สรุปสาระสำคัญ
ผลประกอบการ 2Q26 ของ LG Energy Solution และ Samsung SDI สะท้อนว่าธุรกิจแบตเตอรี่เกาหลีเริ่มผ่านจุดอ่อนที่สุด แต่การฟื้นตัวยังไม่ได้มาจากรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก แรงขับเคลื่อนสำคัญเปลี่ยนไปสู่ระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่สำรองสำหรับศูนย์ข้อมูล และสิทธิประโยชน์จากการผลิตในสหรัฐฯ โดย Samsung SDI ฟื้นกลับมามีกำไรเร็วกว่าคาด ขณะที่ LG Energy Solution ยังมีผลขาดทุนสุทธิและกำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าคาด แต่คาดว่ารายได้จะเร่งขึ้นใน 3Q26 จากการเพิ่มกำลังผลิตระบบกักเก็บพลังงาน
1. ผลประกอบการสะท้อนการฟื้นตัวที่แตกต่างกัน
- LG Energy Solution มีรายได้ 2Q26 อยู่ที่ 7.56 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 25% YoY จากยอดส่งมอบระบบกักเก็บพลังงานและแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป แต่กำไรจากการดำเนินงานลดลง 77% เหลือ 113.3 พันล้านวอน และต่ำกว่าตลาดคาด 43.8% ขณะที่ขาดทุนสุทธิ 328.6 พันล้านวอน โดยหากไม่รวมสิทธิประโยชน์การผลิตในสหรัฐฯ บริษัทจะขาดทุนจากการดำเนินงาน 127.7 พันล้านวอน สะท้อนว่ากำไรพื้นฐานยังเปราะบาง
2. Samsung SDI ฟื้นกลับมามีกำไรเร็วกว่าคาด
- Samsung SDI รายงานรายได้ 3.76 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 18.5% YoY และพลิกมีกำไรจากการดำเนินงาน 203.8 พันล้านวอน จากขาดทุน 397.8 พันล้านวอนในปีก่อน โดยรายได้และกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาด แรงหนุนมาจากยอดขายแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป แบตเตอรี่กำลังสูงสำหรับเครื่องมือไฟฟ้า ระบบไฟสำรอง และชุดแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการผลิตในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผลกำไรส่วนหนึ่งมาจากรายการคืนภาษีนำเข้าประมาณ 200 พันล้านวอน ทำให้การฟื้นตัวของกำไรพื้นฐานยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
3. ระบบกักเก็บพลังงานกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ LG Energy Solution
- รายได้จากระบบกักเก็บพลังงานของ LG Energy Solution ในช่วง 1H26 เพิ่มขึ้น 4.6 เท่า และมีสัดส่วนเกือบ 30% ของรายได้รวม จากระดับไม่ถึง 10% ในปีก่อน พร้อมรับคำสั่งซื้อใหม่มากกว่า 3 ล้านล้านวอน บริษัทคาดว่ายอดส่งมอบธุรกิจนี้ใน 3Q26 จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% QoQ ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% QoQ โดยจะปรับสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกาเหนือมาใช้ผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และคาดว่าจะมีกำลังผลิตในภูมิภาคมากกว่า 50 กิกะวัตต์ชั่วโมงภายในสิ้นปี
4. Samsung SDI มีคำสั่งซื้อรองรับกำลังผลิตถึงปี 2029
- Samsung SDI ระบุว่าคำสั่งซื้อระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ รองรับกำลังผลิตส่วนใหญ่ไปจนถึงปี 2029 และความต้องการอาจสูงกว่ากำลังผลิตตั้งแต่ปี 2028 บริษัทเตรียมเริ่มผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมเหล็กฟอสเฟตรูปทรงเหลี่ยมในสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคม เพื่อรองรับโครงการระบบไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล โดยความได้เปรียบสำคัญคือการมีฐานผลิตในสหรัฐฯ และห่วงโซ่อุปทานที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐบาล ซึ่งช่วยลดการแข่งขันโดยตรงจากผู้ผลิตจีน
5. การลงทุนศูนย์ข้อมูล AI กำลังเปิดตลาดใหม่ให้แบตเตอรี่
- การขยายศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ความต้องการระบบกักเก็บพลังงาน ระบบไฟสำรอง และชุดแบตเตอรี่สำรองเพิ่มขึ้น เนื่องจากศูนย์ข้อมูลต้องรองรับการใช้ไฟฟ้าสูงและรักษาความต่อเนื่องของระบบเมื่อไฟฟ้าขัดข้อง LG Energy Solution มีคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูลจากลูกค้าเทคโนโลยีรายใหญ่แล้ว ขณะที่ Samsung SDI คาดว่ารายได้จากแบตเตอรี่ระบบไฟสำรองและชุดแบตเตอรี่สำรองจะเติบโตมากกว่า 70% ในปี 2026 และสายการผลิตปัจจุบันเริ่มใช้งานเต็มกำลัง
6. รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มดีขึ้นในยุโรป แต่สหรัฐฯ ยังอ่อนแอ
- ความต้องการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปและเอเชียเริ่มฟื้น โดยทั้งสองบริษัทเพิ่มการส่งมอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ระดับราคากลางและรถยนต์ตลาดมวลชน อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐฯ ยังชะลอตัวจากการปรับแผนของผู้ผลิตรถยนต์และการลดสิทธิสนับสนุนผู้บริโภค ทำให้ LG Energy Solution ต้องหยุดสายการผลิตของกิจการร่วมค้าบางแห่งในช่วงครึ่งปีแรก ส่วน Samsung SDI คาดว่าผลขาดทุนของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าจะลดลงตามการเริ่มผลิตโครงการใหม่ แต่ยังมีความเสี่ยงจากยอดผลิตของโครงการเดิมที่อาจลดลง
7. เทคโนโลยีใหม่เป็นโอกาสระยะยาว แต่ยังไม่ใช่กำไรหลักในระยะสั้น
- LG Energy Solution กำลังพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออน แบตเตอรี่ทรงกระบอกรุ่นใหม่ และแบตเตอรี่สถานะของแข็ง ขณะที่ Samsung SDI ยังคงเป้าหมายเริ่มผลิตแบตเตอรี่สถานะของแข็งจำนวนมากในช่วงครึ่งหลังปี 2027 โดยอาจเริ่มใช้กับหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ก่อนรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงส่งตัวอย่าง ทดสอบ และเตรียมสายการผลิต จึงควรมองเป็นทางเลือกการเติบโตระยะกลางถึงยาว มากกว่าจะเป็นแรงหนุนผลประกอบการในปีนี้
ตารางเปรียบเทียบผลประกอบการ 2Q26
| รายการ |
LG Energy Solution |
Samsung SDI |
เปรียบเทียบ |
| รายได้ |
7.56 ล้านล้านวอน |
3.77 ล้านล้านวอน |
LGES มีรายได้มากกว่าราว 2 เท่า |
| การเติบโตของรายได้ YoY |
+24.8% |
+18.5% |
LGES เติบโตเร็วกว่า |
| การเติบโตของรายได้ QoQ |
+15.3% |
+5% |
LGES ได้แรงหนุนจากระบบกักเก็บพลังงาน |
| กำไรจากการดำเนินงาน |
113.3 พันล้านวอน |
203.8 พันล้านวอน |
Samsung SDI มีกำไรสูงกว่า |
| เทียบกับปีก่อน |
-77% YoY |
พลิกจากขาดทุน 397.8 พันล้านวอน |
Samsung SDI ฟื้นตัวชัดกว่า |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน |
1.5% |
5.4% |
Samsung SDI ทำกำไรได้ดีกว่า |
| กำไร/ขาดทุนสุทธิ |
ขาดทุน 328.6 พันล้านวอน |
กำไรส่วนของบริษัทแม่ 342.2 พันล้านวอน |
ผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน |
| เทียบกับตลาดคาด |
กำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าคาด 43.8% |
กำไรจากการดำเนินงานดีกว่าคาดมาก |
Samsung SDI เด่นกว่าในไตรมาสนี้ |
| สิทธิประโยชน์การผลิตในสหรัฐฯ |
241 พันล้านวอน |
มีแรงหนุนจากสิทธิประโยชน์การผลิต |
ทั้งคู่ยังพึ่งมาตรการสนับสนุน |
| กำไรจากการดำเนินงานหากไม่รวมสิทธิประโยชน์ |
ขาดทุน 127.7 พันล้านวอน |
มีกำไรเล็กน้อยเมื่อไม่รวมรายการคืนภาษี |
กำไรพื้นฐาน Samsung SDI ดีกว่า |
มุมมองของ InnovestX
- มุมมองต่ออุตสาหกรรมแบตเตอรี่เกาหลีปรับดีขึ้น เนื่องจากฐานรายได้กำลังกระจายจากรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่ระบบกักเก็บพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีคำสั่งซื้อชัดเจนกว่าและได้รับประโยชน์จากฐานผลิตในสหรัฐฯ
- ในระยะสั้น Samsung SDI มีภาพการฟื้นตัวของกำไรดีกว่า จากผลิตภัณฑ์กำลังสูงและคำสั่งซื้อที่รองรับถึงปี 2029 แต่ต้องระวังว่ากำไร 2Q26 มีรายการพิเศษช่วยหนุน
- ส่วน LG Energy Solution มีแนวโน้มรายได้เด่นกว่าใน 3Q26 จากการเพิ่มกำลังผลิตระบบกักเก็บพลังงาน แต่การลงทุนพร้อมกันหลายโรงงาน ต้นทุนเริ่มเดินสายการผลิต และราคาวัตถุดิบอาจกดดันอัตรากำไร
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน