Offshore Stock Update

Grab 2Q26: กำไรและผู้ใช้งานดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งปี

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|4 Aug 26 11:17 AM
delivery-partner
สรุปสาระสำคัญ

Grab รายงาน 2Q26 ดีกว่าคาดจากการเติบโตของธุรกิจส่งอาหาร Mobility และบริการทางการเงิน พร้อมจำนวนผู้ใช้ทำสถิติสูงสุดและ EBITDA ขยายตัวเร็วกว่ารายได้จนบริษัทปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 โดยภาพดังกล่าวเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลและ Fintech ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังต้องติดตามการแข่งขัน ราคาน้ำมัน กฎเกณฑ์ค่าคอมมิชชัน และคุณภาพสินเชื่อ จึงมองบวกต่อแนวโน้มระยะกลางและเหมาะกับการทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว

Grab 2Q26: กำไรและผู้ใช้งานดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งปี

1) ผลประกอบการ 2Q26


Grab รายงานผลประกอบการโดยรวมดีกว่าคาด ทั้งรายได้ EBITDA กำไรต่อหุ้น มูลค่าธุรกรรม และจำนวนผู้ใช้งาน โดยธุรกิจส่งอาหารและบริการทางการเงินเป็นแรงสนับสนุนหลัก ขณะที่รายได้ Mobility ยังต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ส่วนกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมากมีรายการพิเศษจากการรวมงบ Superbank และสินทรัพย์ภาษีรอการตัดบัญชี จึงควรให้น้ำหนักกับ EBITDA มากกว่ากำไรสุทธิในการประเมินผลการดำเนินงานพื้นฐาน

รายการ

2Q26

เติบโต YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

ประเมิน

รายได้รวม

997 ล้านดอลลาร์

+22%

990 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 0.7%

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

รายได้ Deliveries

531 ล้านดอลลาร์

+21%

529.9 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 0.2%

เติบโตตาม GMV และโฆษณา

รายได้ Mobility

331 ล้านดอลลาร์

+12%

339.5 ล้านดอลลาร์

ต่ำกว่าคาด 2.5%

ปริมาณใช้บริการเพิ่ม แต่แรงกดดันจากราคาน้ำมัน

รายได้ Financial Services

134 ล้านดอลลาร์

+60%

118.5 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 13.1%

จุดเด่นของไตรมาส

EBITDA ปรับปรุงแล้ว

168 ล้านดอลลาร์

+54%

155.9 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 7.8%

Operating Leverage ดีขึ้น

อัตรา EBITDA ปรับปรุงแล้ว

16.9%

เพิ่มจากราว 13.3%

เพิ่มขึ้นประมาณ 3.6 จุด YoY

กำไรสุทธิ

252 ล้านดอลลาร์

จาก 35 ล้านดอลลาร์

มีรายการพิเศษหนุน

กำไรต่อหุ้น

0.06 ดอลลาร์

จาก 0.01 ดอลลาร์

0.02 ดอลลาร์

สูงกว่าคาดมาก

ไม่ควรประเมินจากกำไรต่อหุ้นเพียงอย่างเดียว

มูลค่าธุรกรรมรวม

6.46 พันล้านดอลลาร์

6.39 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 1.1%

สะท้อนกิจกรรมบนแพลตฟอร์มแข็งแกร่ง

ผู้ใช้งานทำธุรกรรมรายเดือน

53.9 ล้านราย

ทำสถิติสูงสุด

52.78 ล้านราย

สูงกว่าคาด 2.1%

ฐานผู้ใช้และ Engagement ดีขึ้น

วงเงินซื้อหุ้นคืนใหม่

750 ล้านดอลลาร์

หนุนมูลค่าต่อหุ้น


ผลประกอบการดีกว่าคาดเกือบทุกตัวชี้วัดสำคัญ โดยเฉพาะ EBITDA และบริการทางการเงิน ขณะที่บริษัทเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 750 ล้านดอลลาร์ ทำให้วงเงินสะสมตั้งแต่ปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.75–1.8 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับแรงสนับสนุนจากกำไรทางการเงิน 334 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมกำไรจากการรวมงบ Superbank ประมาณ 307 ล้านดอลลาร์ และการรับรู้สินทรัพย์ภาษีรอการตัดบัญชี 66 ล้านดอลลาร์ ก่อนถูกหักลบบางส่วนด้วยขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงิน 183 ล้านดอลลาร์ ดังนั้น คุณภาพของงบควรพิจารณาจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 54% มากกว่าการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ

2) แรงสนับสนุนมาจากอะไร

ธุรกิจส่งอาหารยังเติบโตต่อเนื่อง

รายได้ Deliveries เพิ่มขึ้น 21% เป็น 531 ล้านดอลลาร์ จากการขยายตัวของมูลค่าธุรกรรมและรายได้โฆษณาบนแพลตฟอร์ม สะท้อนว่า Grab สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากร้านค้า นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการจัดส่ง โดยธุรกิจโฆษณามีอัตรากำไรสูงกว่าและช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากฐานร้านค้าที่มีอยู่แล้ว

Mobility ยังมีความต้องการแข็งแกร่ง แม้ต้นทุนน้ำมันสูง

รายได้ Mobility เพิ่มขึ้น 12% เป็น 331 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนผู้ใช้และจำนวนเที่ยวที่เพิ่มขึ้น Grab ใช้เงินกว่า 7 ล้านดอลลาร์สนับสนุนคนขับในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ส่งผลให้จำนวนคนขับที่ใช้งานรายเดือนเพิ่มขึ้น 19% และทำสถิติสูงสุด ช่วยเพิ่มความพร้อมของรถ ลดเวลารอ และรักษาความต้องการของผู้โดยสาร แต่การอุดหนุนดังกล่าวอาจกดดันอัตรากำไรหากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

บริการทางการเงินเป็นเครื่องยนต์เติบโตเร็วที่สุด

  • รายได้ Financial Services เพิ่มขึ้นประมาณ 60% เป็น 134 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดอย่างชัดเจน จากการปล่อยสินเชื่อผ่าน GrabFin และธนาคารดิจิทัล โดยสินเชื่อที่ปล่อยใหม่เพิ่มขึ้น 72% เป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 197% เป็น 2.3 พันล้านดอลลาร์ และเงินฝากรวมของ GXS Bank, GXBank และ Superbank อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์
  • การเติบโตดังกล่าวสะท้อนข้อได้เปรียบของ Grab ในการใช้ข้อมูลพฤติกรรมการเดินทาง การสั่งอาหาร และรายรับของคนขับหรือร้านค้าในการประเมินเครดิต แต่การขยายสินเชื่ออย่างรวดเร็วทำให้ต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์และค่าเผื่อหนี้เสียในระยะถัดไป

จำนวนผู้ใช้และกิจกรรมบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น

  • ผู้ใช้งานทำธุรกรรมรายเดือนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดราว 54 ล้านราย ขณะที่ On-Demand GMV บนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่เพิ่มขึ้น 22% สะท้อนว่าบริษัทสามารถเพิ่มทั้งจำนวนผู้ใช้และความถี่ในการใช้บริการ ไม่ได้อาศัยการขึ้นค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว
  • AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบนิเวศ
  • ฝ่ายบริหารระบุว่า “Grab Intelligence Layer” ถูกนำไปใช้ในทุกส่วนของแพลตฟอร์ม ทั้งการจับคู่ผู้โดยสารกับคนขับ การคาดการณ์ความต้องการ การกำหนดเส้นทาง การแนะนำร้านค้า และการบริหารรายได้ของพันธมิตร โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่ม Engagement และลดต้นทุนการดำเนินงานเมื่อขนาดธุรกิจขยายตัว

3) แนวโน้มและประเด็นจาก Earnings Call

ปรับเพิ่มประมาณการปี 2026

รายการ

ประมาณการใหม่

ประมาณการเดิม

ตลาดคาด

ประเมิน

รายได้

4.10–4.15 พันล้านดอลลาร์

4.04–4.10 พันล้านดอลลาร์

4.12 พันล้านดอลลาร์

จุดกึ่งกลางใกล้เคียงคาด แต่กรอบบนสูงขึ้น

การเติบโตของรายได้

22–23%

20–22%

สะท้อนโมเมนตัมดีขึ้น

EBITDA ปรับปรุงแล้ว

720–740 ล้านดอลลาร์

700–720 ล้านดอลลาร์

717 ล้านดอลลาร์

จุดกึ่งกลางสูงกว่าคาดราว 1.8%

การเติบโตของ EBITDA

44–48%

40–44%

กำไรโตเร็วกว่ารายได้


     บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้และ EBITDA หลังธุรกิจพื้นฐานแข็งแกร่งกว่าคาด รวมถึงผลจากการรวมงบ Superbank และการซื้อกิจการ Stash อย่างไรก็ตาม การเพิ่มประมาณการบางส่วนมาจากการรวมกิจการ จึงต้องแยกจากการเติบโตแบบ Organic ในการประเมินคุณภาพของแนวโน้ม

ประเด็นสำคัญจากฝ่ายบริหาร

  1. เน้นการเติบโตที่มีกำไรมากกว่าการเร่งขยายส่วนแบ่งตลาด

Grab ยังคงเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เครื่องมือผู้ช่วยที่ใช้ AI และฟังก์ชันแบ่งค่าโดยสาร แต่ควบคุมการขยายธุรกิจให้มีวินัยมากกว่าช่วงก่อนหน้า กลยุทธ์นี้ช่วยให้ EBITDA เติบโต 54% เร็วกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 22%

  1. การรวม Superbank เพิ่มขนาดบริการทางการเงิน

การรวมงบ Superbank ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจะช่วยเพิ่มรายได้และฐานลูกค้า Financial Services แต่ Bloomberg Intelligence ประเมินว่ารายได้จากการรวมงบเพียงสองเดือนอาจยังไม่เพียงพอทำให้ธุรกิจบริการทางการเงินมีกำไรในทันที

  1. Foodpanda Taiwan ยังมีความไม่แน่นอน

ดีลซื้อ Foodpanda Taiwan มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ยังรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของไต้หวัน ซึ่งขยายกำหนดพิจารณาถึงเดือนตุลาคม 2026 หากสำเร็จ Grab จะเสริมตำแหน่งในตลาดส่งอาหารไต้หวัน แต่หากล่าช้าหรือไม่ผ่าน บริษัทอาจไม่ได้ Synergy ตามที่คาด

  1. ซื้อหุ้นคืนสะท้อนความเชื่อมั่นต่อกระแสเงินสด

วงเงินซื้อหุ้นคืนใหม่ 750 ล้านดอลลาร์จะใช้เงินสดส่วนเกินหลังจัดสรรเงินลงทุนเพื่อการเติบโต ช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าตอบแทนในรูปหุ้นและเพิ่มกำไรต่อหุ้น แต่การซื้อคืนไม่ได้เป็นข้อผูกพันว่าบริษัทจะต้องใช้วงเงินทั้งหมด

4)  ภาพรวมคู่แข่งและอุตสาหกรรม

     ผลประกอบการของ Grab สะท้อนว่าความต้องการบริการเดินทางและส่งอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพสูง ขณะที่โครงสร้างตลาดเริ่มเปลี่ยนจากการแข่งขันด้วยส่วนลดอย่างหนัก ไปสู่การแข่งขันด้านความพร้อมของคนขับ คุณภาพบริการ ระบบสมาชิก โฆษณา และบริการทางการเงิน

บริษัท/กลุ่ม

Read Across

เหตุผล

GoTo

ผสมถึงลบเชิงการแข่งขัน

อุปสงค์อินโดนีเซียยังดี แต่ Grab มีฐานเงินสด เทคโนโลยี และความสามารถซื้อคืนหุ้นสูงกว่า

Sea / ShopeeFood

ผสม

ธุรกิจส่งอาหารและ Fintech ยังมีโอกาสเติบโต แต่ต้องแข่งขันกับระบบนิเวศของ Grab ในตลาดหลัก

Uber

บวกต่ออุตสาหกรรม แต่เป็นความเสี่ยงต่อ Grab

ยืนยันความต้องการ Ride-hailing แข็งแกร่ง แต่การซื้อ Delivery Hero อาจเปิดทางให้ Uber Eats กลับเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Delivery Hero

ผสม

การขายสินทรัพย์ช่วยลดความซับซ้อน แต่สะท้อนแรงกดดันการแข่งขันในเอเชีย

Foodpanda Taiwan

บวกหากดีลสำเร็จ

การรวมกิจการอาจลดการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังเสี่ยงด้านกฎระเบียบ

ธนาคารดิจิทัลในอาเซียน

บวกต่อธีม

การเติบโตของสินเชื่อและเงินฝากยืนยันความต้องการบริการทางการเงินดิจิทัล

ผู้ให้บริการโฆษณาดิจิทัลค้าปลีก

บวก

Grab สร้างรายได้จากข้อมูลการซื้อและพื้นที่โฆษณาภายในแอปได้มากขึ้น

ร้านอาหารและคนขับ

ผสม

ได้ประโยชน์จากฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าคอมมิชชันและต้นทุนเชื้อเพลิงยังเป็นแรงกดดัน

  • สำหรับ GoTo งบ Grab เป็นสัญญาณบวกต่ออุปสงค์โดยรวมในอินโดนีเซีย แต่เป็นลบเชิงการแข่งขัน เนื่องจาก Grab สามารถลงทุนสนับสนุนคนขับ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และซื้อหุ้นคืนได้พร้อมกัน ส่วน GoTo อาจต้องรักษาวินัยด้านส่วนลดเพื่อไม่ให้เสียความสามารถทำกำไร
  • สำหรับ Uber ผลประกอบการยืนยันว่า Ride-hailing และ Delivery ยังมีศักยภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การเข้าซื้อ Delivery Hero อาจสร้างช่องทางให้อ Uber Eats กลับเข้าสู่ภูมิภาค ซึ่งจะเพิ่มการแข่งขันด้านผู้ใช้ ร้านค้า และคนขับ โดยเฉพาะหาก Uber ใช้ฐานเทคโนโลยีและเงินทุนระดับโลกสนับสนุนการกลับเข้าตลาด

5) ความเสี่ยง

  • ราคาน้ำมันและแรงจูงใจคนขับ: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ค่าโดยสารและค่าจัดส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันความต้องการ Grab สามารถใช้เงินสนับสนุนคนขับและผู้ใช้เพื่อรักษาปริมาณธุรกรรม แต่จะกระทบ Margin หากต้องดำเนินมาตรการเป็นเวลานาน
  • การแข่งขันกลับมารุนแรง: GoTo และผู้เล่นรายใหม่ เช่น Green & Smart Mobility ยังคงขยายธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม ขณะที่ Uber อาจกลับเข้าสู่ตลาด Delivery ผ่าน Delivery Hero ทำให้ความเสี่ยงด้านส่วนลดและค่าการตลาดเพิ่มขึ้น
  • กฎเกณฑ์ค่าคอมมิชชัน: อินโดนีเซียลดเพดานค่าคอมมิชชันบริการมอเตอร์ไซค์จากประมาณ 20% เหลือ 8% แม้ธุรกิจมอเตอร์ไซค์ในอินโดนีเซียคิดเป็นไม่ถึง 6% ของ Mobility GMV แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นเพิ่มการควบคุมแพลตฟอร์ม
  • คุณภาพสินเชื่อ: พอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเป็น 2.3 พันล้านดอลลาร์ การเติบโตที่รวดเร็วอาจนำไปสู่หนี้เสียและค่าเผื่อที่สูงขึ้น หากเศรษฐกิจหรือรายได้ของคนขับและร้านค้าอ่อนตัว
  • คุณภาพกำไรสุทธิ: กำไร 252 ล้านดอลลาร์มีรายการพิเศษจาก Superbank และภาษี จึงไม่ควรใช้เป็นฐานกำไรปกติ หากตัดรายการดังกล่าวออก กำไรพื้นฐานจะต่ำกว่าตัวเลขที่รายงานอย่างมีนัยสำคัญ
  • ความเสี่ยงจากการซื้อกิจการ: Foodpanda Taiwan ยังรออนุมัติ ขณะที่การรวม Superbank และ Stash อาจเพิ่มต้นทุน ระบบงาน และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบก่อนเกิด Synergy ตามคาด
  • ต้นทุนส่วนกลาง: ต้นทุน Cloud และ Software เพิ่มขึ้น แม้บริษัทใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ หากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานเติบโตเร็วกว่ารายได้ อัตรากำไรอาจขยายตัวช้าลง

6) มุมมอง InnovestX

  • InnovestX มองผลประกอบการ 2Q26 ของ Grab ในเชิงบวก โดยรายได้ EBITDA มูลค่าธุรกรรม และผู้ใช้งานดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งปี จุดเด่นคือ EBITDA เพิ่มขึ้น 54% เร็วกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 22% สะท้อน Operating Leverage และวินัยในการใช้ส่วนลดที่ดีขึ้น ขณะที่บริการทางการเงินและโฆษณากำลังเพิ่มแหล่งรายได้ที่มีศักยภาพสูงกว่าธุรกิจเรียกรถและส่งอาหารแบบดั้งเดิม
  • อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังการตีความกำไรสุทธิ เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับแรงสนับสนุนจากรายการพิเศษ และการขยายสินเชื่ออย่างรวดเร็วอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ นอกจากนี้ Grab ยังเผชิญการแข่งขันจาก GoTo ผู้เล่น EV รายใหม่ และโอกาสที่ Uber Eats จะกลับเข้าสู่ภูมิภาค รวมถึงกฎเกณฑ์ค่าคอมมิชชันที่เข้มงวดขึ้น
  • เรามองบวกต่อ GRAB จากแนวโน้มกำไรพื้นฐานที่ดีขึ้น การปรับเพิ่มประมาณการ และวงเงินซื้อหุ้นคืน แต่เหมาะกับการทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวมากกว่าการไล่ราคา โดยตัวชี้วัดที่ต้องติดตามคือการเติบโตแบบ Organic หลังตัดผลจาก Superbank และ Stash, Margin ของธุรกิจ On-Demand, คุณภาพสินเชื่อ และความรุนแรงของการแข่งขันในอินโดนีเซีย เวียดนาม และไต้หวัน





ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
grab.o
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5