Offshore Stock Update

NATO เตรียมเลือก Saab แทน Boeing.. Rheinmetall ได้คำสั่งซื้อ Skynex แต่เสี่ยงจาก Frigate-F126

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|3 Jul 26 9:56 AM
defense
สรุปสาระสำคัญ

Saab มีแนวโน้มได้รับคัดเลือกจาก NATO ในการเปลี่ยนฝูงบิน AWACS เป็นเครื่องบินตรวจการณ์ GlobalEye แทนที่ Boeing ขณะที่ Rheinmetall ได้รับคำสั่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ Skynex (รายได้ส่วนนี้ไม่ถึง 10% ของรายได้รวม) แต่เผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากการยกเลิกโครงการเรือฟริเกต F126  ภาพข้างต้น INVX ประเมินว่า เป็นบวกต่อ Saab ขณะที่ Rheinmetall ยังคงพึ่งพารายได้ภาคพื้นดินเป็นหลัก ซึ่งแนวโน้มงบประมาณกลาโหมจะมุ่งเน้นไปที่ทางอากาศ ด้วยเหตุนี้ ในระยะข้างหน้า กลุ่มกลาโหมยุโรปที่มีสัดส่วนรายได้ทางอากาศสูง เช่น Leonardo, BAE Systems และ Thales จะได้ประโยชน์มากกว่า Rheinmetall ที่เน้นภาคพื้นดินเป็นหลัก

NATO เตรียมเปลี่ยน AWACS เป็น GlobalEye ของ Saab

 

NATO มีแผนเปลี่ยนฝูงบิน AWACS ซึ่งเป็นเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1982 ไปใช้เครื่องบินตรวจการณ์ GlobalEye ของ Saab โดยคาดว่าจะประกาศรายละเอียดในการประชุม NATO ที่อังการา วันที่ 7–8 ก.ค. นี้ หากเกิดขึ้นจริง ฐานทัพ Geilenkirchen ในเยอรมนีอาจกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางฝูงบิน GlobalEye ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก


สาระสำคัญของดีลนี้คือ NATO มีแนวโน้มเลือกทางเลือกจากยุโรป แทนที่จะใช้ Boeing E-7 Wedgetail ของสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งหลักของ GlobalEye การตัดสินใจดังกล่าวจึงมีนัยมากกว่าการเปลี่ยนเครื่องบินรุ่นเก่า เพราะสะท้อนความต้องการเพิ่มบทบาทของอุตสาหกรรมกลาโหมยุโรป และลดการพึ่งพายุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ ในบางส่วน


GlobalEye สำคัญอย่างไรต่อ NATO


GlobalEye เป็นเครื่องบินตรวจการณ์ที่พัฒนาบนพื้นฐานเครื่องบินธุรกิจ Global 6500 ของ Bombardier โดยออกแบบมาเพื่อตรวจจับและติดตามภัยคุกคามได้ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางทะเล จุดแข็งของระบบลักษณะนี้คือช่วยให้ NATO เห็นภาพสนามรบแบบรวมศูนย์ สามารถส่งข้อมูลให้เครื่องบินรบ เรือรบ และศูนย์บัญชาการได้รวดเร็วขึ้น


ในบริบทปัจจุบัน ความสามารถนี้มีความสำคัญมากขึ้น เพราะ NATO ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ด้านตะวันออกของยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังรัสเซียเปิดสงครามในยูเครน เครื่องบินตรวจการณ์จึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์สนับสนุน แต่เป็นส่วนสำคัญของระบบป้องปรามและการตอบสนองในกรณีเกิดวิกฤต


Rheinmetall ได้คำสั่งซื้อ Skynex มูลค่าหลายร้อยล้านยูโร


Rheinmetall ได้รับคำสั่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ Skynex จำนวน 4 ระบบ มูลค่าหลายร้อยล้านยูโร โดยคำสั่งซื้อถูกบันทึกในไตรมาส 2 ปี 2026 และเป็นสัญญาครั้งแรกกับลูกค้ารายนี้สำหรับระบบ Skynex


ขอบเขตของสัญญาครอบคลุมตัวระบบ Skynex รถบรรทุก กระสุน และชุดสนับสนุนการปฏิบัติการ เช่น การฝึกอบรม อะไหล่ เครื่องมือเฉพาะ และวัสดุสิ้นเปลือง โดย Rheinmetall Italia ทำหน้าที่เป็นผู้รับเหมาหลัก และมีบริษัทย่อยหลายแห่งในกลุ่ม Rheinmetall เข้ามาร่วมส่งมอบระบบ

 

Skynex ตอบโจทย์สงครามยุคใหม่?

 

Skynex เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้แบบใช้ปืน ออกแบบมาเพื่อรับมือภัยคุกคามหลายประเภท โดยเฉพาะ โดรน จรวด ปืนใหญ่ ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่มีบทบาทมากขึ้นในสงครามยุคใหม่


ประเด็นที่น่าสนใจคือระบบประเภทนี้กำลังกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับกองทัพยุโรปและพันธมิตร เนื่องจากต้นทุนของภัยคุกคาม เช่น โดรน อาจต่ำกว่าต้นทุนของระบบสกัดกั้นแบบจรวดมาก การมีระบบป้องกันระยะใกล้ที่ใช้กระสุนปืนจึงช่วยลดต้นทุนต่อการสกัดกั้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการป้องกันฐานทัพ เมืองสำคัญ หรือโครงสร้างพื้นฐาน

 

Rheinmetall ยังมีความเสี่ยงจากโครงการ F126


แม้คำสั่งซื้อ Skynex เป็นปัจจัยบวก แต่ Rheinmetall ยังมีประเด็นลบจากการยกเลิกโครงการเรือฟริเกต F126 ของเยอรมนี ซึ่งอาจทำให้ยอดคำสั่งซื้อในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ และหากบริษัทไม่สามารถหาคำสั่งซื้ออื่นมาชดเชยได้ อาจกระทบรายได้ปี 2026 สูงสุดราว €300 ล้าน


อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังเดินหน้าตามกรอบการเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2 และผลกระทบจาก F126 ต่อเป้าหมายรายได้ระยะกลางปี 2030 ต่ำกว่า 3% 


มุมมองของ INVX


เมื่อนำประเด็นของ Saab และ Rheinmetall มารวมกัน จะเห็นแนวโน้มภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมสำคัญ 3 เรื่อง


1. ยุโรปกำลังเพิ่มงบและเร่งจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นจริง


ความต้องการไม่ได้อยู่เฉพาะอาวุธหนัก แต่รวมถึงระบบตรวจการณ์ ระบบสั่งการ และระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้


2. อุตสาหกรรมกลาโหมยุโรปได้ประโยชน์จากการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ


กรณี NATO เลือก Saab แทน Boeing เป็นตัวอย่างสำคัญของแนวคิด “ซื้อจากยุโรปมากขึ้น” แม้ยังต้องติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการ


3. ภัยคุกคามจากโดรนและจรวดทำให้ระบบป้องกันระยะใกล้เป็นตลาดเติบโต


Skynex ของ Rheinmetall จึงอยู่ในกลุ่มสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการปัจจุบัน และอาจมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากลูกค้ารายอื่น


ด้วยเหตุนี้ ภาพรวมเป็นบวกต่อหุ้นกลาโหมยุโรปที่มีสินค้าเชื่อมโยงกับ การตรวจการณ์–ป้องกันภัยทางอากาศ–ต่อต้านโดรน โดย Saab มีโอกาสได้ประโยชน์เด่นหาก NATO ยืนยันเลือก GlobalEye อย่างเป็นทางการ ขณะที่ Boeing อาจถูกมองเป็นผู้เสียโอกาสเชิงคำสั่งซื้อ หาก NATO หันไปใช้ทางเลือกจากยุโรปมากขึ้น ส่วน Rheinmetall ได้ประโยชน์จากคำสั่งซื้อ Skynex และฐานรายได้กลาโหมที่ขยายตัว แต่ยังต้องติดตามผลกระทบจากการยกเลิกโครงการ F126 ซึ่งอาจกระทบรายได้ปี 2026 ได้สูงสุดราว €300 ล้านหากบริษัทหาคำสั่งซื้ออื่นมาชดเชยไม่ได้ ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้ของ Rheinmetall พึ่งพาภาคพื้นดินเป็นหลัก (สัดส่วนรายได้ Air Defence ซึ่งรวม Skynex คิดเป็นรายได้รวมของบริษัทไม่ถึง 10%) ซึ่งเรามองบวกต่อบริษัทที่มีรายได้จากทางอากาศสูงมากกว่า เช่น Leonardo, BAE Systems, Thales


โดย Leonardo มีฐานธุรกิจเด่นใน Defence Electronics & Security, Helicopters และ Aeronautics ซึ่งรวมกันเป็นแกนหลักของรายได้บริษัท ขณะที่ Thales มีจุดแข็งด้านเรดาร์ อากาศยาน อิเล็กทรอนิกส์กลาโหม และระบบป้องกันภัยทางอากาศ ส่วน BAE Systems มีธุรกิจ Air ขนาดใหญ่และ Electronic Systems ที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบนำร่อง และอุปกรณ์อากาศยาน จึงเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มป้องกันภัยทางอากาศและตรวจการณ์โดยตรง

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5