริษัทกลาโหมรายใหญ่เร่งซื้อกิจการในกลุ่ม สงครามใต้น้ำ และ โดรนทะเล ซึ่งสะท้อนว่าเทคโนโลยีใต้น้ำกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของอุตสาหกรรมกลาโหม

 

Thales ตกลงซื้อ Exail Technologies ด้วยมูลค่ากิจการราว €3.9bn หรือราคาเสนอซื้อ €134 ต่อหุ้น สูงกว่าราคาก่อนมีข่าวประมาณ 44% แม้ราคาดีลจะค่อนข้างสูง แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ถือว่ามีเหตุผลชัดเจน เพราะ Exail มีความเชี่ยวชาญด้านโดรนใต้น้ำ ระบบตรวจจับทุ่นระเบิด ระบบนำทางความแม่นยำสูง และระบบหุ่นยนต์ทางทะเล

 

ดีลนี้ช่วยให้ Thales ขยายฐานจากเดิมที่แข็งแกร่งด้าน sonar, radar, combat system และระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร ไปสู่ตลาด unmanned mine countermeasures และ maritime robotics ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูงจากความเสี่ยงด้านทุ่นระเบิด การปิดเส้นทางเดินเรือ และการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล

 

3) Lockheed Martin ซื้อ Ultra Maritime

 

ฝั่งสหรัฐฯ มีความเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน โดย Lockheed Martin ตกลงซื้อ Ultra Maritime มูลค่า $3.45bn เพื่อเสริมขีดความสามารถด้าน anti-submarine warfare หรือระบบต่อต้านเรือดำน้ำ

 

Ultra Maritime มีเทคโนโลยีสำคัญ เช่น sonobuoys, sonar systems, torpedo countermeasures, radar solutions และระบบตรวจจับทางทะเลแบบไร้คนขับ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตรวจจับเรือดำน้ำและป้องกันเรือรบจากตอร์ปิโด ดีลนี้ช่วยให้ Lockheed Martin เสริมธุรกิจในหน่วย Rotary and Mission Systems และขยายบทบาทในตลาดกองทัพเรือของสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตร เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย

 

แม้ valuation ของดีลจะสูงเมื่อเทียบกับยอดขายของ Ultra Maritime แต่ตลาดมองว่าเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ เพราะเทคโนโลยีตรวจจับใต้น้ำและต่อต้านเรือดำน้ำมีความสำคัญมากขึ้นในการรับมือจีน รัสเซีย และความเสี่ยงด้านความมั่นคงในเส้นทางเดินเรือหลัก

 

4) ไซเบอร์และคลาวด์ภาครัฐ: ความมั่นคงยุคใหม่ไม่ได้อยู่แค่ในสนามรบ

 

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ บทบาทของ Leonardo ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ภาครัฐของอิตาลี โดยบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนใน National Strategic Hub หรือ PSN จาก 25% เป็น 35% ซึ่งเป็นโครงการคลาวด์สำหรับจัดเก็บข้อมูลสำคัญของหน่วยงานรัฐอิตาลี


ประเด็นนี้สะท้อนว่าเม็ดเงินด้านความมั่นคงในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถถัง เครื่องบินรบ หรือเรือรบ แต่รวมถึง sovereign cloud, cybersecurity, secure communications และการปกป้องข้อมูลภาครัฐ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ


ในบริบทยุโรป บริษัทที่มีทั้งฐานลูกค้าภาครัฐ เทคโนโลยีไซเบอร์ และระบบข้อมูลความมั่นคง จะอยู่ในตำแหน่งที่ดี เช่น Leonardo, Thales, Airbus Defence and Space, Indra และ Eviden เพราะประเทศยุโรปต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติในระบบข้อมูลสำคัญของรัฐ

 

มุมมองของ INVX 

 

ภาพรวม เรามองว่าแนวโน้มการเพิ่มงบกลาโหมในแต่ละประเทศอยู่ในขาขึ้น โดยเฉพาะประเทศสมาชิกในกลุ่ม NATO และยังมีช่องว่างให้เติบโตมาก จึงมองเป็นบวกต่อกลุ่ม Defense ยุโรปในระยะยาว ที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงยุคใหม่ เช่น การตั้งรับและรุกทางอากาศ (Leonardo, Thales, BAE Systems) สงครามใต้น้ำและโดรนทะเล (Thales, Exail, Fincantieri, Saab, Kongsberg ) ที่แนวโน้มความต้องการชัดเจนขึ้นจากดีลควบรวมข้างต้น รวมไปถึงไซเบอร์และคลาวด์ภาครัฐ (Leonardo, Thales, Airbus Defence and Space, Indra, Eviden)   

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5