Offshore Stock Update

JD.com กำไร 1Q26 ดีกว่าคาด แต่ภาพรวมยังถูกกดดันจากสงครามส่งอาหารและการลงทุนธุรกิจใหม่

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|13 May 26 12:13 PM
Screenshot 2026-05-13 121912
สรุปสาระสำคัญ

JD.com รายงานผลประกอบการ 1Q26 ดีกว่าที่ตลาดคาด แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจค้าปลีกหลักที่ทำกำไรได้ดีขึ้น แต่คุณภาพกำไรยังผสมกัน โดยรายได้บริการ โตแรง 20.6% YoY จากโฆษณา และโลจิสติกส์ ขณะที่รายได้สินค้าโตเพียง 1.0% YoY จากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลง 8.4% YoY มุมมองต่อ JD เริ่มดูดีขึ้น ระยะสั้นราคาหุ้นมีปัจจัยหนุนจากกำไรดีกว่าคาด อย่างไรก็ดีในระยะยาว ยังต้องรอให้เห็นการขาดทุน food delivery ลดลง และยอดขายอิเล็กทรอนิกส์ในครึ่งหลังของปี

JD.com: กำไรดีกว่าคาด แต่ภาพรวมยังถูกกดดันจากสงครามส่งอาหารและการลงทุนธุรกิจใหม่

 

  • JD.com รายงานผลประกอบการ 1Q26 ดีกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 4.9% YoY และกำไรสุทธิ ลดลง 53% YoY แต่ยังดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลงราว 65% แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจค้าปลีกหลักที่ทำกำไรได้ดีขึ้น โดย JD Retail มีมาร์จิ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.6% จาก 4.9% ปีก่อน ภาพรวมจึงเป็น กำไรดีกว่าคาด แต่คุณภาพกำไรยังผสมกัน เพราะรายได้บริการ โตแรง 20.6% YoY จากโฆษณา และโลจิสติกส์ ขณะที่รายได้สินค้าโตเพียง 1.0% YoY จากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลง 8.4% YoY จากฐานสูงของมาตรการ trade-in และแรงกดดันจากราคาสินค้าบางประเภท โดยเฉพาะต้นทุนเมมโมรีที่สูงขึ้น

 

ผลประกอบการเทียบกับความคาดหมาย

  • ผลประกอบการออกมา ดีกว่าที่คาด ทั้งรายได้และกำไร โดยรายได้ 7 พันล้านหยวน สูงกว่าคาดที่ 311.4 พันล้านหยวน ขณะที่กำไรต่อ ADS หลังปรับรายการพิเศษอยู่ที่ 5.12 หยวน สูงกว่าคาดที่ 3.57 หยวน และมาร์จิ้นดำเนินงานหลังปรับรายการพิเศษอยู่ที่ 1.8% สูงกว่าคาดที่ 0.83%
  • จุดสำคัญคือ กำไรที่ดีกว่าคาดไม่ได้มาจากการเร่งรายได้อย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างรายได้ที่ดีขึ้น โดยสัดส่วนรายได้จากสินค้าที่มาร์จิ้นสูงกว่า เช่น สินค้าทั่วไป ตลาดกลาง และโฆษณา เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกหลักยังควบคุมต้นทุนและใช้ห่วงโซ่อุปทานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

รายละเอียดผลประกอบการ

รายการ

1Q26

เปลี่ยนแปลง YoY

มุมมอง

รายได้รวม

315.7 พันล้านหยวน

+4.9%

ดีกว่าคาด แต่ยังโตไม่แรง

รายได้สินค้า

244.8 พันล้านหยวน

+1.0%

ถูกกดดันจากอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

รายได้บริการ

70.9 พันล้านหยวน

+20.6%

จุดแข็งหลักของไตรมาส

กำไรสุทธิ

5.1 พันล้านหยวน

-53.2%

ลดลงแรง YoY แต่ดีกว่าคาด

กำไรสุทธิหลังปรับรายการพิเศษ

7.4 พันล้านหยวน

-42%

ถูกกดดันจากการลงทุนธุรกิจใหม่

มาร์จิ้นดำเนินงานหลังปรับรายการพิเศษ

1.8%

ลดจาก 3.9%

ยังถูกกดดันจากค่าใช้จ่าย

JD Retail operating margin

5.6%

เพิ่มจาก 4.9%

จุดเด่นที่สุดของงบ

  • ธุรกิจ JD Retail เป็นหัวใจหลักของผลประกอบการ โดยรายได้เพิ่มขึ้นราว 2% YoY แต่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 0 พันล้านหยวน จาก 12.8 พันล้านหยวนปีก่อน และมาร์จิ้นเพิ่มเป็น 5.6% สะท้อนว่าแม้ยอดขายไม่โตแรง แต่การผสมรายได้ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุนช่วยพยุงกำไรได้ดี
  • ในเชิงสินค้า สินค้าทั่วไปโต 9% YoY โดยเฉพาะกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยังเติบโตดี ขณะที่อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง 8.4% YoY จากฐานสูงของมาตรการ trade-in ในปีก่อน ส่วนรายได้บริการโต 20.6% YoY แบ่งเป็น marketplace และ marketing โต 18.8% และ logistics กับบริการอื่นโต 21.7%

 

งบดุลและกระแสเงินสด

  • งบดุลยังแข็งแรง โดยบริษัทมีเงินสด เงินสดจำกัดการใช้ และเงินลงทุนระยะสั้นรวม 7 พันล้านหยวน ณ สิ้นไตรมาส ลดลงจาก 225.4 พันล้านหยวน ณ สิ้นปี 2025 แต่ยังถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับระดับการลงทุนและแรงกดดันจากธุรกิจใหม่
  • กระแสเงินสดอิสระในไตรมาสยังติดลบ 5 พันล้านหยวน แม้ดีขึ้นจากติดลบ 21.6 พันล้านหยวนในปีก่อน โดยมีงบลงทุนสุทธิ 5.1 พันล้านหยวน ส่วนกระแสเงินสดอิสระย้อนหลัง 12 เดือนอยู่ที่ 21.6 พันล้านหยวน ลดลงจาก 37.6 พันล้านหยวน สาเหตุหลักมาจากกำไรที่ลดลง การลงทุนในธุรกิจใหม่ โครงการ trade-in และการสำรองสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค
  • สิ่งที่ต้องจับตา: กระแสเงินสดยังไม่ได้กลับมาแข็งแรงเต็มที่ แม้ผลประกอบการดีกว่าคาด ขณะที่ inventory turnover days เพิ่มเป็น 3 วัน จาก 32.8 วันปีก่อน สะท้อนว่าการบริหารสินค้าคงคลังเริ่มใช้เงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น

 

รายการพิเศษ

  • รายการพิเศษที่ควรแยกออกคือ ค่าปรับจากหน่วยงานกำกับดูแลตลาดจีน หรือ SAMR ราว 6 พันล้านหยวน ซึ่งถูกบันทึกในค่าใช้จ่ายทั่วไปและบริหาร ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นแรง 48.7% YoY
  • ส่วนการซื้อหุ้นคืน 631 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ เป็นสัญญาณเชิงบวกด้านการคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น โดยบริษัทซื้อหุ้นคืนคิดเป็นราว 6% ของหุ้นทั้งหมด และยังเหลือวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 1.4 พันล้านดอลลาร์ภายใต้แผนเดิม

 

Key Business Drivers

ปัจจัยหนุน

  • สินค้าทั่วไปโต 15% YoY และโตสองหลักต่อเนื่องหลายไตรมาส โดยเฉพาะกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต
  • รายได้ marketplace และโฆษณาโต 19% YoY จากการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายให้ร้านค้า
  • JD Retail มาร์จิ้นเพิ่มเป็น 5.6% จาก 4.9% จากห่วงโซ่อุปทานที่ดีขึ้น และรายได้ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น
  • JD Logistics รายได้โต 29% YoY และกำไรจากการดำเนินงานหลังปรับรายการพิเศษเพิ่มขึ้นมากจากการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ในระบบโลจิสติกส์

ปัจจัยกดดัน

  • อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง 8% YoY จากฐานสูงของโครงการ trade-in และราคาสินค้าบางประเภทที่สูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น 45.8% YoY จากการลงทุนในธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ food delivery
  • ธุรกิจใหม่ยังขาดทุน 10.4 พันล้านหยวน แม้ขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

 

แนวโน้มและ Guidance / Outlook

  • JD.com คงมุมมองทั้งปี 2026 โดยมองว่า 2Q26 ยังมีแรงกดดันจากฐานสูงของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงราคาสินค้าที่สูงขึ้นจากต้นทุนเมมโมรี แต่คาดว่าการเติบโตของ JD Retail จะเร่งขึ้นในครึ่งหลังของปี เมื่อฐานเปรียบเทียบเริ่มกลับสู่ปกติ และสินค้าทั่วไปยังเติบโตสองหลักต่อเนื่อง
  • สำหรับ food delivery ผู้บริหารคาดว่าผลขาดทุนใน 2Q26 จะลดลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน จากเศรษฐศาสตร์ต่อคำสั่งซื้อที่ดีขึ้น การเริ่มเก็บค่าคอมมิชชัน และรายได้โฆษณา ขณะที่ Joybuy ในยุโรปจะใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจใน 2Q26

 

มุมมองผู้บริหารจาก Earnings Call

  • CEO ระบุว่า JD เริ่มต้นปี 2026 ได้แข็งแรง ฐานผู้ใช้งานและความถี่ในการซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนลูกค้าใช้งานรายปีทำจุดสูงสุดใหม่ พร้อมย้ำว่าความสามารถของ JD Retail ในการทำกำไรสะท้อนความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจของบริษัท
  • CFO ชี้ว่าไตรมาสนี้ได้แรงหนุนจาก 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การเติบโตของสินค้าทั่วไป รายได้ marketplace และ marketing ที่มีมาร์จิ้นสูง และการขาดทุนของธุรกิจใหม่ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ JD Food Delivery พร้อมย้ำว่าบริษัทยังให้ความสำคัญกับการคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นผ่านทั้งเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน

 

สัญญาณต่อหุ้นและอุตสาหกรรม

ผลประกอบการของ JD สะท้อนว่า อีคอมเมิร์ซจีนไม่ได้แย่ทั้งหมด แต่การเติบโตเริ่มแยกเป็นรายหมวดชัดเจน โดยสินค้าจำเป็น สินค้าทั่วไป บริการตลาดกลาง โฆษณา และโลจิสติกส์ยังดี ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ายังถูกกดดันจากฐานสูงและต้นทุนสินค้า

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

  • JD US / (9618 HK): ได้ประโยชน์จากมาร์จิ้นค้าปลีกดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจาก food delivery และต่างประเทศ
  • BABA US / (9988 HK) / (BABA23): read across เชิงบวกต่อรายได้ตลาดกลางและโฆษณา แต่ยังเสี่ยงจาก quick commerce และ AI investment
  • MEITUAN (MEITUAN23): สะท้อนว่าการแข่งขัน food delivery เริ่มมีสัญญาณ rational ขึ้น แต่ยังเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการใช้เงินอุดหนุน
  • PDD: สะท้อนการแข่งขันอีคอมเมิร์ซจีนยังสูง โดยเฉพาะด้านราคา
  • JD Logistics (2618 HK) : ได้ประโยชน์จากปริมาณขนส่ง food delivery และการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ
  • Midea / Haier / Hisense / TCL: กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ายังมีแรงกดดันระยะสั้นจากฐานสูง แต่ครึ่งหลังอาจฟื้นเมื่อฐาน trade-in เริ่มปกติ

 

ความเสี่ยงที่ควรระวัง

  • ความเสี่ยงหลักคือ การแข่งขันด้านราคาในอีคอมเมิร์ซและ food delivery อาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง หากคู่แข่งอย่าง Alibaba และ Meituan เร่งอุดหนุนลูกค้าเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด นอกจากนี้ ธุรกิจใหม่ เช่น JD Food Delivery, Jingxi และ Joybuy ยังต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งอาจจำกัดการฟื้นตัวของมาร์จิ้นในปี 2026
  • อีกความเสี่ยงคือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจฟื้นช้ากว่าคาด จากฐานสูงของมาตรการ trade-in และราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนเมมโมรี ซึ่งทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อระยะสั้น ขณะที่สินค้าคงคลังที่หมุนช้าลงและกระแสเงินสดอิสระที่ยังลดลง YoY เป็นจุดที่ต้องติดตามต่อ

 

มุมมองของ INVX

  • มุมมองต่อ JD เริ่มดูดีขึ้น จากผลประกอบการยืนยันว่าธุรกิจค้าปลีกหลักยังแข็งแรงและทำกำไรได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะจากรายได้สินค้าทั่วไป ตลาดกลาง โฆษณา และโลจิสติกส์ แต่ยังไม่ใช่งบที่ แข็งแรง เพราะกำไรรวมและกระแสเงินสดยังถูกกดดันจากการลงทุนใน food delivery และต่างประเทศ
  • เชิงกลยุทธ์ ระยะสั้นราคาหุ้นมีปัจจัยหนุนจากกำไรดีกว่าคาด มาร์จิ้น JD Retail สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และการซื้อหุ้นคืน
  • อย่างไรก็ดีในระยะยาว ยังต้องรอให้เห็น 2 อย่างชัดขึ้น คือ การขาดทุน food delivery ลดลงต่อเนื่อง และยอดขายอิเล็กทรอนิกส์/เครื่องใช้ไฟฟ้ากลับมาเร่งในครึ่งหลังของปี
  • นอกจากนี้เราประเมินว่า 1) การที่เริ่มเห็นแนวโน้มการขาดทุนจากธุรกิจส่งอาหารที่ลดลงนั้นอาจเป็นบวกต่อ Meituan (MEITUAN23) ผู้นำตลาดมากกว่า 2) ในมุมองการเติบโตยังมองบวกต่อ Alibaba (BABA23) ที่มีธุรกิจ Cloud + AI จะมีการเติบโตที่เด่นกว่า

 

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5