Offshore Stock Update

ค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. ดีกว่าคาด หนุนโดยสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าคงทน

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|3 Jul 26 9:19 AM
hongkong
สรุปสาระสำคัญ

ยอดค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. 2026 ฟื้นตัวดีกว่าคาด แต่โครงสร้างการเติบโตยังไม่กระจายทั่วทุกหมวดสินค้า กลุ่มสินค้าขายดีคือเครื่องประดับ นาฬิกา สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และห้างสรรพสินค้า ขณะที่อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงเชื้อเพลิงยังชะลอตัว ด้วยเหตุนี้ เราคาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวและสินค้ามูลค่าสูง ได้แก่ Chow Tai Fook, Luk Fook และ Emperor Watch & Jewellery ขณะที่ Sa Sa International เป็นผู้ได้ประโยชน์รองจากการฟื้นตัวของเครื่องสำอางและนักท่องเที่ยว

ภาพรวม: ยอดค้าปลีกเดือน พ.ค. ดีกว่าคาด


ยอดค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. 2026 ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 6.7% ขณะที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 4.8% สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวยังมีแรงส่ง แม้อัตราการเติบโตชะลอลงจากเดือน เม.ย. ที่มูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น 8.7% และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 6.5%


หากดูในเชิงรายเดือนหลังปรับฤดูกาล มูลค่ายอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อนหน้า เทียบกับเดือน เม.ย. ที่ลดลง 2.2% ขณะที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือนก่อนหน้า เทียบกับเดือน เม.ย. ที่ลดลง 1.7% 

 

มูลค่ายอดขายและปริมาณขายของยอดค้าปลีกฮ่องกงย้อนหลัง

 

 

Retail Sales Value

Retail Sales Volume

May-26

7.90%

4.80%

Apr-26

8.70%

6.50%

Mar-26

12.80%

9.80%

Feb-26

19.30%

17.50%

Jan-26

5.50%

3.50%

Dec-25

6.60%

5.10%

Nov-25

6.50%

4.40%

Oct-25

6.90%

5.30%

 

กลุ่มสินค้าขายดี: นำโดยเครื่องประดับ นาฬิกา และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์


1. เครื่องประดับ นาฬิกา และของมีค่า


กลุ่มที่โดดเด่นที่สุดคือเครื่องประดับ นาฬิกา และของมีค่า โดยมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น 25.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 10.5% สะท้อนว่าแรงซื้อไม่ได้มาจากราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแรงหนุนจากจำนวนสินค้าที่ขายได้เพิ่มขึ้นด้วย


กลุ่มนี้เป็นตัวแทนของการใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ กลุ่มผู้บริโภครายได้สูง และความเชื่อมั่นต่อการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย จึงเป็นหมวดที่สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายในฮ่องกงได้ชัดเจนที่สุด


2. สินค้าคงทนและเครื่องใช้ไฟฟ้า


สินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น 13.0% ขณะที่ในเชิงปริมาณ สินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 9.5% และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 14.0%


ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้ายังอยู่ในทิศทางบวก อาจได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และการบริโภคสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น


3. ห้างสรรพสินค้า


ยอดขายห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณขายเพิ่มขึ้น 8.7% สะท้อนว่าห้างยังได้ประโยชน์จากการกลับมาของการจับจ่ายนอกบ้าน รวมถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในทำเลหลัก


อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของห้างเรามองว่ายังไม่ชัดเจนมากนัก เพราะเดือน เม.ย. ยอดขายห้างเคยลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนั้นการปรับดีขึ้นในเดือน พ.ค. อาจสะท้อนทั้งฐานที่ต่ำและแรงซื้อที่กลับมาดีขึ้นพร้อมกัน


4. สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น เครื่องสำอาง และแว่นตา


สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นเพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินค้าแว่นตาเพิ่มขึ้น 10.3% ยาและเครื่องสำอางเพิ่มขึ้น 3.5% และหนังสือ หนังสือพิมพ์ เครื่องเขียนเพิ่มขึ้น 4.5%


ภาพนี้ชี้ว่ากลุ่มสินค้าเกี่ยวกับความงาม สุขภาพ และการใช้จ่ายทั่วไปยังฟื้นตัว แต่ระดับการเติบโตของเครื่องสำอางยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องประดับและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ จึงควรมองเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์รองจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว

 

กลุ่มสินค้าฟื้นตัวปานกลาง: เสื้อผ้า รองเท้า และรถยนต์

 

1. เสื้อผ้าและรองเท้า


หมวดเสื้อผ้าและรองเท้าเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น 3.0% และรองเท้าเพิ่มขึ้น 4.7% ขณะที่ในเชิงปริมาณ รองเท้าขยายตัว 12.1% แต่เสื้อผ้าเพิ่มขึ้นเพียง 1.5%


ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มแฟชั่นเริ่มฟื้นตัว แต่ยังไม่ใช่กลุ่มนำของค้าปลีกฮ่องกงในรอบนี้ การเติบโตยังอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับสินค้ามูลค่าสูงและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์


2. รถยนต์และเฟอร์นิเจอร์


ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่งเพิ่มขึ้น 4.6% ถือเป็นการฟื้นตัวที่ยังไม่แข็งแรงมากเมื่อเทียบกับภาพรวมค้าปลีก


กลุ่มนี้สะท้อนว่าการใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูงบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับครัวเรือนหรือการตัดสินใจซื้อขนาดใหญ่ยังไม่ได้เร่งตัวชัดเจนเท่ากับเครื่องประดับ นาฬิกา และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

 

กลุ่มสินค้าชะลอตัว: อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และเชื้อเพลิง


1. อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ


หมวดอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหมวดย่อยที่อ่อนแอ ได้แก่ เนื้อสัตว์ลดลง 2.9% ผักและผลไม้ลดลง 9.7% และขนมปังกับขนมขบเคี้ยวลดลง 7.6%


ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการใช้จ่ายสินค้าจำเป็นยังไม่แข็งแรง และการฟื้นตัวของค้าปลีกฮ่องกงยังไม่ได้มาจากกำลังซื้อพื้นฐานของครัวเรือนอย่างทั่วถึง


2. ซูเปอร์มาร์เก็ต


ยอดขายซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปริมาณขายลดลง 1.1% สะท้อนว่าการเติบโตด้านมูลค่าอาจไม่ได้มาจากปริมาณการซื้อที่ดีขึ้นมากนัก


กลุ่มนี้จึงยังไม่ใช่จุดเด่นของการฟื้นตัวในรอบนี้ และอาจสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน


3. เชื้อเพลิง


กลุ่มเชื้อเพลิงยังเป็นหมวดที่อ่อนแอที่สุด โดยมูลค่ายอดขายลดลง 12.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณขายลดลง 28.8% 

 

สรุปภาพรายสินค้า: ฟื้นตัวแบบเลือกกลุ่ม


ภาพรวมค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. 2026 เป็นการฟื้นตัวที่นำโดยสินค้ามูลค่าสูงและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเครื่องประดับ นาฬิกา ของมีค่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และห้างสรรพสินค้า ขณะที่เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าบางกลุ่มฟื้นตัวในระดับปานกลาง


ในทางกลับกัน สินค้าจำเป็น เช่น อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงเชื้อเพลิง ยังชะลอตัวหรือเติบโตต่ำ สะท้อนว่าการฟื้นตัวของค้าปลีกฮ่องกงยังไม่ใช่การฟื้นตัวแบบทั่วทั้งตลาด แต่เป็นการฟื้นตัวที่กระจุกตัวในสินค้าบางกลุ่ม


มุมมองของ INVX


ตัวเลขค้าปลีกฮ่องกงเดือน พ.ค. เป็นบวกชัดสุดต่อหุ้นที่อิงสินค้ามูลค่าสูงและนักท่องเที่ยว โดยกลุ่มที่คาดจะได้ประโยชน์คือ Chow Tai Fook และ Luk Fook จากยอดขายเครื่องประดับ นาฬิกา และของมีค่า +25.8% YoY แต่แนะระวังความผันผวนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อยอดขายในส่วนของทองคำ รวมถึง Emperor Watch & Jewellery ในกลุ่มนาฬิกาและเครื่องประดับระดับบน ขณะที่ Sa Sa International ได้อานิสงส์ทางอ้อมจากกลุ่มยาและเครื่องสำอางที่ยังขยายตัว +3.5% YoY

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5