
LG และ NVIDIA ขยายความร่วมมือใน 3 แกนหลัก ได้แก่ หุ่นยนต์มนุษย์ โรงงาน AI และยานยนต์อัจฉริยะ โดย LG เตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์สองขาที่ใช้ NVIDIA Isaac GR00T ใน 1Q27 พร้อมเริ่มทดสอบหุ่นยนต์ล้อในโรงงานจริงตั้งแต่ปีนี้ ขณะที่ฝั่งโครงสร้างพื้นฐาน LG จะสร้างศูนย์ต้นแบบโรงงาน AI บน Vera Rubin ใน 1H27 ก่อนขยายเป็นขนาด 80MW ในเกาหลีใต้ใน 1H28 InnovestX มองความร่วมมือ LG–NVIDIA เป็นบวกต่อทั้งสองบริษัท โดย NVIDIA ได้ประโยชน์จากการขยายแพลตฟอร์ม AI ไปสู่โลกจริงมากขึ้น ขณะที่ LG ได้โอกาสยกระดับจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ไปสู่ผู้ให้บริการ Physical AI และโครงสร้างพื้นฐาน AI
1. หุ่นยนต์มนุษย์เป็นก้าวสำคัญของ Physical AI
LG เตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์สองขาใน 1Q27 โดยใช้ NVIDIA Isaac GR00T และ Jetson Thor ขณะที่บริษัทในเครือ LG จะจัดหาอุปกรณ์ขับเคลื่อน เซนเซอร์ แบตเตอรี่ และส่วนประกอบสำคัญอื่นๆ ภายใต้แนวคิด “One LG”
ก่อนเปิดตัวเชิงพาณิชย์ LG จะนำหุ่นยนต์ CLOiD แบบล้อไปทดลองในสายการผลิตเครื่องซักผ้าที่ Tennessee ภายในปีนี้ เพื่อเก็บข้อมูลและทดสอบการใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงก่อนขยายไปสู่หุ่นยนต์สองขาและการใช้งานในโรงงาน บ้าน และพื้นที่เชิงพาณิชย์
2. โรงงาน AI มีโอกาสสร้างรายได้เร็วกว่าหุ่นยนต์
LG วางแผนสร้างศูนย์ต้นแบบโรงงาน AI ที่ใช้ NVIDIA Vera Rubin ใน 1H27 ก่อนขยายเป็นโรงงานขนาด 80MW ที่ Cheonan ใน 1H28 โดยจะรวมระบบระบายความร้อนจาก LG Electronics แบตเตอรี่จาก LG Energy Solution และความสามารถด้านการออกแบบและบริหารศูนย์ข้อมูลจาก LG CNS และ LG Uplus
จุดสำคัญคือ LG ต้องการใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบสำหรับนำเสนอให้ลูกค้าเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกในรูปแบบแพ็กเกจเดียว ดังนั้นในเชิงผลประกอบการ ธุรกิจระบบระบายความร้อน พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน AI มีโอกาสสร้างรายได้ก่อนธุรกิจหุ่นยนต์มนุษย์
3. ความร่วมมือขยายต่อไปยังรถยนต์อัจฉริยะ
อีกด้านหนึ่ง LG จะใช้ NVIDIA DRIVE Hyperion ร่วมกับระบบความบันเทิงและซอฟต์แวร์ในรถ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ที่ใช้ AI เป็นแกนกลาง และขยายจากธุรกิจชิ้นส่วนเดิมไปสู่ระบบช่วยขับและขับขี่อัตโนมัติ
โครงสร้างความร่วมมือจึงค่อนข้างชัดว่า NVIDIA ทำหน้าที่เป็นผู้ให้ “สมอง” และแพลตฟอร์ม AI ขณะที่ LG นำเทคโนโลยีไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์จริงในหุ่นยนต์ โรงงาน และรถยนต์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ใหม่ให้ทั้งสองบริษัท
4. จุดเปลี่ยนระยะใกล้อยู่ที่ AI Infrastructure มากกว่าหุ่นยนต์
แม้หุ่นยนต์มนุษย์จะเป็นประเด็นที่โดดเด่นที่สุด แต่การเปิดตัวใน 1Q27 ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และต้องใช้เวลาในการทดสอบ เพิ่มกำลังผลิต และหาลูกค้าเชิงพาณิชย์ ทำให้รายได้ที่มีนัยสำคัญน่าจะเกิดตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป
ตรงกันข้าม ธุรกิจโรงงาน AI มีความพร้อมมากกว่า เพราะ LG มีทั้งระบบระบายความร้อน แบตเตอรี่ ระบบไฟ และบริการศูนย์ข้อมูลอยู่แล้ว จึงมีโอกาสเป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการในช่วงปี 2027–28 ก่อนที่ธุรกิจหุ่นยนต์จะเริ่มสร้างรายได้มากขึ้น
มุมมองของ InnovestX
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน