Offshore Stock Update

Fox Corporation เข้าซื้อกิจการ Roku เพื่อขยายแหล่งรายได้ใหม่

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|16 Jun 26 11:27 AM
R
สรุปสาระสำคัญ

Fox Corporation ประกาศซื้อกิจการ Roku มูลค่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านดีลเงินสดผสมหุ้นเพื่อเร่งพัฒนาจากธุรกิจเคเบิลทีวีดั้งเดิมที่อยู่ในช่วงขาลงไปสู่การหารายได้จากโฆษณาเพื่อแข่งกับ Amazon และ YouTube โดยแม้ดีลนี้จะช่วยเพิ่มความแข่งขันด้านสตรีมมิ่งฟรีมีโฆษณา แต่ตลาดกังวลภาระหนี้ที่อาจเข้ามากดดันกระแสเงินสดในจังหวะสำคัญที่บริษัทต้องเตรียมงบก้อนโตไปสู้ศึกประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง NFL รอบใหม่

Fox Corporation ได้บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการในการเข้าซื้อกิจการ Roku Inc. (แพลตฟอร์มและอุปกรณ์สตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่) ในดีลมูลค่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การควบรวมครั้งนี้จะสร้างยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงรายใหม่และเป็นก้าวสำคัญของ Fox ในการรุกตลาดสตรีมมิ่งแบบมีโฆษณา

รายละเอียดโครงสร้างดีลและการเงิน

  • มูลค่าข้อตกลง: คิดเป็น $160 ต่อหุ้น Roku
  • รูปแบบการชำระเงิน: จ่ายเป็น เงินสด $96 และ หุ้น Fox Class A จำนวน 9693 หุ้น ต่อ 1 หุ้น Roku
  • สัดส่วนการถือหุ้นหลังควบรวม: ผู้ถือหุ้นเดิมของ Fox จะถือหุ้น 73% และผู้ถือหุ้น Roku จะถือหุ้น 27% ในบริษัทใหม่
  • แหล่งเงินทุน: Fox จะใช้เงินสดในมือร่วมกับการออกตราสารหนี้ใหม่ โดยได้รับวงเงินสินเชื่อจำนวน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก Morgan Stanley
  • ผลกระทบต่ออันดับเครดิต: คาดว่าหนี้สินของ Fox จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ระดับหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 2.8x ณ วันปิดดีล (จากเดิมที่ต่ำกว่า 1x) อย่างไรก็ตาม Fox ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อโครงการซื้อหุ้นคืนและการรักษาอันดับเครดิตระดับ Investment Grade (Baa2/BBB)
  • กำหนดการเสร็จสิ้น: คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในครึ่งแรกของปี 2027 (1H27) และคาดว่าจะประหยัดต้นทุนได้ราว 400 ล้านดอลลาร์ต่อปี

เหตุผลเชิงกลยุทธ์

  • เปลี่ยนผ่านสู่ Streaming-First: ปัจจุบัน Fox ยังพึ่งพารายได้จากเคเบิลทีวีแบบดั้งเดิมสูงถึง 90% ดีลนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่พฤติกรรมผู้บริโภคตัดสายเคเบิล และย้ายไปสู่ระบบดิจิทัล
  • ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของตลาดทีวีสหรัฐฯ: การรวมช่องทีวีหลักของ Fox (ข่าวกีฬา ความบันเทิง และสตรีมมิ่งฟรีอย่าง Tubi) เข้ากับฐานผู้ใช้ของ Roku จะทำให้บริษัทร่วมมีส่วนแบ่งเวลาการรับชมสูงเป็นอันดับ 3 ในตลาดทีวีสหรัฐฯ ครอบคลุมทั้งทีวีดั้งเดิมและสตรีมมิ่ง
  • สร้างมหาอำนาจ Connected TV Advertising: ดีลนี้จะผสาน Tubi (ผู้ใช้ 100 ล้านรายต่อเดือน) และ The Roku Channel เข้าด้วยกัน (แยกแอปฯ แต่เสริมกัน) ทำให้รายได้โฆษณาบน Connected TV ของ Fox เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์ ช่วยให้มีศักยภาพการแข่งขันแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณากับเจ้าตลาดอย่าง Amazon และ Netflix
  • ครอบครองตลาดดิจิทัล และ Data: Roku เป็นระบบปฏิบัติการทีวี (TV OS) อันดับ 1 ของสหรัฐฯ ครอบคลุมกว่า 100 ล้านครัวเรือน ตัวหน้าจอหลักของ Roku ทำหน้าที่เป็นที่แรกๆในการดูทีวี ซึ่งเป็นทำเลทองในการกำหนดทิศทางผู้ชมและเก็บข้อมูลพฤติกรรม เพื่อนำมาประมูลโฆษณาแบบระบุกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิกิริยาของตลาดและความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

  • หุ้น Fox ตอบสนองเชิงลบสะท้อนความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการแบกรับหนี้สินก้อนโต ความเสี่ยงในการควบรวมกิจการ และภาระทางการเงินที่อาจไปทับซ้อนกับช่วงเวลาที่ต้องเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาใหญ่อย่าง NFL รอบใหม่ ขณะที่หุ้น Roku เคลื่อนไหวทรงตัวเนื่องจากราคาพุ่งรับข่าวไปล่วงหน้าแล้ว
  • มุมมองด้านมูลค่า :ดีลนี้ที่ระดับ Forward Gross Profit Multiple ประมาณ 9x ถือว่าต่ำกว่าคู่แข่ง (Netflix และ Spotify เทรดกันที่ >13x) มองว่าดีลนี้ Roku อาจปล่อยของในราคาที่ถูกเกินไปเล็กน้อยเมื่อดูจากคุณภาพของธุรกิจโฆษณาที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า 60%
  • ความเสี่ยงด้านการผูกขาดและการควบรวม: ความซ้ำซ้อนของคอนเทนต์ระหว่าง Tubi และ Roku อาจเกิดการแย่งลูกค้ากันเอง หากจัดพอร์ตไม่ดี อย่างไรก็ตามในแง่กฎหมายผูกขาดคาดว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯน่าจะอนุมัติได้ไม่ยากเนื่องจาก Fox มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทำเนียบขาวในยุคนี้และไม่มีประเด็นขัดต่อการแข่งขันที่รุนแรงเกินไป
  • บทบาทผู้บริหาร: Anthony Wood ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Roku จะยังคงมีบทบาทบริหารต่อเนื่องในบริษัทรวม และจะเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร (Board of Directors) ของ Fox หลังปิดดีล

 

มุมมองของ InnovestX

  1. ภาพนี้สะท้อนได้ว่าโมเดลเคเบิลทีวีดั้งเดิมกำลังอยู่ในขาลงจนทำให้ Fox จึงต้องยอมแบกหนี้เพิ่มเท่าตัวเพื่อเปลี่ยนไปสู่สตรีมมิ่งและรักษาความอยู่รอด
  2. การได้ Roku (TV OS อันดับ 1 ในสหรัฐฯ) ทำให้ Fox กลายเป็นเจ้าของหน้าจอหลักคุมทางเข้าของทุกแอปพลิเคชัน (รวมถึงคู่แข่ง) และได้ครอบครองคลังข้อมูลพฤติกรรมผู้ชม
  3. ดีลนี้ไม่ได้เน้นแข่งยอดผู้ติดตาม แต่เป็นการรวม Tubi + Roku Channel เพื่อสร้างระบบสตรีมมิ่งฟรีมีโฆษณา ดันรายได้โฆษณา CTV พุ่ง 4 เท่า เพื่อแข่งกับ Amazon และ YouTube ได้อย่างสูสี
  4. ความกังวลต่อภาระหนี้เพิ่มขึ้นหลัง Leverage อยู่ที่ 8x จะไปกดดันกระแสเงินสดในช่วงสำคัญที่ Fox ต้องใช้เงินก้อนโตเพื่อสู้การประมูลลิขสิทธิ์กีฬาอย่าง NFL รอบใหม่
  5. ในระยะสั้นมองว่า Fox จะยังคงได้รับแรงกดดันเนื่องจากตลาดจำเป็นต้องใช้เวลาในการซับซับประเด็นเรื่องภาระหนี้ก้อนโต และรอความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในการประมูลลิขสิทธิ์ NFL รวมถึงความเสี่ยงในการควบรวมระบบ ระหว่าง Tubi และ Roku ในอนาคต

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5