Offshore Stock Update

PLTR เผยงบ 2Q26 ดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|4 Aug 26 11:06 AM
tech-palantir-G5
สรุปสาระสำคัญ

Palantir รายงาน 2Q26 ดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตเร่งตัวของธุรกิจองค์กรและรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมอัตรากำไรและกระแสเงินสดแข็งแกร่งจนบริษัทปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 โดยภาพดังกล่าวยืนยันศักยภาพการสร้างรายได้จริงจาก Enterprise AI และเป็นบวกต่อกลุ่ม Data Platform, Cloud และ Workflow Software แต่ด้วย Valuation สูง การเติบโตที่กระจุกในสหรัฐฯ และความเสี่ยงด้านการแข่งขัน จึงยังเหมาะกับพอร์ตเชิงรุกและควรรอสะสมเมื่อราคาปรับฐานมากกว่าการไล่ราคา

Palantir 2Q26: รายได้จากการนำ AI ไปใช้จริงเร่งตัว พร้อมยกระดับประมาณการทั้งปี


1) ผลประกอบการ 2Q26

Palantir รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญทั้งรายได้ กำไร อัตรากำไร และกระแสเงินสด โดยรายได้เติบโต 93% YoY เป็นไตรมาสที่ 12 ติดต่อกันที่อัตราการเติบโตเร่งตัว แรงขับเคลื่อนมาจากธุรกิจสหรัฐฯ ทั้งลูกค้าองค์กรและภาครัฐ สะท้อนว่าการลงทุน AI ของลูกค้าเริ่มเปลี่ยนจากโครงการทดลองไปสู่ระบบที่นำไปใช้ในกระบวนการทำงานจริง

รายการ

2Q26

เติบโต YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

ประเมิน

รายได้รวม

1.94 พันล้านดอลลาร์

+93%

1.81 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 6.9%

ดีกว่าคาดมาก

รายได้สหรัฐฯ

1.57 พันล้านดอลลาร์

+115%

คิดเป็นกว่า 80% ของรายได้

รายได้องค์กรสหรัฐฯ

764 ล้านดอลลาร์

+149%

716.4 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 6.6%

เครื่องยนต์หลักของการเติบโต

รายได้รัฐบาลสหรัฐฯ

809 ล้านดอลลาร์

+90%

ประมาณ 731 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาดราว 11%

หนุนจากกลาโหมและข่าวกรอง

รายได้ต่างประเทศ

362.5 ล้านดอลลาร์

+33%

โตช้ากว่าสหรัฐฯ มาก

กำไรจากการดำเนินงาน GAAP

912 ล้านดอลลาร์

+239%

791.4 ล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 15.2%

อัตรากำไร 47%

กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว

1.19 พันล้านดอลลาร์

1.08 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 10.6%

Operating Leverage สูง

อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว

62%

+16 จุด YoY

59.8%

สูงกว่าคาด 2.2 จุด

แข็งแกร่งมาก

EBITDA ปรับปรุงแล้ว

1.20 พันล้านดอลลาร์

1.09 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด 10.3%

Margin ราว 62%

กำไรสุทธิ GAAP

1.06 พันล้านดอลลาร์

+225%

อัตรากำไรสุทธิ 55%

กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว

0.41 ดอลลาร์

+156%

0.35 ดอลลาร์

สูงกว่าคาด 17.1%

ดีกว่าคาดชัดเจน

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

1.22 พันล้านดอลลาร์

Margin 63%

กระแสเงินสดอิสระปรับปรุงแล้ว

1.22 พันล้านดอลลาร์

ประมาณ 1.0 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด

การเปลี่ยนรายได้เป็นเงินสดสูง

เงินสดและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น

9.2 พันล้านดอลลาร์

งบดุลแข็งแกร่ง


Palantir ปิดสัญญามูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์จำนวน 220 สัญญา ในจำนวนนี้มี 98 สัญญาที่มูลค่าอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์ และ 73 สัญญาที่มูลค่าอย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าสัญญารวมอยู่ที่ 3.37 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49% YoY และมูลค่าสัญญาธุรกิจองค์กรสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดที่ 2.13 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 153% YoY

คุณภาพของผลประกอบการอยู่ในระดับสูง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 93% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 62% ทำให้คะแนน Rule of 40 อยู่ที่ 155% ซึ่งหมายถึงอัตราการเติบโตและความสามารถทำกำไรที่สูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างมาก

2) แรงสนับสนุนมาจากอะไร

การลงทุน AI เปลี่ยนจากการทดลองสู่การใช้งานจริง

  • จุดเด่นที่สุดคือรายได้องค์กรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 149% YoY และ 28% QoQ เป็น 764 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าลูกค้าไม่ได้ใช้ AIP เพียงเพื่อสร้างแบบจำลองหรือระบบสนทนา แต่กำลังนำ AI ไปเชื่อมกับข้อมูล กระบวนการตัดสินใจ การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การแพทย์ และงานด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม
  • Palantir มีจุดขายสำคัญที่ Ontology ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมข้อมูล บุคลากร สินทรัพย์ และกระบวนการทำงานขององค์กรเข้าด้วยกัน ก่อนนำแบบจำลอง AI มาสร้างคำแนะนำหรือดำเนินงาน จึงอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างจากบริษัทที่จำหน่ายแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว

ลูกค้าเดิมขยายการใช้งานอย่างรวดเร็ว

  • อัตราการรักษาและขยายรายได้สุทธิจากลูกค้าอยู่ที่ 157% แสดงว่าลูกค้าเดิมเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์หรือขยายจำนวนหน่วยงานที่ใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากลูกค้ารายใหญ่ 20 อันดับแรกและขนาดสัญญาใหม่ยังเพิ่มขึ้น
  • มูลค่าสัญญาที่ยังเหลือในธุรกิจองค์กรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 124% YoY เป็น 6.24 พันล้านดอลลาร์ ช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในอนาคต แม้มูลค่าสัญญาบางส่วนยังขึ้นอยู่กับการต่ออายุและการใช้สิทธิตามเงื่อนไข

ธุรกิจรัฐบาลยังเร่งตัว

  • รายได้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 90% เป็น 809 ล้านดอลลาร์ ได้แรงสนับสนุนจากความต้องการระบบ AI สำหรับกลาโหม ข่าวกรอง การวางแผนภารกิจ และโครงการอย่าง Maven สะท้อนว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าซอฟต์แวร์เสริมทั่วไป

การดำเนินงานมี Operating Leverage สูง

  • แม้รายได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แต่อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วกลับเพิ่มขึ้นเป็น 62% จาก 46% ในปีก่อน สะท้อนว่าต้นทุนการนำระบบไปใช้ไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับรายได้ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาแล้วสามารถนำไปขยายผลในลูกค้าหลายรายได้มากขึ้น

3) แนวโน้มและประเด็นจาก Earnings Call

แนวโน้ม 3Q26

รายการ

แนวโน้มบริษัท

ตลาดคาด

เทียบคาด

รายได้

2.160–2.164 พันล้านดอลลาร์

ประมาณ 2.00 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาดราว 8%

กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว

1.292–1.296 พันล้านดอลลาร์

1.14 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาดราว 13.5%

อัตรากำไรจากการดำเนินงานโดยนัย

ประมาณ 60%

ยังอยู่ในระดับสูง

แนวโน้ม 3Q26 ชี้ว่ารายได้มีโอกาสเติบโตประมาณ 76% YoY แม้เผชิญฐานที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายบริหารเตือนว่าค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลรับพนักงานใหม่ รวมถึงการลงทุนด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด จึงอาจทำให้อัตรากำไรลดลงเล็กน้อยจากระดับ 62% ใน 2Q26

ปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 ทุกตัวชี้วัดสำคัญ

รายการ

ประมาณการใหม่

ประมาณการเดิม

ตลาดคาด

การเปลี่ยนแปลง

รายได้รวม

8.150–8.158 พันล้านดอลลาร์

7.650–7.662 พันล้านดอลลาร์

7.73 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาดราว 5.5%

การเติบโตของรายได้

ประมาณ 82%

ประมาณ 71%

เพิ่มขึ้นราว 10–11 จุด

รายได้องค์กรสหรัฐฯ

มากกว่า 3.424 พันล้านดอลลาร์

เติบโตอย่างน้อย 120%

คาดเติบโตอย่างน้อย 134%

กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว

4.889–4.897 พันล้านดอลลาร์

4.44–4.45 พันล้านดอลลาร์

4.51 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาดราว 8.5%

กระแสเงินสดอิสระปรับปรุงแล้ว

4.5–4.7 พันล้านดอลลาร์

4.2–4.4 พันล้านดอลลาร์

ปรับเพิ่ม 300 ล้านดอลลาร์

กำไร GAAP

เป็นบวกทุกไตรมาส

ไม่เปลี่ยนแปลง

ยืนยันความสามารถทำกำไร

บริษัทปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทั้งปีประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ หลังผ่านเพียงครึ่งปี และเพิ่มเป้าหมายรายได้องค์กรสหรัฐฯ เป็นการเติบโตอย่างน้อย 134% สะท้อนความมั่นใจว่าการขยายตัวไม่ได้จำกัดเฉพาะสัญญาขนาดใหญ่เพียงไม่กี่รายการ

ประเด็นสำคัญจาก Earnings Call

  1. Sovereign AI เป็นแกนหลักของกลยุทธ์

ฝ่ายบริหารมองว่าองค์กรและรัฐบาลต้องการควบคุมข้อมูล แบบจำลอง และกระบวนการตัดสินใจของตนเอง โดยไม่ต้องผูกติดกับผู้พัฒนาแบบจำลอง AI รายใดรายหนึ่ง Palantir จึงวางตำแหน่งตนเองเป็นชั้นควบคุมและประสานงาน ซึ่งสามารถสลับใช้แบบจำลองจากผู้พัฒนาหลายรายได้

  1. การรองรับ Open-weight Model และพันธมิตร Nvidia

ความร่วมมือกับ Nvidia และการรองรับแบบจำลองแบบเปิดช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้ AI ตามต้นทุน ความปลอดภัย และข้อกำหนดด้านข้อมูล ลดความเสี่ยงที่ Palantir จะถูกแทนที่โดยผู้พัฒนาแบบจำลองรายใดรายหนึ่ง

  1. ตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นแกนหลัก

รายได้สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 115% เทียบกับรายได้ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 33% ฝ่ายบริหารยอมรับว่าการเติบโตในยุโรปยังไม่น่าพอใจ จากความซับซ้อนในการจัดซื้อ ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูล และความต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐฯ

  1. ขนาดของดีลและการขยายรายได้ต่อลูกค้าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ

เมื่อฐานเปรียบเทียบสูงขึ้น ความสามารถในการรักษา Net Retention ระดับสูง เพิ่มขนาดสัญญา และเปลี่ยนโครงการทดลองให้เป็นระบบ Production จะเป็นปัจจัยสำคัญกว่าการเพิ่มจำนวนลูกค้าเพียงอย่างเดียว

4) ภาพรวมคู่แข่งและอุตสาหกรรม

ภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ AI

  • ผลประกอบการของ Palantir เป็นบวกต่อมุมมองว่า Enterprise AI สามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริง หากเชื่อม AI เข้ากับข้อมูลเฉพาะขององค์กรและกระบวนการทำงานโดยตรง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้งานระบบสนทนาหรือการสร้างเนื้อหา
  • ผลดังกล่าวสนับสนุนหุ้นในกลุ่ม Data Platform, Cloud Infrastructure, Cybersecurity และผู้ให้บริการระบบ AI ที่สามารถช่วยลูกค้านำ AI ไปใช้จริง ขณะเดียวกันสร้างแรงกดดันต่อซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลเฉพาะ เทคโนโลยีเชื่อมระบบ หรือความเชี่ยวชาญรายอุตสาหกรรม

กลุ่ม/บริษัท

Read Across

เหตุผล

Snowflake

บวก

ความต้องการรวมข้อมูลและเตรียมข้อมูลสำหรับ AI เพิ่มขึ้น แต่ต้องเร่งสร้าง Application Layer และเครื่องมือกำกับข้อมูล

Databricks

บวก

ได้ประโยชน์จากความต้องการ Data Lakehouse และการพัฒนา AI บนข้อมูลเฉพาะขององค์กร

Microsoft

บวก

Azure, Fabric และ Copilot ได้ประโยชน์จากการนำ AI เข้าสู่ระบบองค์กร แต่บริการของ Microsoft มีโอกาสแข่งขันกับ Palantir มากขึ้น

Amazon AWS / Google Cloud

บวกและแข่งขันมากขึ้น

การใช้งาน AI จริงเพิ่มความต้องการ Cloud และ Model Hosting แต่ Hyperscaler อาจพัฒนาเครื่องมือเชื่อมกระบวนการทำงานเอง

ServiceNow

บวก

ยืนยันความต้องการ AI ที่ผูกกับ Workflow และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ServiceNow

Salesforce

บวกแบบมีเงื่อนไข

Agentforce และ Data Cloud มีโอกาสได้ประโยชน์ แต่ต้องพิสูจน์การใช้งานจริงและผลตอบแทนต่อลูกค้า

C3.ai

บวกต่อธีม แต่การแข่งขันสูง

ตลาด Enterprise AI เติบโต แต่ Palantir มีความได้เปรียบด้านขนาดลูกค้า การใช้งาน Production และกระแสเงินสด

Nvidia

บวก

การขยายระบบ AIP และแบบจำลองแบบเปิดเพิ่มความต้องการหน่วยประมวลผล ระบบเครือข่าย และซอฟต์แวร์ AI Enterprise

Oracle

บวก

ฐานข้อมูลและ Cloud Infrastructure มีบทบาทสำคัญต่อ Sovereign AI และงานภาครัฐ

Accenture / IT Services

ผสม

ความต้องการนำ AI ไปใช้เพิ่มขึ้น แต่แพลตฟอร์มที่ติดตั้งง่ายขึ้นอาจลดงานพัฒนาเฉพาะและกดดันค่าบริการระยะยาว


คู่แข่งสำคัญของ Palantir

การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่กับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล แต่ขยายไปยังสามกลุ่มหลัก ได้แก่

  1. ผู้ให้บริการ Cloud และ Data Platform เช่น Microsoft, AWS, Google Cloud, Snowflake และ Databricks ซึ่งสามารถรวมฐานข้อมูล แบบจำลอง และเครื่องมือพัฒนาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
  2. ผู้พัฒนาแบบจำลอง AI เช่น OpenAI และ Anthropic ซึ่งเริ่มสร้างเครื่องมือสำหรับองค์กรและเพิ่มทีมวิศวกรที่เข้าไปช่วยลูกค้านำระบบไปใช้
  3. ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ตามกระบวนการทำงาน เช่น ServiceNow, Salesforce และ Oracle ซึ่งมีข้อมูลและความสัมพันธ์กับลูกค้าองค์กรอยู่แล้ว

ความได้เปรียบของ Palantir คือความสามารถในการเชื่อมข้อมูลกับกระบวนการปฏิบัติงานจริง ความเชี่ยวชาญด้านกลาโหมและอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดสูง และรูปแบบทีมวิศวกรที่ทำงานร่วมกับลูกค้าโดยตรง อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าวอาจใช้ทรัพยากรมากและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้ยากกว่าผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์มาตรฐาน

5) ความเสี่ยง

  • Valuation อยู่ในระดับสูง: แม้ราคาหุ้นลดลงจากจุดสูงสุด แต่ก่อนประกาศงบยังซื้อขายที่ประมาณ 65–67 เท่าของกำไร 12 เดือนข้างหน้า และเป็นหนึ่งในหุ้นที่มี Price-to-Sales สูงที่สุดใน S&P 500 ทำให้ตลาดคาดหวังการเติบโตและอัตรากำไรในระดับสูงต่อเนื่อง
  • การเติบโตกระจุกตัวในสหรัฐฯ: รายได้สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 115% ขณะที่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 33% ความกังวลเรื่องข้อมูล ความสัมพันธ์ทางการเมือง และความต้องการใช้เทคโนโลยีภายในประเทศอาจจำกัดการขยายตัวในยุโรป
  • ฐานเปรียบเทียบจะสูงขึ้น: รายได้องค์กรสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 149% และรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 93% จะทำให้อัตราการเติบโตในปีต่อไปยากต่อการรักษา หากขนาดดีลหรือการขยายการใช้งานของลูกค้าเริ่มชะลอ
  • การแข่งขันจาก Hyperscaler และผู้พัฒนาแบบจำลอง: Microsoft, AWS, Google, OpenAI และ Anthropic มีทรัพยากรด้านวิศวกรรม ข้อมูล และช่องทางการขายสูง หากสร้างเครื่องมือ Workflow และการเชื่อมข้อมูลได้ดีขึ้น อาจลดความจำเป็นในการใช้แพลตฟอร์มภายนอก
  • ความเสี่ยงจากภาครัฐและการเมือง: รายได้จำนวนมากมาจากหน่วยงานรัฐบาลและกลาโหม การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล งบประมาณ หรือท่าทีทางการเมืองอาจกระทบต่อการต่อสัญญา โดยเฉพาะในยุโรปและกรณีที่ Palantir ถูกมองว่าใกล้ชิดรัฐบาลสหรัฐฯ มากเกินไป
  • ความไม่แน่นอนของมูลค่าสัญญา: TCV และ RDV บางส่วนรวมสิทธิขยายสัญญาในอนาคต และสัญญาหลายรายการสามารถยกเลิกได้ จึงไม่ควรมองตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ารายได้ที่รับประกันทั้งหมด
  • Stock-based Compensation: ค่าใช้จ่ายตอบแทนในรูปหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 265 ล้านดอลลาร์ จาก 160 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 66% ซึ่งอาจสร้าง Dilution แม้กำไรและกระแสเงินสดเติบโตแข็งแกร่ง

6) มุมมอง InnovestX

  • InnovestX มองผลประกอบการ 2Q26 ของ Palantir ในเชิงบวกอย่างชัดเจน เนื่องจากดีกว่าคาดทั้งรายได้ กำไร อัตรากำไร และกระแสเงินสด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการปี 2026 ทุกตัวชี้วัดสำคัญ จุดเด่นคือการเติบโตไม่ได้แลกมาด้วยอัตรากำไรที่ลดลง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 93% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 62% และกระแสเงินสดอิสระมี Margin 63% สะท้อนความสามารถในการสร้าง Operating Leverage ที่โดดเด่น
  • ผลประกอบการช่วยลดข้อกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์ของ Palantir ในระยะสั้น เนื่องจากลูกค้ายังต้องการชั้นซอฟต์แวร์ที่เชื่อมแบบจำลอง AI เข้ากับข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และกระบวนการตัดสินใจจริง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจาก Hyperscaler และผู้พัฒนาแบบจำลองยังไม่หมดไป ขณะที่การเติบโตในต่างประเทศและ Valuation ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ
  • เรายังมองบวกต่อ PLTR ในฐานะผู้นำกลุ่ม Enterprise AI Application และ Defense AI แต่หลังราคาตอบรับงบ ควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคาและเน้นสะสมเมื่อราคาปรับฐาน เนื่องจาก Valuation ต้องอาศัยการเติบโตระดับสูงต่อเนื่องหลายปี สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำกว่า อาจเลือก Microsoft, Nvidia หรือ ServiceNow ซึ่งได้ประโยชน์จากธีมเดียวกันแต่มีฐานรายได้กระจายตัวมากกว่า ส่วน PLTR เหมาะกับพอร์ตเชิงรุกที่รับความผันผวนและความเสี่ยงจากความคาดหวังสูงได้.

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
pltr.n
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5