
ยอดค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. 2026 ฟื้นตัวดีกว่าคาด แต่โครงสร้างการเติบโตยังไม่กระจายทั่วทุกหมวดสินค้า กลุ่มสินค้าขายดีคือเครื่องประดับ นาฬิกา สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และห้างสรรพสินค้า ขณะที่อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงเชื้อเพลิงยังชะลอตัว ด้วยเหตุนี้ เราคาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวและสินค้ามูลค่าสูง ได้แก่ Chow Tai Fook, Luk Fook และ Emperor Watch & Jewellery ขณะที่ Sa Sa International เป็นผู้ได้ประโยชน์รองจากการฟื้นตัวของเครื่องสำอางและนักท่องเที่ยว
ภาพรวม: ยอดค้าปลีกเดือน พ.ค. ดีกว่าคาด
ยอดค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. 2026 ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 6.7% ขณะที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 4.8% สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวยังมีแรงส่ง แม้อัตราการเติบโตชะลอลงจากเดือน เม.ย. ที่มูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น 8.7% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 6.5%
หากดูในเชิงรายเดือนหลังปรับฤดูกาล มูลค่ายอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อนหน้า เทียบกับเดือน เม.ย. ที่ลดลง 2.2% ขณะที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือนก่อนหน้า เทียบกับเดือน เม.ย. ที่ลดลง 1.7%
มูลค่ายอดขายและปริมาณขายของยอดค้าปลีกฮ่องกงย้อนหลัง
|
Retail Sales Value |
Retail Sales Volume |
|
|
May-26 |
7.90% |
4.80% |
|
Apr-26 |
8.70% |
6.50% |
|
Mar-26 |
12.80% |
9.80% |
|
Feb-26 |
19.30% |
17.50% |
|
Jan-26 |
5.50% |
3.50% |
|
Dec-25 |
6.60% |
5.10% |
|
Nov-25 |
6.50% |
4.40% |
|
Oct-25 |
6.90% |
5.30% |
กลุ่มสินค้าขายดี: นำโดยเครื่องประดับ นาฬิกา และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
1. เครื่องประดับ นาฬิกา และของมีค่า
กลุ่มที่โดดเด่นที่สุดคือเครื่องประดับ นาฬิกา และของมีค่า โดยมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น 25.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 10.5% สะท้อนว่าแรงซื้อไม่ได้มาจากราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแรงหนุนจากจำนวนสินค้าที่ขายได้เพิ่มขึ้นด้วย
กลุ่มนี้เป็นตัวแทนของการใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ กลุ่มผู้บริโภครายได้สูง และความเชื่อมั่นต่อการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย จึงเป็นหมวดที่สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายในฮ่องกงได้ชัดเจนที่สุด
2. สินค้าคงทนและเครื่องใช้ไฟฟ้า
สินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น 13.0% ขณะที่ในเชิงปริมาณ สินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 9.5% และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 14.0%
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้ายังอยู่ในทิศทางบวก อาจได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และการบริโภคสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น
3. ห้างสรรพสินค้า
ยอดขายห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 8.7% สะท้อนว่าห้างยังได้ประโยชน์จากการกลับมาของการจับจ่ายนอกบ้าน รวมถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในทำเลหลัก
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของห้างเรามองว่ายังไม่ชัดเจนมากนัก เพราะเดือน เม.ย. ยอดขายห้างเคยลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนั้นการปรับดีขึ้นในเดือน พ.ค. อาจสะท้อนทั้งฐานที่ต่ำและแรงซื้อที่กลับมาดีขึ้นพร้อมกัน
4. สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น เครื่องสำอาง และแว่นตา
สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นเพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินค้าแว่นตาเพิ่มขึ้น 10.3% ยาและเครื่องสำอางเพิ่มขึ้น 3.5% และหนังสือ หนังสือพิมพ์ เครื่องเขียนเพิ่มขึ้น 4.5%
ภาพนี้ชี้ว่ากลุ่มสินค้าเกี่ยวกับความงาม สุขภาพ และการใช้จ่ายทั่วไปยังฟื้นตัว แต่ระดับการเติบโตของเครื่องสำอางยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องประดับและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ จึงควรมองเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์รองจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว
กลุ่มสินค้าฟื้นตัวปานกลาง: เสื้อผ้า รองเท้า และรถยนต์
1. เสื้อผ้าและรองเท้า
หมวดเสื้อผ้าและรองเท้าเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น 3.0% และรองเท้าเพิ่มขึ้น 4.7% ขณะที่ในเชิงปริมาณ รองเท้าขยายตัว 12.1% แต่เสื้อผ้าเพิ่มขึ้นเพียง 1.5%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มแฟชั่นเริ่มฟื้นตัว แต่ยังไม่ใช่กลุ่มนำของค้าปลีกฮ่องกงในรอบนี้ การเติบโตยังอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับสินค้ามูลค่าสูงและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
2. รถยนต์และเฟอร์นิเจอร์
ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่งเพิ่มขึ้น 4.6% ถือเป็นการฟื้นตัวที่ยังไม่แข็งแรงมากเมื่อเทียบกับภาพรวมค้าปลีก
กลุ่มนี้สะท้อนว่าการใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูงบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับครัวเรือนหรือการตัดสินใจซื้อขนาดใหญ่ยังไม่ได้เร่งตัวชัดเจนเท่ากับเครื่องประดับ นาฬิกา และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
กลุ่มสินค้าชะลอตัว: อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และเชื้อเพลิง
1. อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ
หมวดอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหมวดย่อยที่อ่อนแอ ได้แก่ เนื้อสัตว์ลดลง 2.9% ผักและผลไม้ลดลง 9.7% และขนมปังกับขนมขบเคี้ยวลดลง 7.6%
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการใช้จ่ายสินค้าจำเป็นยังไม่แข็งแรง และการฟื้นตัวของค้าปลีกฮ่องกงยังไม่ได้มาจากกำลังซื้อพื้นฐานของครัวเรือนอย่างทั่วถึง
2. ซูเปอร์มาร์เก็ต
ยอดขายซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปริมาณขายลดลง 1.1% สะท้อนว่าการเติบโตด้านมูลค่าอาจไม่ได้มาจากปริมาณการซื้อที่ดีขึ้นมากนัก
กลุ่มนี้จึงยังไม่ใช่จุดเด่นของการฟื้นตัวในรอบนี้ และอาจสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
3. เชื้อเพลิง
กลุ่มเชื้อเพลิงยังเป็นหมวดที่อ่อนแอที่สุด โดยมูลค่ายอดขายลดลง 12.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณขายลดลง 28.8%
สรุปภาพรายสินค้า: ฟื้นตัวแบบเลือกกลุ่ม
ภาพรวมค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. 2026 เป็นการฟื้นตัวที่นำโดยสินค้ามูลค่าสูงและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเครื่องประดับ นาฬิกา ของมีค่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และห้างสรรพสินค้า ขณะที่เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าบางกลุ่มฟื้นตัวในระดับปานกลาง
ในทางกลับกัน สินค้าจำเป็น เช่น อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงเชื้อเพลิง ยังชะลอตัวหรือเติบโตต่ำ สะท้อนว่าการฟื้นตัวของค้าปลีกฮ่องกงยังไม่ใช่การฟื้นตัวแบบทั่วทั้งตลาด แต่เป็นการฟื้นตัวที่กระจุกตัวในสินค้าบางกลุ่ม
มุมมองของ INVX
ตัวเลขค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. เป็นบวกชัดสุดต่อหุ้นที่อิงสินค้ามูลค่าสูงและนักท่องเที่ยว โดยกลุ่มที่คาดจะได้ประโยชน์คือ Chow Tai Fook และ Luk Fook จากยอดขายเครื่องประดับ นาฬิกา และของมีค่า +25.8% YoY แต่แนะระวังความผันผวนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อยอดขายในส่วนของทองคำ รวมถึง Emperor Watch & Jewellery ในกลุ่มนาฬิกาและเครื่องประดับระดับบน ขณะที่ Sa Sa International ได้อานิสงส์ทางอ้อมจากกลุ่มยาและเครื่องสำอางที่ยังขยายตัว +3.5% YoY
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน